เพื่อจะได้ไม่หลบหลีกออกไปจากเส้นทางที่ถูกต้องนั้นแล...

ยามค่ำคืนนี้หลังลงมานั่งหน้าคอม ฯ แล้วย้อนทวนช่วงเย็น ๆ วันนี้ของชีวิตที่พาครอบครัวไปเดินเล่นออกกำลังกายใน มอ. หาดใหญ่จนเย็นย่ำพอได้เหงื่อคือน้ำมนต์รดกายตน และมีเรื่องเล่าแนวคิดทางปรัชญาของสวามี  รามกฤษณะต่อดังนี้

ว่าด้วยเรื่องเสียเวลา...มีชายหนุ่มฝึกจิตตนจนแน่วแน่อยู่ตามลำพังในป่าลึกประมาณ 14 ปี  แล้วเขาเกิดบรรลุสิ่งที่ตั้งใจไว้คือการมีความสามารถเดินไปบนผิวน้ำข้ามไปยังฝั่งฟากโน้นได้แล้วเขาก็ไปหาอาจารย์เพื่อบอกในความสามารถนั้น...

อาจารย์เมื่อได้ฟังแล้วจ้องหน้าลูกศิษย์พร้อมกล่าวว่า...ศิษย์ผู้น่าสงสาร  นี่หรือคือความสำเร็จด้วยการใช้ความพากเพียรพยายามอย่างมากเป็นเวลาประมาณ 14 ปี  ก็คนธรรมดาเขาจ้างคนแจวเรือด้วยเงินเพียงนิดเดียวก็ข้ามน้ำได้แล้ว...นั้นคืออย่าเสียเวลากับสิ่งเหล่านี้...

ว่าด้วยเรื่องการแตกสามัคคี  การแสดงดนตรีย่อมมีการบรรเลงเพลงไปตามตัวโน๊ตดนตรีที่ประสานเสียงสอดคล้องกันไพเราะน่าฟัง  แต่เมื่อมีเสียงโน้ตดนตรีเพียงหนึ่งตัวไม่เข้ากับดนตรีทั้งหมดย่อมสูญเสียอรรถรสของดนตรีที่ได้รับฟัง...คนเราก็ควรอยู่ด้วยกันอย่างรู้รักสามัคคีอย่าแตกสามัคคีกันเลยนะ...

ว่าด้วยเรื่องหญิงสาวขนน้ำ...ในหมู่บ้านชนบทหญิงสาวมักจะเอาหม้อใส่น้ำ 4-5 หม้อซ้อน ๆ กันแล้วทูนหัวเดินกันไปไกลแสนไกลตลอดระยะทางหญิงสาวเหล่านั้นต่างคุยกันหลากเรื่องมีทั้งทุกข์สุขคละกันไปโดยไม่ให้น้ำกระเซ็นออกมาแม้แต่หยดเดียว 

 แม้วิถีแห่งผู้ปฏิบัติธรรมก็มีสติระวังตัวอยู่เสมอ เพื่อจะได้ไม่หลบหลีกออกไปจากเส้นทางที่ถูกต้องนั้นแล...