การประชุมครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุต้นแบบ ด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก โดยรอบนี้ สำหรับเครือข่ายในพื้นที่ ศูนย์อนามัยที่ ๑, ๒, ๑๑, ๑๒ รวม ๒๒ จังหวัดค่ะ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพแกนนำชมรมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นภาคประชาชน ด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรม และเพื่อให้ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วม และสนับสนุนกิจกรรม เพื่อการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม
ครั้งนี้มีนิทรรศการเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่ ศูนย์ทันตนวัตกรรม หน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงนิทรรศการ ในหลวงกับงานทันตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ นิทรรศการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมผู้สูงอายุ และนิทรรศการชมรมผู้สูงอายุ จำนวน ๑๐ ชมรม และคาดหวังไว้ว่า ... การประชุมในครั้งนี้จะทำให้เกิดการจัดกิจกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากโดยชมรมผู้สูงอายุที่เหมาะสม มีต้นแบบในระดับจังหวัด เพื่อไปขยายผลให้ครอบคลุม ๑ อำเภอ ๑ ชมรม ในปี ๒๕๕๔ และขยายสู่ชุมชนในวงกว้างต่อไป
ข้อมูลด้านผู้สูงอายุในขณะนี้ก็อ ประเทศไทยเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุแล้ว เพราะขณะนี้ เรากำลังจะมีผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปเกิน ๑๐%
กรมอนามัยมีการสำรวจทันตสุขภาพเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๔ พบว่า ผู้สูงอายุของประเทศไทยไม่มีฟันเหลืออยู่เลย ๘% จึงเป็นที่มาของโครงการฟันเทียมพระราชทานที่เกิดมาเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุกลุ่มนี้ และจากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานแก่หน่วยทันตแพทย์ เมื่อปี ๒๕๔๗ ความว่า "เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง" เน้นให้เห็นถึงเรื่องสุขภาพฟัน ที่มีส่วนสำคัญไปกระทบเรื่องของความสุข เรื่องของความเป็นอยู่ เรื่องของสุขภาพดี และโครงการฟันเทียมพระราชทาน ณ ปัจจุบัน ทีมทันตบุคลากรทั่วประเทศ ได้ร่วมกันจัดบริการให้กับผู้สูงอายุแล้วถึงกว่า ๑๖๐,๐๐๐ คน ถ้าคิดเฉพาะภาคลาง หรือภาคใต้รวมกัน 5 ปีที่ผ่านมา จัดบริการได้ถึง ๖๑,๐๐๐ คนแล้ว ที่เป็นผลพวงจาก ทั้งผู้ให้บริการ ทันตบุคลากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
แต่เราพบว่า เมื่อปี ๒๕๕๐ มีผู้สูงอายุยังเป็นโรคปริทันต์ คือ โรคเหงือก รำมะนาด อีกกว่าร้อยละ ๘๔ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่มีฟัน เพราะต้องถูกถอน และเกิดรากฟันผุ ร้อยละ ๒๑
เพราะฉะนั้น การจัดบริการฟันเทียมอย่างเดียว แก้ปัญหาตรงนี้ไม่ได้ จะต้องมีความร่วมมือทำงานในเชิงของการส่งเสริมสุขภาพมากขึ้น ทำเรื่องของทันตกรรมป้องกันมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการประชุมในวันนี้ ว่า ทำอย่างไรเราจึงจะประสานความคิด เนรมิตผู้สูงวัยฟันดี โดยผ่านการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านองค์กร ที่เป็นหลักหนึ่ง ก็คือ ชมรมผู้สูงอายุ
จากการที่ชมรมผู้สูงอายุเป็นการรวมตัวกันของชาวบ้าน ผู้นำชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่น จึงเป็นศักยภาพ และคนในพื้นที่เดียวกัน ... ชมรมผู้สูงอายุจึงเป็นองค์กรหลักอันหนึ่งที่จะสร้างสุขภาพ ดูแลกันและกัน จัดระบบกันเอง ทำงานร่วมกัน เสริมกิจกรรมที่ส่งผลกระทบในทางที่ดีให้กับชาวบ้านด้วยกัน โดยที่ทีมของภาครัฐ และท้องถิ่น ช่วยกันสนับสนุน
ในโอกาสนี้ ส่วนสาธารณสุขก็มีนโยบายที่จะดำเนินการในเรื่องของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลด้วย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้การให้บริการได้ใกล้ชิดชาวบ้านมากขึ้น และเป็นโอกาสที่ดี ที่กรมอนามัยร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน รวมทั้งผู้สูงอายุ ที่จะส่งเสริมเรื่องของสุขภาพ และสุขภาพช่องปากให้กับประชาชนร่วมกัน
วันนี้ จึงได้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อที่จะนำไปพัฒนาทันตสุขภาพช่องปากในชุมชนร่วมกันค่ะ
รวมเรื่อง ประสานความคิด เนรมิตผู้สูงวัยฟันดี