สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ของการเตรียมความพร้อมของครูและนักเรียนทั้งโรงเรียน  ครูให้มีความพร้อมเรื่องเอกสารการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  และการรู้จักนักเรียน  ส่วนนักเรียนมีความพร้อมเรื่องระเบียบวินัยและข้อปฏิบัติที่โรงเรียนกำหนด  มีอุปกรณ์การเรียนครบถ้วน  และทักษะชีวิตได้แก่การดูแลตนเอง การรักษาความสะอาดของร่างกาย  การทำความสะอาดเสื้อผ้า  การซ่อมแซมเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียน  การทำไม้กวาดก้านมะพร้าว  กิริยามารยาทที่ควรปฏิบัติ  การมีจิตสาธารณะและรักษาสิ่งแวดล้อม  และการฝึกสมาธิ  

             วันที่  ๒๐ และ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นวันที่นักเรียนเข้าฐานการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ  ก่อนปฏิบัติกิจกรรมมีการฝึกสมาธิเป็นเวลา ๓๐ นาที  ฉันทำหน้าที่นำนักเรียนมาเข้าห้องประชุมเพื่อฝึกสมาธิตอนเช้า  และหลังเลิกเรียน ส่วนกลางวันให้นอนเพื่อผ่อนพักตระหนักรู้ 

             เมื่อวานนี้ตอนเช้าเป็นกิจกรรมฝึกสมาธิ  สังเกตว่านักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ คนหนึ่งไม่สนใจฝึกสมาธิและหันหน้าไปหยอกเพื่อนคนข้าง ๆ ฉันจ้องมองนักเรียนไปเป็นแถว ๆ เพื่อให้นักเรียนทราบว่าเป็นการทักทายผ่านสายตา  และไปหยุดอยู่ที่เด็กคนนี้นานมาก  แม้ว่าเขาจะมองมาที่ฉันเขาก็ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมยังอยากจะรบกวนเพื่อนต่อไป 

            ตามปกติแล้วการฝึกสมาธิควรให้เป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่ควรบังคับด้วยวิธีใดก็ตาม  ควรเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อย ๆ เช่นการร้องเพลง การเล่านิทาน การสร้างจินตนาการ  หรือการฟังเพลงบรรเลงก็แล้วแต่ความเหมาะสม  เมื่อเห็นเด็กคนใดคนหนึ่งไม่สนใจก็ไม่ควรตักเตือนว่ากล่าว  ควรมองข้ามไป  เพื่อศึกษาดูว่าอีกกี่ครั้งเขาจึงจะมีความสนใจฝึกสมาธิ  และเรียนรู้ไปว่าเขาชอบวิธีฝึกแบบใด 

           แต่เมื่อวานนี้  เด็กคนดังกล่าวถูกครูที่สังเกตอยู่เดินไปจับตัวออกมาหน้าห้องประชุม  "ฉันคิดหนักอยู่พักหนึ่ง"บังเอิญเห็นว่า "เด็กคนนี้แต่งกายเรียบร้อยเป็นระเบียบ  เสื้อสีขาวสะอาดปักชื่อและเลขประจำตัวถูกต้อง กางเกง ถุงเท้า เข็มขัดครบถ้วน และตัดผมสั้นเกรียน"  รู้สึกว่าการแสดงครั้งนี้ไร้บท  เพราะไม่ใช่การเรียนการสอนในห้องเรียนที่ว่าไปตามแผนการเรียนรู้ที่เตรียมมา

           ฉันจึงหยุดการฝึกสมาธิไว้ก่อน  ประกาศบอกให้นักเรียนทั้งห้องประชุมว่า "ให้นักเรียนทุกคนดูเป็นตัวอย่างและกล่าวชื่นชมความเป็นระเบียบเรียบร้อย ดูดี เท่ห์สมวัย และใบหน้าดูมีความสุขมาก สงสัยว่าจะมีความภูมิใจที่ได้ขึ้นชั้นใหม่  ให้นักเรียนทั้งหมดปรบมือให้  ไม่ลืมประกาศว่า ขอขอบพระคุณคุณครูจับนักเรียนตัวอย่างมาถูกตัวถูกใจ"  หลังจากนั้นได้เริ่มฝึกสมาธิใหม่อีกครั้งหนึ่ง  เด็กชายคนนี้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี 

           ตามปกติเด็กชายคนนี้เป็นที่เอือมระอาของพ่อแม่และครูเป็นอย่างมาก  บางวันแม่ต้องมาติดตามถามว่าลูกมาถึงโรงเรียนหรือยัง  นอกจากนี้มักแสดงท่าทางก้าวร้าวต่อครูและชอบแกล้งเพื่อนเป็นประจำ  และจะไม่ยอมให้ครูลงโทษ  เมื่อถูกลงโทษจะวิ่งหนีออกจากโรงเรียนไปเลยไม่กลับมาอีก เดือดร้อนครูต้องไปบอกพ่อแม่ให้ออกติดตาม   ตอนบ่ายของเมื่อวานฉันสังเกตว่าเขาจะเดินไปในบริเวณใกล้ ๆ ที่ฉันอยู่และสังเกตว่าฉันจะมองและทักทายเขาไหม  "ฉันทักทายถามเขาทุกครั้ง  และเขามีท่าทางตอบรับด้วยดี" 

          เช้าวันนี้เมื่อฉันจอดรถ  พบว่าเขาวิ่งมาหาฉันทันทีและขอช่วยถือของ  ฉันจึงเลือกส่งโน้ตบุคให้เขาถือพร้อมกับบอกว่า "คนหล่อน่าจะหิ้วกระเป๋าโน้ตบุ๊คมากกว่าหิ้วถุงข้าว ถุงแกง" ฉันถือโอกาสโอบไหล่เขาและชวนคุยและถามไถ่ว่า "แต่งกายสะอาดจังใครซักผ้าให้  ทานข้าวเช้ามาหรือยัง วันนี้เตรียมอะไรมาบ้าง  มีกิจกรรมอะไรอีกไหม"  เมื่อตอบข้อสนทนาแล้วเขาบอกฉันว่า "วันนี้ผมเตรียมก้านมะพร้าวเหลามาอย่างดี ๓๐๐ ก้านจะทำไม้กวาดให้คุณครูนำไปกวาดที่บ้าน .."

           การฝึกสมาธิของเช้าวันนี้ผ่านไปด้วยดี  เด็กทุกคนตั้งใจฝึกมากว่าเมื่อวาน หลังจากนั้นฉันได้เดินไปชมกิจกรรมตามฐานต่าง ๆ ฉันบอกกับนักเรียนที่ฐานไม้กวาดว่า "นักเรียน..จะทำให้ไม้กวาดให้ครูอันหนึ่งแต่ไม่กล้านำกลับบ้าน เพราะรู้สึกอายและเหมือนเห็นแก่ตัวที่ครูคนอื่นไม่ได้รับจากนักเรียนคนไหนเลย"  ทราบมาภายหลังว่าเขาได้ชวนเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ชั้น ม.๒ - ๓ ช่วยกันทำไม้กวาดให้สำหรับครูแต่ละท่าน  และพบว่าเขามีพฤติกรรมน่ารักดีมากตลอด ๒ วันที่ผ่านมา  ครูทุกท่านมีความสุข 

             การแก้ปัญหากรณีนี้ไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อพบโจทย์ จะต้องเรียนรู้และศึกษาโจทย์ต่อไป  การนำวินัยเชิงบวกมาใช้ควรควบคู่ไปกับสอนฝึกสำนึกจิตสาธารณะไปด้วย เช่นพักกลางวันฉัน "บอกให้นักเรียนคนนี้ไปรินน้ำดื่มมาแจกคุณครู ๖ แก้ว ควรใส่น้ำแค่ไหนของแต่ละแก้ว ใส่จานรองและยกเสิร์ฟคุณครูด้วยวิธีที่เหมาะสม  จะทำให้เขามีความภาคภูมิใจในตนเอง" และจะต้องติดตามไปอย่างต่อเนื่องและไม่ทอดทิ้ง

            วันเปิดภาคเรียนใหม่  ความไม่พร้อมจะเกิดขึ้นเสมอระหว่างครู ผู้ปกครองและนักเรียน  โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีลูกหลายคน  อาจจะทำให้นักเรียนมีข้าวของเครื่องใช้ไม่ครบถ้วน  หากครูจับนักเรียนมาลงโทษ  หรือกล่าวตำหนิติเตียนนักเรียน ถือเป็นการทำลายโอกาสนักเรียนอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะการลงโทษเป็นการทำร้ายจิตใจอย่างมาก ควรให้โอกาสนักเรียนในการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนใหม่ ครูคนใหม่ ชั้นใหม่  ซึ่งนักเรียนจะต้องอยู่ในโรงเรียนตลอดปีการศึกษาถึง ๒๐๐  วัน  หากพบว่าบรรยากาศใหม่ ๆ ไม่ประทับใจปัญหาก็จะติดตามมามากมาย  เพราะเด็กไม่มีวันคิดได้เหมือนครูหรือผู้ใหญ่  ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูและนักเรียนในวันเปิดภาคเรียนใหม่ค่ะ