ผมอาจไม่ฉลาดพอ เลยใช้เวลาเกือบปี กว่าที่จะคิดว่าตัวเองเข้าใจ KM ได้ในระดับหนึ่ง และพอมองเห็นทางว่าจะนำมันไปใช้ร่วมกันในการทำงานอย่างไร ทั้งมหดนี้เกิดจากการศึกษาและมีคนให้โอกาสผมในการไปเป็น FA ในที่ต่างๆ แล้ว FA ท่านอื่นๆ ล่ะครับ
วานนี้ (11 มี.ค. 54) ผมได้มีโอกาสได้เข้าไปร่วมรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมกับทีมของ HR และ FA บางท่าน วัตถุประสงค์ก็เพื่อหารือในเรื่องการขับเคลื่อน KM ในองค์กรให้เดินหน้า เพราะผู้บริการหรือ "คุณเอื้อ" มีความสนใจและเปิดไฟเขียว หลังจากที่ท่านเหล่านั้นได้ไปเข้า KM & Executive Learning Trip กันมา ที่สำคัญอาจเป็นผลจากการได้ไปศึกษาดูงานที่ "โรงไฟฟ้าบางประกง"
ในวงสนทนา ได้มีการเสนอแนวทางหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น การสนับสนุนให้มีการแบ่งปันเรื่องเล่าในระบบ Intranet ขององค์กร การตั้งเป้าหมายให้ทุกคนในองค์กรรู้จัก KM โดยผ่านการอบรม Human KM ในส่วนของผมได้แสดงความคิดเห็นว่า "โดยส่วนตัวผมมีความเชื่อว่า" การขับเคลื่อน KM ในองค์กร อาจต้องประกอบไปด้วย ๓ ส่วน คือ
๑) คนในองค์กรทุกคน ต้องรู้ว่า KM คืออะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องแรกๆ เพราะทุกวันนี้หากพูดเรื่อง KM กับคนอื่นๆ ในองค์กร ที่ไม่เข้าใจ KM อาจเป็นสิ่งที่ลำบากเอาการ คิดดีหน่อยก็มอง KM คือ "กิจกรรมที่สนุกสนาน" คิดดีน้อยหน่อยก็มองว่า "หาภาระมาให้อีกแล้ว" ดังนั้นการเข้าใจสิ่งที่จะทำร่วมกัน ย่อมต้องเป็นผลดีมากกว่าแน่ๆ
๒) พัฒนา "คุณอำนวย" หรือ FA อย่างต่อเนื่อง จริงอยู่เราอาจบอกได้ว่าถึงวันหนึ่งทุกคนในองค์กรต้องเป็น "คุณอำนวย" แต่โดยส่วนตัว "ผมเชื่อว่า" การเป็นคุณอำนวยที่ดี ไม่ได้เป็นการได้ทุกคน ในวงสนทนาผมได้แสดงความคิดเห็นว่า "ผมอาจไม่ฉลาดพอ เลยใช้เวลาเกือบปี กว่าที่จะคิดว่าตัวเองเข้าใจ KM ได้ในระดับหนึ่ง และพอมองเห็นทางว่าจะนำมันไปใช้ร่วมกันในการทำงานอย่างไร ทั้งมหดนี้เกิดจากการศึกษาและมีคนให้โอกาสผมในการไปเป็น FA ในที่ต่างๆ แล้ว FA ท่านอื่นๆ ล่ะครับ" การจัดเวทีให้เหล่า FA ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พัฒนาแนวคิด ฝึกฝนกระบวนการ จึงมีความจำเป็นไม่แพ้กัน และเหล่า FA เหล่านี้แหละครับจะเป็นคนไปแพร่เชื่อ KM ในองค์กรของตัวเองได้เป็นอย่างดี
--- ที่ผ่านมาผมรู้จัก KM (อย่างจริงจัง) มาเกือบปี สิ่งที่นำมาใช้ได้ ส่วนใหญ่ก็ใช้กับตัวเอง เพราะการบังคับตัวเองถึงแม้เป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ยังง่ายกว่าไปบังคับคนอื่น การนำ KM ไปใช้ (Implement) จึงยังเป็นเรื่องยากสำหรับผม ถึงแม้ว่าจะมี "โมเดลปลาทู" ก็เหมือนมีเคล็ดวิชา แต่ตีเคล็ดวิชาไม่ออก ดังนั้นการฝึกฝน สร้างประสบการณ์สำหรับเรื่อง KM จึงสำคัญอย่างยิ่ง----
ถ้าถามว่า การจัดการความรู้หรือ KM จะวัดความสำเร็จได้อย่างไร คงตอบยากเหมือนกัน
สำหรับผมแล้วเรื่อง KM จะสำเร็จหรือไม่นั้นต้องดูที่ การนำความรู้ไปใช้งาน ให้เกิดประโยชน์จริง
ปัญหาการจัดการความรู้ทุกวันนี้มันอยู่ที่ความจริงใจ และความตั้งใจของทุกคนในหน่วยงาน และบางแห่งขาดความเข้าใจคิดว่า KM คือการสร้างเว็บบอร์ดให้พนักงานมาเล่าหรือเขียน ๆ แล้วก็ให้อ่านกันเอาเองถือว่าเป็น KM แล้ว แบบนี้มีเยอะครับ
สำหรับผมแล้วต้องมีการสรุปและชี้ได้ว่าอันไหนคือความรู้ อันไหนคือขยะ
แนวคิดผม จากเรื่องเล่า ไปสู่ ข้อคิด จากข้อคิด ไปสู่ ข้อปฏิบัติ จากข้อปฏิบัติ นำไปสู่ การลงมือ จากการลงมือนำไปสู่การปรับปรุง ทำอย่างนี้หลาย ๆ รอบจนกว่าจะกลั่นได้ข้อสรุปที่แท้จริงว่า ความรู้ที่ได้นั้น ต้องนำไปใช้ได้จริง อย่างยั่งยืน และสามารถพัฒนาต่อไปยั่งไม่หยุดยั้ง...
สวัสดีครับ อ. ขจิต ฝอยทอง
มาให้กำลังใจและข้อคิดดีๆ อีกแล้วครับ
สวัสดัครับ คุณ โยธินิน