ฟันเทียม ก็จะเหมือนเป็นของเทียม ก็จะเหมือนกับสร้างมาเลียนแบบของแท้

 

ดังที่ได้เล่าในตอนแรกๆ ว่า กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการมอบสิทธิ์การใส่ฟันเทียมพระราชทาน ซึ่งผู้สูงอายุที่มาในวันนี้ จะมาลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์การใส่ฟันเทียมพระราชทาน จำนวน 134 ท่าน ค่ะ

จึงได้มีการแนะนำ ขั้นตอนของการใส่ฟันเทียม ซึ่งหมออ้อย จากกองทันตฯ ได้มาแนะนำด้วยตัวเองเลยละค่ะ ว่า

"... คำว่า ฟันเทียมกับ ฟันปลอม เป็นคำที่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ จะใช้คำว่า "ฟันเทียม" เพราะว่า ฟันปลอม พูดแล้วจะเหมือนของปลอมมากไปหน่อย ถ้าเปลี่ยนเป็นฟันเทียม ก็จะเหมือนเป็นของเทียม ก็จะเหมือนกับสร้างมาเลียนแบบของแท้ เพราะว่า เมื่อฟันของเราไม่มีแล้ว การเคี้ยวอาหารตรงนี้ เราก็ต้องการอาหารที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้น เช่น ผักก็คงต้องเป็นผัก ไม่ได้บดจนละเอียด เพราะจะได้ความรู้สึกของการเคี้ยวน้อยลง ... การทำฟันเทียม ก็เป็นการเลียนแบบฟันแท้ เพื่อให้ทุกท่านได้เคี้ยวอาหารได้อร่อยขึ้น

การใส่ฟันเทียมทั้งปาก ผู้ใส่อาจจะต้องมีการปรับตัวเล็กน้อย ซึ่งในโครงการฟันเทียมพระราชทาน สิ่งที่สำคัญ คือ การใส่ฟัน จะไปช่วยเรื่องการบดเคี้ยว เป็นสำคัญ ผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิ์ ก็จะมีการสูญเสียฟันหมดไปแล้วทั้งปาก หรือไม่ก็สูญเสียฟันหลังไปเยอะ และไม่สามารถจะใช้ฟันเคี้ยวอาหารได้ถนัด

ขั้นตอนของการใส่ฟัน ก็คือ

  • ครั้งแรก จะมีการนัด ให้มาตรวจ เพื่อดูสภาพในช่องปาก ว่าสันเหงือกมีลักษณะเป็นอย่างไร บางท่านเหลือแต่เหงือก บางท่านก็อาจเหลือฟันอยู่ 2 ซี่บ้าง 3 ซี่บ้าง ซึ่งก็ต้องดูว่า จะเก็บรักษาไว้ได้หรือไม่ หรือต้องเอาออก และสันเหงือกต้องแข็งแรง ไม่มีการอักเสบ ไม่มีการบวม ถ้ามีการอักเสบ ต้องรักษาให้หายก่อน จึงจะทำฟันเทียมได้
  • และจะพิมพ์แบบ โดยใช้ถาดพิมพ์ฟัน ซึ่งจะมีขนาดต่างๆ แล้วแต่ขนาดของสันเหงือก เมื่อพิมพ์ปากแล้ว ก็จะเป็นรอยปั๊มของเหงือกออกมา จะนำไปเทปูน และจะได้รูปร่างของเหงือกที่เป็นจริง การพิมพ์แบบที่สมบูรณ์ ต้องมีขอบเหงือกครบถ้วน จึงจะทำให้ฟันที่ใส่ไปติดแน่นดี
  • หลังจากที่ได้แบบที่เทปูนมาแล้ว จะต้องไปทำแบบจำลองสบฟัน ที่มีฐานเป็นพลาสติก และขอบเป็นขี้ผึ้ง ทำเพื่อให้ลองความสูงของใบหน้าที่เป็นจริง เป็นการนัดครั้งทีสอง เพื่อลองแบบจำลองการสบฟัน ใส่ทั้งข้างบน และข้างล่าง และบันทึกการกัดสบ เพื่อที่จะกำหนดตำแหน่งของซี่ฟัน ที่เป็นฟันหน้า ให้ตรงกับกึ่งกลางของใบหน้า ซึ่งจะตรงกับหว่างคิ้ว ลงมาที่จมูก และมาที่ปลายคาง และตรงมุมปากจะเป็นที่อยู่ของฟันเขี้ยว ตอนที่ลองขี้ผึ้ง ก็อาจจะต้องให้พูดคำที่มี ส เสือ เช่น สาวสวยใส่เสื้อสีแสด ซึ่งถ้าพูดได้ชัด ก็จะแสดงว่า ความสูงของฟันนั้นดีแล้ว

     จากนั้น ก็จะต้องเลือกสีฟัน ตามความเหมาะสมของสีผิวของร่างกาย ซึ่งจะเทียบกับสีตาได้ด้วย ถ้าไม่มีฟันให้เทียบ
  • ขั้นต่อมา เป็นการเรียงฟันนอกปาก แต่งขี้ผึ้งให้เหมือนกับเหงือกของแท้ เมื่อเรียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะนัดเพื่อมาลองฟันที่เรียงเรียบร้อย ดูว่า ดีหรือไม่ และอาจลองพูดคำว่า ฟัน ฟาง ฝี ฟ้า เพื่อดูแนวฟันหน้าบน ว่า อยู่ในระดับริมฝีปากหรือไม่ เป็นการดูความสวยงาม และการพูดได้ชัดหรือไม่
  • ตอนนี้ คุณหมอจะเอาขี้ผึ้งไปเปลี่ยนเป็นฟันเทียมของแท้ ครั้งนี้ จะนัดมาเพื่อใส่ฟัน หลังจากที่ใส่ฟันเทียมไปแล้ว อาจจะต้องปรับตัว เพราะว่า ฟันที่ใส่ใหม่ อาจยังไม่เข้าที่ ต้องมีการปรับตัวบ้าง หลังจากใส่ฟันเทียมจึงต้องมีการนัดกลับมาตรวจสอบ ว่า ใช้ได้ดีหรือไม่ ไม่ควรแก้ไขเอง เพราะอาจทำให้เสียสภาพการยึดติดได้ ควรกลับมาให้คุณหมอตรวจสอบ จนกว่าจะเข้าที่
  • การใส่ฟันเทียมไปแล้ว ก็ต้องดูแลความสะอาด หรือแช่น้ำก่อนนอนด้วย โดยใส่ไว้ในแก้วน้ำ หรือในภาชนะที่ใส่น้ำ และมีฝาปิด

การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า

การบริหารใบหน้า

  • ช่วยปลุกเส้นประสาท กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น แก้ม ปาก ให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
  • แนะนำให้ทำหลังล้างหน้าตอนเช้า
  • มี 2 ขั้น แต่ละขั้น ใช้เวลาประมาณ 10 วินาที และผ่อนคลาย จากนั้นให้ปฏิบัติซ้ำ ตั้งแต่ต้นอีก 3 รอบ ขั้นตอนมีดังนี้

ขั้นที่ 1


- เริ่มต้นด้วยสุดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด
- เหยียดริมฝีปากออกไปด้านข้าง เป็นแนวกว้าง ขยับแก้มให้สูง
- หลับตาให้สนิท

ขั้นที่ 2

- อ้าปากกว้าง และลืมตาให้กว้าง

ขั้นที่ 3


- ปิดปากให้สนิท ป่องแก้ม ขยับปาก ซ้าย-ขวา

สุดท้าย หมออ้อย ก็ส่งรอยยิ้ม ให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ฟันเทียมอย่างมีความสุข และมีสุขภาพดีค่ะ ..."

ขั้นตอนการทำฟันเทียม ของจังหวัดราชบุรี

รวมเรื่อง "ยิ้มสร้างสุข" ที่ราชบุรี