การเดินทางร่วมกัน

            การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของพวกเราทีมจังหวัดตรัง  หนึ่งในเก้าของจังหวัดต้นแบบ  ที่มีสมาชิกจากโรงพยาบาลนาโยงคือทันตแพทย์และทันตาภิบาล  ตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลนาหมื่นศรี  ตัวแทนชมรมผู้สูงวัย  ได้เล่าถึงเบื้องหลังของความสำเร็จที่เริ่มต้นมาจากการกระทำด้วยจิตสาธารณะหรือจิตวิญญาณของวิชาชีพ  สู่โครงการผู้สูงอายุถ่ายทอดประสบการณ์สอนลูกหลานรักฟัน และเติบโตสู่การเป็นโครงการพัฒนาเครือข่าย 

         ทัศนคติอันเป็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับชาวบ้านหรือคนในชุมชน  เมื่อครั้งเริ่มลงภาคสนามครั้งแรก ๆ คือชาวบ้านมีความเชื่อฝังใจว่าเรื่องของฟันเป็นเรื่องธรรมชาติ  “ป้าหรือลุงแก่แล้ว ไม่เปลี่ยนไม่ถอนมันหรอก ปล่อยให้มันหลุดเองตามธรรมชาติ”  หรือไม่เห็นความสำคัญของการใส่ฟันเทียมฟันปลอมจะเชื่อว่า “ป้าหรือลุงไม่ใส่หรอกฟันปลอม รำคาญ รักษายาก”  และที่สำคัญและน่าเห็นใจที่สุดก็คือ “พวกเขาอ้างว่าไม่มีเวลาว่างพอที่จะมาใส่ใจ  ต้องออกไปทำมาหากินค่ะ”  คำบอกเล่าเหมือน ๆ กันจากทุกคน

           การแก้ปัญหาเชิงรุกทำได้โดยสร้างแรงจูงใจหลากหลายรูปแบบ  อันได้แก่การไปพูดคุย หาจังหวะอธิบาย  วันแล้ววันเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า “คือ..พวกหนูต้องเข้าไปกันบ่อย ๆ ค่ะไปจนกว่าชาวบ้านจะเข้าใจค่ะ” ทันตภิบาลสองท่านช่วยกันบอกด้วยท่าทางแข็งขันและยืนยันด้วยแววตาว่ามุ่งมั่น  “และ...บางเวลาเราต้องไปช่วยเหลือและสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้านเมื่อเขามีงานส่วนตัวหรือส่วนรวมก็ต้องไปร่วม  เพื่อให้เขาไว้วางใจค่ะ”  เก็บความรู้สึกจากการที่ได้รับฟังและทำให้มองเห็นความตั้งใจจริงในการฟันฝ่าอุปสรรค

           ภายหลังเมื่อได้ดำเนินโครงการฯ แล้ว จะพบปัญหาเรื่องเวลา  เพราะเวลาของกำหนดในแผนปฏิบัติงานไม่ตรงกับเวลาว่างของชาวบ้าน  เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพไม่แน่นอนทำไร่ ทำนา ทำสวนและค้าขายหรือรับจ้าง  ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต  “บางวันนัดเขาแล้วเขาลืมบ้างและเจ็บป่วยหรือมีกิจธุระกะทันหันก็มี”  สำเนียงเสียงแหลงใต้ของคุณป้าสุคนธ์  ที่เล่าด้วยความเต็มใจ  จ้องหน้าครูคิมขอเวลาที่อยากจะเล่าตลอดเวลา  แม้ว่าจะฟังไม่เข้าใจทั้งหมดแต่ก็พอจับใจความได้อย่างนี้  เมื่อพบปัญหานี้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องทำการนัดหมายเวลากับชาวบ้านเป็นการล่วงหน้าหลาย ๆ วัน และได้ปรับเปลี่ยนเวลาการทำงานให้ตรงกับเวลาว่างของชาวบ้าน  ถือเวลาที่ชาวบ้านว่างเป็นสำคัญ

            สถานที่เป็นปัญหาสำหรับการเดินทางของชาวบ้าน  เพราะถ้าหากไกลเกินไป  ชาวบ้านเดินทางลำบาก และทำให้เสียค่าใช้จ่าย  จะต้องหาสถานที่ใกล้ ๆ กับชุมชนและสะดวกต่อการเดินทาง  ประหยัดค่าใช้จ่าย “ป้าไปชวนเขา  เขาจะต้องถามก่อนว่าจัดกันที่ไหนหากไปไกลก็จะไม่ไปค่ะ”  เสียงจากป้าเรียมประธานกลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี  พูดเสริมขึ้น “ป้าไปชวนใครเขาก็ไม่อยากจะสนใจ แต่ป้าก็สู้ค่ะ ไม่มีใครทำป้าก็จะทำคนเดียว และทำไปเรื่อย ๆ ช่วยคุณหมอค่ะ  เพราะป้าทำแล้วมีความสุขค่ะ” เสียงที่มาจากการเปิดใจของป้าสุคนธ์ 

          ปัญหาอีกด้านหนึ่งคือจำนวนบุคลากร  เริ่มแรกจะมีจำนวนบุคลากรน้อยเฉพาะที่รับผิดชอบตามหน้าที่  ภายหลังได้ขอความร่วมมือจากสาธารณสุขอำเภอ  อาสาสมัครหมู่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบล “ได้รับความร่วมมือจากการที่ไปติดต่อทีละคนสองคน  จนเมื่อเขาเห็นว่าเราทำจริงก็เข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”  ทันตาภิบาลสาวสองท่านช่วยกันกล่าวย้ำด้วยน้ำเสียงที่บอกเล่าด้วยความภาคภูมิใจ

        การเปลี่ยนผู้บริหารเมื่อครบวาระ อันเป็นปัญหาขององค์กรปกครองท้องถิ่นเช่นการเปลี่ยนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตามวาระ  ทำให้นโยบายไม่สอดคล้องกันและไม่เข้าใจความเป็นมาของโครงการต่อเนื่อง  “ถือเป็นปัญหาแต่เป็นเรื่องไม่ยากนักต่อการชี้แจงและเล่าความเป็นมาของการดำเนินโครงการฯ มาตั้งแต่ต้น  และไม่มีโครงการใดเลยที่ไม่สนองรับ  เพราะองค์การบริหารส่วนตำบลนาหมื่นศรีมีนโยบายเพื่อสุขภาพของผู้สูงวัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนอยู่แล้ว  ครับผม”  ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลนาหมื่นศรีได้ให้คำยืนยันหนักแน่นในความเข้มแข็งขององค์กร  ทิ้งท้าย “ผมถามจริง ๆ เถอะพี่คิม เขาถอดบทเรียนเอาไปทำไมครับ”  เมื่อเราทำความเข้าใจอันดีกันแล้ว  ทำให้วง (ไร้น้ำชา) ของเราเป็นไปอย่างราบรื่นและมีเรื่องเล่าบอกกันมากมาย ลืมพักลืมเบรคไปเลยก็มี

         สำหรับป้าสุคนธ์และป้าเรียม  ใช้ความพยายามทุกโอกาสได้พูด ได้คุยและได้บอกกล่าวกับทุกคนทั้งในเวลาและนอกเวลา  เสียงจากใจของคุณป้าทั้งสองบอกว่า “พวกป้าเข้าไปในโรงเรียนครั้งแรกเด็กวิ่งหนีและกลัว  เด็ก ๆ สงสัยว่าป้าเป็นแม่บ้านไม่ใช่ครูจะมาสอนได้อย่างไร  เมื่อลงไปทำงานร่วมกับคุณหมอบ่อย ๆ ได้มีโอกาสพูดกับเด็กจนคุ้นเคย  ทำให้เด็กเข้าใจบทบาทของป้ามากขึ้น ป้าภูมิใจค่ะ

           งบประมาณนับเป็นปัจจัยที่จะขาดไม่ได้ในการดำเนินงานทุกงาน ทุกกิจกรรม  ซึ่งงบประมาณที่ได้รับมากหรือน้อยก็พยายามบริหารการใช้อย่างคุ้มค่าและให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งทันตาภิบาลกล่าวถึงงบประมาณว่า “งบประมาณที่ได้รับจาก สปสช.เพื่อดำเนินโครงการฯ นี้และมี อบต.ช่วยสนับสนุนตามที่เราขอไปก็จะได้รับการดูแลทุกครั้ง  หากไม่ถือเป็นปัญหาก็ไม่เป็นค่ะ” 

           กระบวนการทำงานนับเป็นเรื่องสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ  เนื่องจากแผนปฏิบัติงานโครงการทับซ้อนกับงานประจำ  ซึ่งทันตแพทย์หญิงของโรงพยาบาลนาโยงเล่าว่า “ตอนแรกก็วุ่นวายสับสนว่าจะทำอะไรก่อนหลัง  เพราะงานประจำเป็นหน้าที่ตามระเบียบราชการ  ส่วนงานโครงการฯ แม้จะมาทีหลัง แต่ก็ทอดทิ้งไม่ได้ อย่างไรก็ต้องทำให้ได้”  การรับฟังคุณหมอได้สร้างบรรยากาศซึมลึกลงไปในจิตสำนึกหน้าที่ความรับผิดชอบและความตั้งใจจริงของผู้มีอุดมการณ์  “ในที่สุดเราก็ต้องปรับรูปแบบการทำงาน เรียงลำดับความสำคัญของกิจกรรม” คุณหมอกล่าวเพิ่มเติมบทสรุป

          ป้าสุคนธ์ตัวแทนผู้สูงอายุและเป็นแกนนำรุ่นบุกเบิกพร้อมกับป้าเรียม  กล่าวด้วยสำเนียงเสียงแหลงใต้เช่นเคย คราวนี้น้ำตาคลอ “ตอนแรกป้าไปบอกชาวบ้าน และเด็ก ๆ เรื่องการรักษาฟันเขาไม่เชื่อป้า  ภายหลังเมื่อเจอเด็ก ๆ เขาบอกป้าว่าฟันเขาดีแล้วไม่ผุ ไม่กินขนมหวาน และแม่บ้านบางคนเข้ามาร่วมโดยไม่ต้องบอกก็มี”  ทันตแพทย์หญิงกล่าวเสริมว่า “เพราะเราทำจริง สัมผัสและแตะต้องได้  ไม่ล้มเลิกกลางคัน”  ส่วนทันตาภิบาลกล่าวย้ำว่า “เมื่อมีปัญหาเราหันหน้าเข้าหากันค่ะ เราไม่ทอดทิ้งกันค่ะ”  มาถึงตอนนี้คุณหมอคงไม่ได้เดินคนเดียวแล้ว  แต่กลับเดินไปพร้อม ๆกันกับคนหลายกลุ่มในเส้นทางเดียวกัน

          การที่จะได้มาซึ่งผลผลิตของการดำเนินโครงการฯ ใด ๆ แม้ว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ตาม  จะต้องมีองค์ประกอบของการดำเนินงานด้านสภาพบริบทแวดล้อม  ด้านปัจจัยป้อน และด้านกระบวนการ  ดังที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ช่วยกันถ่ายทอดอย่างเป็นขั้นตอน ครบถ้วนของการได้มาซึ่งข้อสนเทศ  เพื่อนำไปสู่การพัฒนา

         การแสดงออกของเจ้าหน้าที่ทันตบุคลากร  มีส่วนผลักดันและจูงใจทำให้ชาวบ้านเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความตระหนักในจิตสำนึกของการดูแลสุขภาพปากและฟัน โดยการสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านนั้น  นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการร่วมงานกับชุมชน เพราะทำให้ชาวบ้านเกิดความไว้วางใจ ที่จะทำงานร่วมกัน  โดยวิธีการที่ช่วยให้ชาวบ้านเกิดความเข้าใจและไว้วางใจ อันเป็นการแสดงออก ถึงความจริงใจ ที่ต้องการดูแลสุขภาพของชาวบ้าน อย่างสม่ำเสมอและไม่ละเลยทอดทิ้ง  รวมทั้งการเสริมสร้างพลังอำนาจแก่ชุมชน เป็นการเพิ่มสมรรถนะ (enabling) ให้กับชาวบ้าน สามารถควบคุมสภาวะสุขภาพปากและฟัน สามารถจัดการสิ่งแวดล้อม รู้จักคิด  รู้จักแก้ปัญหาด้วยตนเองโดยมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน .....  ในการสร้างโอกาสเพื่อนำไปสู่ความฝันใหม่

        การเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชนเป็นการสะสมความรู้ และประสบการณ์ จากการปฏิบัติจริง (learning by doing) เป็นกระบวนการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ (interactive learning process) จะเห็นได้จากการเล่าตั้งแต่ การวางแผน การเขียนโครงการ การสร้างทีมงาน จัดทำแผนปฏิบัติงาน ดำเนินงานควบคู่ไปกับการแก้ปัญหา

       การสะท้อนความรู้สึกของผู้มีส่วนร่วมในครั้งนี้  เพื่อเป็นการจัดเก็บข้อมูลย้อนกลับ ในการปรับปรุงพัฒนาโครงการ ฯ  ทำให้รับทราบความรู้สึกของผู้มีส่วนร่วมหรือการมีส่วนได้เสีย (steakholder) ซึ่งมีความสำคัญและมีส่วนสนับสนุนองค์กรและชุมชน ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น สำหรับการพัฒนาโครงการฯ ต่อไป

 

ป้าเรียมและป้าสุคนธ์ : ตัวแทนผู้สูงวัย ผู้ทุ่มเทกายและใจ