ตามแผนการจัดการเรียนรู้วิชามนุษย์กับการดำเนินชีวิต ก่อนเข้าชั้นเรียนในสัปดาห์นี้ แต่ละคนศึกษาประวัติบุคคลที่ตนเองประทับใจ จากนั้น ให้มานั่งเขียนเรียบเรียงเนื้อหาออกเป็น ๒ ประเด็นในชั้นเรียน

เมื่อเข้าชั้นเรียนได้กำหนดเวลาตามที่ผู้เรียนต้องการคือ ๔๐ นาที เพื่อเขียนเรียบเรียงเนื้อหา ๑) ประวัติบุคคลที่ข้าพเจ้าประทับใจ ๒) เหตุผลที่ประทับใจบุคคลเช่นนี้

กว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เรียนในชั้นเรียน เลือกบุคคลใกล้เคียง "แม่" คืออันดับต้นๆ ที่ผู้เรียนเลือกเพื่อที่จะบอกให้ทุกๆ คนทราบว่า "ข้าพเจ้าประทับใจ" และ "คุณธรรมที่แม่ได้ตราไว้ให้กับลูก" นี้คือเหตุผลหลักในความประทับใจ คุณธรรมเหล่านั้นเช่น ความอดทน ความเด็ดเดี่ยว การเอาใจใส่ต่อลูก ฯลฯ ผู้เรียนท่านหนึ่ง ขณะที่กำลังเล่าเรื่องราวของแม่ ยังไม่ทันเอ่ยปากเท่าไรก็ตื้นตันใจ ต้องหันหลังให้ผู้ฟังซึ่งก็คือเพื่อนๆ ในชั้นเรียน แต่แล้วก็พูดไม่ออกพร้อมกับน้ำตาไหลพราก "ขอโทษค่ะ..พูดไม่ออก" เพื่อนๆ ที่นั่งฟังไม่รอช้าที่จะช่วยกันปลอบโยน "ไม่ต้องพูดก็ได้ กลับมาก่อน กลับมานั่งข้างในก่อน" นักศึกษาท่านหนึ่ง เล่าถึงความประทับใจ "ดิฉันเคยถามแม่เหมือนกันว่า ทำไมแม่ไม่หาสามีใหม่ อันที่จริงไม่ใช่อยากให้แม่หาพ่อใหม่ เพียงแต่อยากรู้เหตุผลเท่านั้น อีกอย่างหนึ่ง ทำไมไม่ไปทำงานกรุงเทพฯ แล้วส่งเงินมาทางบ้านเหมือนกับที่คนอื่นๆ เขาทำกัน สิ่งที่ดิฉันได้รับทราบคือ แม่สงสารลูก ไม่รู้ว่าเมื่อแม่ไปทำงานแล้วลูกจะอยู่อย่างไร ขอต่อสู้ด้วยสองมือนี้แหละ ...."

มี ๒ คนที่เล่าให้ฟังว่า ประทับใจในตัวครู ครูคนหนึ่งทุ่มเทตั้งใจสอนหนังสือและเข้ากับนักเรียนได้ดีเมื่อสมัยอยู่ ม.๔ และเป็นครูที่ปรึกษา อีกคนหนึ่งที่พูดถึงคือ ครูสอนวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อไปที่บ้านครูแล้ว ล้วนแต่เต็มไปด้วยงานศิลปะ

หลายคนมีพ่อ-แม่ เป็นครู จำนวน ๒ คนที่ยกเอาหลวงพ่อพุทธทาสและพระวิปัสสนาจารย์รูปหนึ่ง (จำไม่ได้) เป็นบุคคลประทับใจ

จากการศึกษาบุคคลที่ประทับใจ ทำให้เกิดความคิดย้อนกลับว่า ถ้าเราจะเป็นพ่อหรือเป็นแม่ หรือเป็นครูอาจารย์ที่ดีหรือเป็นบุคคลในความทรงจำควรทำอย่างไร

พบว่า สิ่งที่ผู้เรียนได้เล่าให้ฟังนั้น ความประทับใจทั้งหมด ล้วนแต่เป็นความดีงามทั้งสิ้น อาจสรุปลงตรงนี้ได้ว่า ผุ้ที่ชอบสิ่งดีย่อมเป็นคนดี