เมื่อได้เล่าความหลังครั้งเก่า ๆ หัวเราะเปิดใจปล่อยวางอย่างมีความสุขนั้นแล.

สวัสดีครับเพื่อน ๆ หลังทานข้าวค่ำกับเพื่อน ๆ เสร็จแล้วเลยเดินย่อยอาหารอยุ่สักพักแล้วแวะเข้ามาในนี้ที่คุ้นเคย  ได้สนทนากับเพื่อน ๆ หลากหลายชาติหลายภาษาสิ่งที่ได้คุยมากในภาษานานาชาตินอกจากภาษาอังกฤษแล้วคือการเว้าภาษาลาวหรือภาษาอีสานครับ  ได้พบเจอครูอาจารย์และเพื่อน ๆ สมัยเรียนอยู่เลยได้เล่าความหลังกันสนุกดี

เกี่ยวกับความหลังยูมินึกถึงเมื่อวันวานที่รอขึ้นเครื่องในสนามบินเมืองหาดใหญ่นั้นกำลังเพลิน ๆ ก็มีเสียงประกาศเป็นภาษาท้องถิ่นใต้ก่อนแล้วแปลเป็นภาษาไทยแล้วตามด้วยแปลเป็นภาษาอังกฤษนี้คือความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้เพราะสมัยก่อนไม่เห้นอย่างนี้  พอขึ้นเครื่องนั่งได้ที่ก็ออกไปที่ลู่วิ่งพอตั้งลำได้เท่านั้นยูมินั่งดูใจคนขับเครื่องบินอยู่เห็นว่าเขาเด็ดเดี๋ยวคือออกวิ่งขึ้นอย่างมั่นใจมากแล้ว

พอเครื่องเข้าเขตกรุงเทพฯ ก็บินเล่นลมเลี้ยวไปมาอย่างมีศิลป์มองลงมาจากเครื่องบินตรงหน้าต่างทะลุกลุ่มเมฆหลายช่วงชั้น  ปกติอยู่บนดินได้แต่แหงนมองเห็นเมฆเป็นชั้น ๆ ก่อนลงที่ดอนเมืองเครื่องบินลำนี้ไปเลี้ยวตรงวัดธรรมกายที่คลองหลวงเมืองปทุมธานีมองเห็นชัดเจนและรู้จากคนขับคือกัปตันส่งเสียงมาว่าเป็นผู้หญิงขับเครื่องบินลำนี้เอง

ผมนึกว่าผู้ชายขับเมื่อลงที่ดอนเมืองแล้วไปจับเอารถแท็กซี่ที่คนอีสานขับสิ่งแรกที่เขาคุยคือถามว่าพ่อใหญ่เป็นท่านผู้อำนวยการโรงเรียนไหนละ...แหมมองเราไม่ใช่คนธรรมดาคนหนึ่งเลยละ...

แล้วยังสอนธรรมะเล่าเรื่องบุญบาปให้ฟังดูเขามีความสุขกับการได้คุยะรรมะมากเลยละ...ยูมิได้แต่ฟังและอมยิ้ม...อิ อิ อิ

ตกลงค่ำนี้เข้าประชุมสัมนาต่อไปจนถึง 3 ทุ่มเศษแล้วยูมิก็กับไปนอนข้าง ๆ ทุ่งนาของ อ. วังน้อย จ. พระนครศรีอยุธยา...

แง่คิดคือ...การพบเจอเพื่อน ๆ ที่เคยพบเจอกันมาก่อนรู้สึกในความผูกพันธ์และสนิทกันเมื่อได้เล่าความหลังครั้งเก่า ๆ หัวเราะเปิดใจปล่อยวางอย่างมีความสุขนั้นแล.