ไปถึงเมืองน่าน ก็ต้องแวะไปไหว้พระกันสักหน่อย คุณหมอแอพาไปไหว้พระกันที่ วัดพระธาตุแช่แห้งกันก่อนค่ะ เพราะว่า ที่นี่เป็นโบราณสถานที่สำคัญ เป็นต้นแบบทางด้านศิลปกรรม เป็นหลักฐานโบราณคดีและพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เป็นพระธาตุเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของแผ่นดินล้านนา เป็นปูชนียสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพนับถือของทุกคนค่ะ

พระธาตุจำลอง เราปิดทองกันที่นี่ค่ะ

คณะเราทั้ง 4 คน ที่มากันในครั้งนี้

ท่านสมนึกเล่าว่า ที่นี่เป็นวัดประจำปีกระต่ายค่ะ เราจึงเห็นกระต่ายอยู่ทั่วไปหมด

ข้อมูลเรื่อง พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง จากเอกสาร พระครูวิสิฐนันทวุฒิ อาจารย์สมเจตน์ วิมลเกษม ผู้บันทึกเรียบเรียง : นายธนบดี ศรีประเสริฐ

แช่แห้ง : เป็นคำที่เป็นมงคลยิ่ง และเป็นปรัชญาทางพระพุทธศาสนาขั้นสูง ที่นักปราชญ์โบราณได้ใช้คำที่มีความหมายที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เป็นปฏิปักษ์ และตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงมาผสมกัน

แช่ : หมายถึง การนำวัตถุสิ่งของต่างๆ ทำให้จมลงในน้ำ จึงทำให้วัตถุสิ่งของนั้นเกิดการเปียกขึ้น เปรียบเสมือนคนเราที่จมอยู่ในห้วงกิเลสตัณหาทั้งปวงนั่นเอง

แห้ง : หมายถึง การนำวัตถุสิ่งของที่ทำให้เปียกนั้น มาทำให้แห้ง เปรียบเสมือนคนเราที่ได้นำเอาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาปฏิบัติ จนหลุดพ้นจากห้วงกิเลสตัณหาทั้งหลายเหล่านั้นนั่นเอง

ดังนั่น คำว่า "แช่แห้ง" จึงได้ความหมายทางพุทธปรัชญาว่า บุรุษ หรือสตรี ที่จมอยู่ในภาวะความเปียกของโลภะ โทสะ โมหะ กิเลสตัณหา อวิชาต่างๆ ยอกมหาบุรุษ หรือยอดสตรีเท่านั้น ที่จะทำตัวให้แห้ง ให้พ้นจากภาวะความเปียกของกิเลสตัณหาทั้งหลายเหล่านี้ได้ เพราะคำว่า "แช่" เปรียบก็คือ ต้นเหตุแห่งทุกข์ คำว่า "แห้ง" ก็ย่อมหมายถึง ทางแห่งการดับทุกข์ ซึ่งตรงกับอริยสัจสี่ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค รวมความทั้งหมดแล้ว คือ หนทางแห่งนิพพานนั่นเอง

 รวมเรื่อง ฟ้าใสๆ และความงาม ที่เมืองน่าน