มุ่งเดินทางชีวิตไปยังโลกหน้าถ้าอยู่มีจริงนั้นแล.

อินเดียในสมัยอารยัน

การย้อนยุคไปดูชนเผ่าฑราวิฑหรือมิลักขะหรือชนเผ่าดั้งเดิมของอินเดียก่อนที่จะสืบต่อมาจนถึงหลายเผ่าชนโดยเฉพาะที่โดดเด่นขึ้นมามีชนเผ่าอารยัน  ชนเผ่ามองโกล ชนเผ่าอาหรับ อย่างนี้เป็นต้น 

 ในบรรดาชนเผ่าเหล่านั้นได้สร้างวัฒนธรรมสิบทอดต่อยอดกันมาจนกลายเป็นอารยธรรมอินเดียในปัจจุบัน  ที่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์โดดเด่นเห็นได้ชัดพร้อมกับมีการประสมกลมกลืนเชื่อมโยงเป็นสายสืบทอดมายาวนาน 

 ทำให้เรามองเห็นมุมกว้างทางสังคมอินเดีย  เริ่มจากยุคอารยัน  มีพราหมณ์เป็นผู้นำทางวิถีความคิดใด ๆ ประชาชนมีชีวิตขึ้นอยู่กับพราหมณ์  สังคมในยุคนั้นแบ่งคนออกเป็น 5 ระดับ  คือ

1 . พราหมณ์  ถือว่าตนเป็นตัวแทนพระเป็นเจ้าทำพิธีกรรมเพื่อติดต่อกับพระเจ้าได้

2 . พระราชา  ผู้ทำหน้าที่ปกครองแคว้นต่าง ๆ มีการสืบราชสมบัติโดยพราหมณ์ทำพิธีให้และต้องเคารพพราหมณ์

3 . แพศย์  กลุ่มคนทำงานรับใช้พระราชา  พ่อค้า ชนชั้นกลางของแคว้น

4 . ศูทร  คือพวกใช้กำลังอย่างกรรมกรใช้แรงงาน  คนยากจนต่ำต้อยด้อยวาสนา

5 . จัณฑาล  คือพวกนอกรีด  นอกกรอบประเพณีที่พราหมณ์ได้ขีดวงไว้ อย่างการแต่งงานข้ามวรรณะหรือระดับชนชั้นถือว่าลูกออกมาเป็นจัณฑาล

ในเป้าหมายการใช้ชีวิตบนโลกในมุมคิดของพราหมณ์มี 4 สาย

คือ

1 . สายค้นหาความหลุดพ้น ( นิพพาน ) คือทางศาสนา

2 . สายธรรมชาติ  คือการเป็นอยู่ตามธรรมชาติ ตามลัทธิต่าง ๆ มาก

3 . สายกามกินเกียรติ์  คือชอบอย่างนี้โดยไม่รู้จักเบื่อ

4 . ประโยชน์นิยม  คือชอบความร่ำรวย มีลาภ  มียศตำแหน่ง

 

เมื่อมองการดำเนินวิถีชีวิตตามวัยต่าง ๆในอินเดียโดยภาพรวมมีดังนี้

1 . พรหมจารี    ช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์

2 . คฤหัสถ์   ช่วงวัยแห่งการแต่งงานมีบ้านเรือนมีปัจจัยที่ 5 ทั้งหลาย

3 . วนปรัสถ์  ช่วงแสวงหาสัจธรรมเดินทางไกลในชีวิตสั่งสมประสบการณ์สร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว

4 . สันยาสี  ช่วงวัยชราปล่อยวางปลดตนเองจากพันธนาการใดทั้งปวงคือหมดห่วงมุ่งเดินทางชีวิตไปยังโลกหน้าถ้าอยู่มีจริงนั้นแล.