ที่บ้านสร้าง คุณหมอณัฐวัจน์ ศุภชวโรจน์ มาบอกเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุของบ้านสร้างให้ฟัง
บ้านสร้างรับอาสาทำกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี 2552 ตอนนั้น จังหวัดปราจีนฯ ตั้งเป้าให้แต่ละอำเภอ ทำกิจกรรมส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากให้กับผู้สูงอายุ โดยมีเป้าหมาย ให้ทำในชมรมผู้สูงอายุ 1 ชมรมฯ และทำกิจกรรมป้องกันโรคให้กับผู้สูงอายุตามเป้าหมาย พร้อมกับบันทึกข้อมูลในแบบฟอร์ม F1/F2/F3 ที่ใครหลายคนก็คงจะได้ทำกันอยู่
"ปีแรก ... ผมทำงานโดยทำตามตัวชี้วัด ทำตามเป้าหมาย คือ ขูดหินน้ำลาย การใช้ฟลูออไรด์วานิช เพื่อการป้องกันโรคปริทันต์ และฟันผุ และให้ความรู้กับผู้สูงอายุ"
เมื่อจบกิจกรรมในปีที่หนึ่ง เริ่มรู้สึกว่า ทำไปแล้วเหมือนไม่มีประโยชน์อะไรมาก ก็เริ่มมาคิดว่า เราควรทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น
ปี 2553 จึงพัฒนาเรื่องงานส่งเสริมมากขึ้น รวมทั้งทำกิจกรรมตามเป้าหมายที่กำหนด
กรอบแนวคิดในการดำเนินงาน
มี 2 ส่วน คือ การพัฒนาระบบการให้บริการ และการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก เพราะว่าผู้สูงอายุตอนนี้ สูญเสียฟันไปเยอะแล้ว การฟื้นฟูสภาพช่องปากจึงสำคัญ จึงพัฒนาควบคู่กันไป
1. การพัฒนาระบบบริการ
ด้วยการกระจายจุดบริการ ที่บ้านสร้าง จะมีจุดบริการอยู่ที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 2 แห่ง คือ รพ.สต.บางแตน และ นิคมพัฒนา และโรงพยาบาลชุมชน 1 แห่ง คือ รพช.บ้านสร้าง ผมกระจายจุดบริการไปให้บริการผู้สูงอายุตามสถานที่เหล่านี้ ทุกวันอังคาร พุธ พฤหัส ในลักษณะของการออกหน่วย ออกไปให้บริการ อุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และใส่ฟันเทียม โดยผู้สูงอายุที่อยู่ในบริเวณ รพ.สต. ให้มารับบริการเอง ส่วนผู้สูงอายุที่อยู่ใกล้เคียง จะจัดรถไปรับมารับบริการที่ รพ.สต. นั้นๆ และในวันศุกร์เช้า จะเปิดช่องทางด่วนสำหรับผู้สูงอายุให้มารับบริการ

2. การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก
จากความคิดเบื้องต้น ที่ว่า การทำในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพ หรือ Health Promotion เป็นเรื่องที่ต้องเล่นกับพฤติกรรมของคน จึงมาคิดว่า พฤติกรรมอะไรบ้าง ที่เราต้องการจากคนในชุมชน ซึ่งพฤติกรรมเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากจริงๆ ก็จะมีไม่มาก คือ เป็นเรื่องของการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ การไม่กินอาหารหวาน เป็นต้น แต่ประเด็นที่เกิดขึ้น คือ รู้ แต่ไม่ค่อยได้ทำ ผมจึงหาข้อมูลเบื้องต้นว่า แล้วปัจจัยอะไรที่จะมีผลต่อพฤติกรรมเหล่านั้น
ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ตัวที่จะชี้นำพฤติกรรมของคน มี 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ความคิดภายในตัวคนคนนั้น และส่วนที่สอง คือ สิ่งแวดล้อมที่เป็นสภาพบังคับว่า เขาจะสามารถทำอะไรได้บ้าง
เรื่องพฤติกรรมที่เกิดกับภายในตัวคนคนนั้น
จะเกิดจาก คนเราทำอะไรก็แล้วแต่ เพื่อความสุขเฉพาะหน้า โดยส่วนใหญ่ การที่คนเราจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างหนึ่งนั้น ความสุขเฉพาะหน้าจะเกิดขึ้นได้ใน 2 ระดับ ระดับแรก เกิดจากตัวพฤติกรรมเอง ยกตัวอย่าง การแปรงฟัน ถ้าเราแปรงฟันแล้วเจ็บเหงือก เราก็จะไม่อยากแปรง เพราะว่า แปรงฟันแล้วเกิดความทุกข์ ก็จะเลิกพฤติกรรมนี้ไป
กับอีกอย่างหนึ่ง ความรู้สึก ความสุขเฉพาะหน้าอีกระดับ คือ เกิดจากแรงจูงใจ ตัวอย่าง ถ้าแปรงฟันเสร็จเจ็บเหงือก ไม่อยากแปรง แต่ถ้ามีคนบอกว่า ถ้าคุณแปรงฟันจะให้สิ่งตอบแทน ก็คงยอมแปรง
จึงเป็นการชั่งน้ำหนักกัน ระหว่าง ความรู้สึกที่เกิดจากพฤติกรรม กับแรงจูงใจ เมื่อคนคนนั้น ตัดสินใจเลือก แล้วเขาก็จะทำสิ่งนั้น
พฤติกรรมที่เกิด ถ้าเกิดบ่อยๆ ก็จะเป็นพฤติกรรมที่เคยชิน นี่เป็นปัจจัยภายในที่จะเกิดขึ้น
เรื่องปัจจัยภายนอก
จะหมายถึง สิ่งต่างๆ ที่มาบังคับทำให้เราไม่สามารถทำพฤติกรรมนั้นๆ ได้ ตัวอย่าง ถ้ารู้สึกอยากแปรงฟัน แต่ไม่มีแปรงสีฟัน ก็แปรงไม่ได้
จึงมาดูว่า มีอะไรบ้างที่ต้องค้นหา และต้องจัดการกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องเหล่านี้
กระบวนการในการทำกิจกรรม
เริ่มด้วย ... การสร้างความคุ้นเคย ซึ่งทำให้คนที่เราทำงานด้วย เกิดความรู้สึกได้หลายอย่าง เช่น ความเกรงใจ อยากดูเราเป็นตัวอย่าง เกิดแรงจูงใจในการร่วมทำกิจกรรม หลังจากนั้นก็ค้นหาปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะหาวิธีในการปรับสิ่งเหล่านั้นให้เหมาะสม จนเกิดพฤติกรรมที่เราต้องการ
ต่อมา ... ปรับความรู้ความสามารถ ซึ่งจะทำปีละครั้ง เป็นการทบทวนความรู้ ให้กับผู้สูงอายุ
จากนั้น ... ปรับสภาพสังคม และสิ่งแวดล้อม จัดการปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ให้เหมาะสมต่อการปรับพฤติกรรมที่เราต้องการ
ลักษณะของกิจกรรมที่บ้านสร้าง
ตำบลบ้านสร้าง จะมีชมรมผู้สูงอายุอยู่แล้ว มีลักษณะเป็นโรงเรียนผู้สูงอายุ ปลายปีจะมีการทำข้อสอบ ผมจะเข้าไปแทรกตัว ไปช่วยกิจกรรมชมรมฯ ไปช่วยทำข้อสอบ ออกข้อสอบให้ด้วย และแทรกกิจกรรมทั้งเรื่องฟัน และเรื่องอื่นๆ เช่น การออกกำลังกายเข้าไปด้วย

ชักชวนให้ผู้สูงอายุฝึกแปรงฟันทุกครั้งที่มีการประชุมแต่ละเดือน

มีตลาดนัดชมรมผู้สูงอายุ ผมก็จะเอาโปสเตอร์ความรู้เรื่องฟันไปตั้งแสดง

เข้าร่วมกิจกรรมในวันผู้สูงอายุ วันสงกรานต์ รดน้ำดำหัว
และร่วมทำกิจกรรมในวันที่ผู้สูงอายุไปทัศนศึกษา ที่เขาเขียว ก็คือ กิจกรรมที่พยายามจะค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยการตั้งคำถาม ให้กลุ่มพยายามนึกว่า พฤติกรรมแบบนี้ เกิดจากอะไร ช่วยกันคิด และออกมานำเสนอ

ความพร้อมของการดำเนินงาน
เรื่องการเตรียมทีมงาน
-
ขั้นแรก เราวางกรอบการปฏิบัติงาน โดย ทำเรื่องงานส่งเสริมสุขภาพ และงานบริการทันตกรรม (สิ่งที่ยังไม่มีคือ ฐานข้อมูล ปี 2554 จึงวางแผนทำฐานข้อมูล ด้วยการเก็บข้อมูลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุประมาณ 500 คน ของทั้งอำเภอ)
-
จากนั้น ประชุมบุคลากรในฝ่าย และอนามัย กำหนดบทบาทหน้าที่ และวางแผนออกเชิงรุก
-
ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน แก่เจ้าหน้าที่อนามัย โดย การทบทวนความรู้ และกลวิธีการดำเนินงาน
-
สอน ให้ความรู้เรื่องทันตสุขศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เจ้าหน้าที่สามารถสอนคนในพื้นที่ได้ด้วย




ภาพข้อมูลของผู้สูงอายุบ้านสร้างค่ะ
รวมเรื่อง พัฒนาคุณภาพ สว. เขต 3