คุณหมอเอ้ หรือ คุณหมอนริศรา ดีบ้านโสก เธอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลคอนสวรรค์ มาเล่าถึง การสนับสนุนการทำงานสุขภาพช่องปากของชมรมผู้สูงอายุ ในอำเภอคอนสวรรค์ค่ะ
คุณหมอเอ้บอกว่า
แรงบันดาลใจในการทำเรื่องผู้สูงอายุ ก็คือ เดิมทีตอนจบใหม่ๆ ปี 2545-2546 อยู่ที่โรงพยาบาลชุมชน แต่ช่วงนั้น ยังไม่มีการทำโครงการฟันเทียมพระราชทาน พอช่วงปี 2547-2548 ย้ายเข้าไปประจำที่ รพ.ชัยภูมิ ก็มีโครงการฟันเทียมพระราชทานเข้ามา ... จึงรู้สึกว่า ผู้สูงอายุมีความต้องการใส่ฟันเทียมเยอะมาก จนล้น ที่ รพ.ชัยภูมิทำไม่ทัน ผู้สูงอายุต้องรอคิว 2 ปี ทั้งที่ก็ทำกันเยอะมาก เป้าหมายของการทำฟันเทียม จะเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่ตลอด
พอถึงจุดนั้น ก็เลยมาคิดว่า ทำไมความต้องการของผู้สูงอายุต้องการใส่ฟันเยอะ ก็แสดงว่า มีการสูญเสียฟันที่ค่อนข้างเยอะ แล้วเราจะรับอยู่อย่างนี้ตลอดไปเลยหรือเปล่า พอมีโอกาสย้ายมาอยู่โรงพยาบาลคอนสวรรค์ ประจำบ้านเกิด เมื่อปี 2551 ซึ่ง รพ.คอนสวรรค์ เป็นโรงพยาบาลนำร่อง เกี่ยวกับโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ กับโครงการตามชุดสิทธิประโยชน์ เริ่มตั้งแต่ ปี 2549
เมื่อปี 2549 โรงพยาบาลได้เริ่มทำที่ชมรม รพ.คอนสวรรค์ เพราะว่าสะดวกในการประสานงาน และชมรมผู้สูงอายุบ้านโสก เนื่องจากว่า มีผู้นำของสถานีอนามัย หรือผู้นำผู้สูงอายุที่ค่อนข้างเข้มแข็ง
กิจกรรมที่ทำไปช่วงแรก (ปี 2549)
-
เราเข้าไปหาปัญหาก่อนว่า ผู้สูงอายุในพื้นที่มีปัญหาอะไร ในเรื่องทันตสุขภาพ
-
เอาปัญหามาวิเคราะห์ ว่าเขาขาดอะไร
-
ให้ความรู้ทางทันตสุขภาพในเรื่องนั้น ให้กับเขา สอนการดูแลสุขภาพช่องปาก สอนและสาธิตวิธีการแปรงฟันที่ทำให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้
-
ตรวจสุขภาพช่องปาก โดยทันตบุคลากร
-
ประเมินผลเพื่อจัดทำโครงการ เพื่อพัฒนาให้เป็น โครงการที่เป็นการสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก และให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี ของผู้สูงอายุ
ปี 2550 เราก็ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่สอง
เมื่อทราบปัญหา และประเมินผล เราก็นำระบบการเสริมสร้างสุขภาพเข้าไป เราก็ทำกิจกรรมกับชมรมผู้สูงอายุขึ้น โดยจัดให้มีการอบรมแกนนำผู้สูงอายุทั้ง 2 ชมรมฯ
ชมรมโรงพยาบาลคอนสวรรค์ มีสมาชิก 228 คน ในช่วงปี 50 มีแกนนำ 40 คน และชมรมบ้านโสกมีสมาชิก 400 คน มีแกนนำ 30 คน ซึ่งมาจากคัดเลือกของสมาชิกเอง
การอบรมแกนนำ โดย
-
สอนเกี่ยวกับทันตสุขภาพ การสาธิตวิธีการแปรงฟัน การดูแลสุขภาพช่องปากเบื้องต้น
-
เพื่อให้แกนนำสามารถไปถ่ายทอดความรู้ทางทันตสุขภาพ ให้กับสมาชิกท่านอื่นได้ ทั้งสมาชิกที่อยู่ที่บ้าน ที่เป็นคนพิการไม่มีคนดูแล ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือแม้แต่ลูกหลานที่อยู่ในบ้านที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้การดูแลอุปถัมภ์อยู่ ก็สามารถไปถ่ายทอดให้ความรู้ได้
-
จัดให้มีการถ่ายทอดความรู้แก่สมาชิกกัน ทุกวันพระ ซึ่งผู้สูงอายุทั้งหลายวันพระต้องไปวัด เพราะเป็นที่พบปะกัน
-
โรงพยาบาลคิดให้การสนับสนุนโมเดลฟัน เพื่อใช้ประกอบการสาธิตการแปรงฟัน ให้กับแกนนำ ในการไปใช้เป็นเครื่องมือสาธิต
-
ให้บริการทันตกรรมเคลื่อนที่ กรณีที่ผู้สูงอายุตรวจพบ ผู้ที่ต้องการรักษาโรคในช่องปาก
-
มีการประสานงานให้เกิดเป็นช่องทางด่วนขึ้นมาในโรงพยาบาล กรณีที่ไม่สามารถออกหน่วยเคลื่อนที่ไปทำให้ได้ทั้งหมด เช่น กรณีอุดฟัน หรือขูดหินปูน ก็จะมีช่องทางด่วน เป็นคิวที่แยกต่างหาก จากคนไข้ทั่วไป หรือคนไข้นัด เป็นคิวผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
-
สุดท้าย เป็นการประเมินผล
ในปี 2551
เป็นกิจกรรมที่ CUP หรือทันตบุคลากร ปล่อยให้ผู้สูงอายุทั้ง 2 ชมรม ดูแลกันเอง หลังจากที่เราไปให้ความรู้ ไปพาทำ ไปให้เห็นปัญหา และมีกิจกรรมที่เกิดขึ้นในปีแรกว่า ปี 2551 เขาจะมีการพัฒนา หรือมีกิจกรรมอะไรที่ต่อเนื่องกันหรือเปล่า ... ก็พบว่า มีนวัตกรรมเกิดขึ้น
ชมรมโรงพยาบาลคอนสวรรค์
มีการทำน้ำยาอมบ้วนปาก เกิดจากภูมิปัญญาที่ทำขึ้นจากสมาชิก เพื่อลดปัญหาในช่องปาก ก็คือ กลิ่นปาก ผู้สูงอายุของชมรม คิดทำกันขึ้นมาเอง เนื่องจากว่า กลิ่นปากเป็นปัญหาสำคัญ
ต่อมา รพ. ได้ปรับปรุงโมเดลสอนการแปรงฟัน โดยใส่คลิ๊บหนีบกระดาษให้โมเดลมายึดเชื่อมประกบกัน เลียนแบบฟันธรรมชาติ ให้อ้าหุบได้ และใช้เป็นสื่อการให้ทันตสุขศึกษา และได้แจกให้กับผู้สูงอายุ เด็กวัยเรียน และเด็กวัยก่อนเรียนด้วย
ต่อมาปี 2552
มีโครงการชุดสิทธิประโยชน์เข้ามา จึงเริ่มคิดว่า จะให้เกิดเชื่อมกันเป็นเครือข่าย เพราะว่า ชมรมผู้สูงอายุ สมาชิกก็คือ ผู้สูงอายุในเขตบ้านใกล้เรือนเคียงกันอยู่แล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มเป็นก้อนที่เราสามารถจะเข้าไปได้ง่าย
จึงเน้นการดูแลป้องกันสุขภาพช่องปาก โดยให้เข้ากับโครงการชุดสิทธิประโยชน์ฯ ด้วย โดยการการเข้าไปตรวจ ไปหาความเสี่ยงของโรคปริทันต์ ไปดูโรคทางร่างกาย ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และคัดกรองกลุ่มเสี่ยง มารับการตรวจสุขภาพช่องปาก ถ้าใครมีปัญหา มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปริทันต์ หรือรำมะนาด ก็จะนัดมาขูดหินปูน ใครที่มีเหงือกร่น และกรณีที่ฟันโยกไปแล้ว ฟันมีความเสี่ยงที่จะผุ ก็ทาฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุให้
ปี 2552 จะเริ่มที่ชมรมฯ รพ.คอนสวรรค์ก่อน เพราะว่า รพ. ได้จัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุขึ้น และนัดผู้สูงอายุเดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันจันทร์ที่ 3 ของเดือน โดยร่วมกับฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งจะมีกิจกรรมการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ของผู้สูงอายุด้วย หลังจากนั้น จะเข้าไปร่วมวัดความดัน สัมภาษณ์พฤติกรรมสุขภาพช่องปาก และนัดมาตรวจ รักษาเบื้องต้น คือ ขูดหินปูน ทาฟลูออไรด์ หรืออุดฟัน ถอนฟัน เพื่อการเตรียมช่องปากให้เรียบร้อย ก่อนที่จะนำเข้าสู่โครงการฟันเทียมพระราชทาน ก็จะวนกันเป็นระบบ
สำหรับปี 2553
อยากเห็นชมรมผู้สูงอายุมีการทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากกันอย่างต่อเนื่องยั่งยืน โดยทำตามเกณฑ์มาตรฐานของการทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก สำหรับชมรมผู้สูงอายุ ... เพราะว่าอนาคตอยากเห็นผู้สูงอายุมีฟันดี ครบ ใช้เคี้ยวอาหารได้ตามเกณฑ์ ตามตัวชี้วัดที่เราอยากได้ ไม่อยากให้ต้องใส่ฟันเทียมรอคิวกันปีสองปี
และอนาคต อยากให้คุณพ่อคุณแม่ซึ่งเป็นแกนนำ ช่วยนำสมาชิกในชมรม ดูแลสุขภาพช่องปากของตนเอง และช่วยกันเห็นว่า สุขภาพช่องปากเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่พัฒนาให้เกิดคุณภาพชีวิต เพราะว่า ตามพระราชดำรัสของในหลวงท่านที่ท่านอยากให้ประชาชนของท่านมีฟันใช้เคี้ยวอาหารได้ดี สมกับที่ว่า "ปากเป็นประตูแรก ด่านแรกที่จะทำให้สุขภาพร่างกาย และคุณภาพชีวิตของเราดี" จึงอยากให้อนาคต พ่อแม่เรา หรือทุกคน มีฟันใช้เคี้ยวอาหารโดยไม่ต้องใส่ฟันเทียม เพราะว่า ฟันเทียมก็คือของที่เราทำขึ้นมาทดแทนฟันธรรมชาตินั่นเอง
รวมเรื่อง การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก สว. ภาคอีสาน