...พ่อเเม่..คือพระอรหันต์ในบ้าน

 

ประโยคนี้ดูเหมือนจะคุ้นเคย  และฟังมาแล้ว  อ่านมาแล้วหลายร้อยครั้ง

แต่...เหมือนเพียงฟังและจดจำ  ติดอยู่เพียงความจำ(สัญญา)และเข้าใจ...ไม่ได้เข้าถึงจริงๆ..

 

  แต่เมื่อการสนทนาธรรมกับท่านอาจารย์..

          การสนทนาเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง...ที่ผมได้เผยโมหะ(ที่เกิดขึ้นกับผม)  ..ที่มีต่อเรื่องนี้...

 อาจารย์กล่าวและแนะนำว่า...

   มิควรที่จะลบหลู่ผู้เป็นพ่อแม่ของเรา  ทั้งกาย วาจา ใจ...

  พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ในบ้าน นะหมอ..

  หากว่าเราได้เป็น หรือกระทำอยู่...เราควรทำการขอขมาท่านและปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพสูงสุด..

 

พลันที่ได้ฟังเช่นนั้น...

  ผมอึ้งไปเล็กน้อย  ..ตื้อๆ  คิดอะไรไม่ค่อยออกต่อไป...

  แต่เกิดความรู้สึกหนึ่งคือ...ความสลด..สังเวชต่อสิ่งที่เรามีหรือเป็นอยู่  เป็นโมหะระดับที่ละเอียด

  บางครั้งเราก็หลงตนเองว่าดีแล้ว  ดีต่อท่านมากแล้ว   ...

  แต่เมื่อฟังจากท่านอาจารย์..ก็รู้สึกตัว  รู้ตัวได้ทันทีว่า...ยังไม่ดีเพียงพอและทำผิด  คิดผิดอยู่...มากๆ

  ทันทีที่อึ้ง สลด นั้นท่านอาจารย์ก็แนะนำต่อทันดี..ต่อความสลดที่เกิดขึ้นนั้น... 

 

 ความสำคัญของการดูแลพระอรหันต์ในบ้านทั้งสององค์คือ...

   การเจริญในธรรม...ที่รวดเร็วมากขึ้น..ไม่ติดขัด

   อาจารย์กล่าวว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมไม่ก้าวหน้า  อาจจะมาจากมูลเหตุนี้...

 

 วันนี้ผมจึงได้ขอขมาลาโทษกับคุณพ่อคุณแม่ ...   ขออโหสิต่ออกุศลกรรมใดๆที่ได้กระทำต่อท่านทั้งสอง...By phone ก่อนครับ  ^_^

 

  รวมทั้งการขอขมา  กับท่านอาจารย์กะปุ๋มด้วย...ครับ

  ที่เคยแสดงความเห็น  ความคิดหรือการระทำอันอาจจะเป็นการลบหลู่ท่าน....

 --- ^_^ --

 

จริงๆแล้วเรื่องขอขมายังกว้างขวางไปถึงผู้คนอื่นๆ  หรือสัตว์อื่นๆด้วยที่ได้ล่วงเกิดนทั้งกาย  วาจา  ใจ ครับ..

รู้สึกเช่นนั้น...