ชื่อเพลง สาละวิน

คาราบาว

 

น้ำเย็นยะเยือก จากเทือกเขาหิมาลัย
ไหลเชี่ยวเลี้ยวลดไหลไป กำเนิดเกิดสาย สาละวิน

ฮืม.......... เมื่อหิมะละลัย กลายเป็นสายธารา
จากเขาสูงเสียดฟ้า ไหลลงมาสู่อันดามัน
ผ่านแผ่นดินหลากหลาย ผ่านคนมากมายเผ่าพันธุ์
ล้านๆ เม็ดน้ำรวมกัน เป็นหนึ่งเดียวกันนั้น สาละวิน

ผู้คนอยู่ริมฝั่งน้ำ ชุ่มชื่นฉ่ำด้วยน้ำอาบกิน
สายน้ำเลี้ยงคนทั้งสิ้น ไม่เลือกถิ่น ไม่เลือกเผ่าพันธุ์
แต่คนนั้นต่างจิตต่างใจ เดี๋ยวรักใคร่ เดี๋ยวทำร้ายกัน
ไม่เอื้อเฟื้อช่วยเหลือแบ่งปัน มุ่งฟาดฟันฆ่ากันให้บรรลัย

* สาละวิน มีทั้งสิ้นกี่หยดน้ำ มนุษย์ตาดำๆ มีทั้งสิ้นกี่ผู้คน
หยดน้ำแห่งสาละวิน รวมกันทั้งสิ้นเป็นหนึ่งสายชล
แต่มนุษย์ผู้น่าฉงน มีไม่กี่คนกลับไม่เคยรวมกัน

** สา...ละวิน สา...ละวิน สา...ละวิน สา...ละวิน
สา...ละวิน สา...ละวิน สา...ละวิน สา...ละวิน

    วันที่ 9 ตื่นประมาณ ตี 2 กว่า ข่มตาหลับต่อไม่ได้ อาจเป็นเปลี่ยนที่นอน และบวกกับการเคาะสัญญาณบอกยาม ของฐานที่มั่นของทหารพม่าที่อยู่ตรงกันข้ามกับอุทยานแห่งชาติสาละวิน ดังมาทุกระยะ ผมจับเวลาดูระยะการเคาะยามห่างกัน 30 นาที ผมจึงอาบน้ำทำภารกิจส่วนตัวเสร็จแล้ว รอให้สว่าง เมื่อสว่างแล้ว ลงมาที่ท่าเรือเพื่อลงมาถ่ายรูปตรงที่ท่าเรือ

 

     แล้วรอเรือเพื่อจะเดินทางไปสบเมย คิวเรือเที่ยวแรก ออกเดินทางจากท่าเรือแม่สามแลบ 09.00 น. โดยฝากเจ้าสองล้อไว้กับพี่เจ้าหน้าที่อุทยานสาละวิน รอเรือสักพักจึงได้เวลาเรือเที่ยวแรก ผมขึ้นเรือเตรียมตรงท่าเรือ เมื่อเรือออกคนขับเรือเก็บค่าโดยสารเรือ คนละ 100 บาท มีคุณหมอผู้หญิงจากสถานีอนามัยสบ้านสบเมยร่วมเดินทางไปด้วย 1 ท่าน น่าชื่นชมลุงคนขับเรือ ไม่คิดค่าโดยสารจากคุณหมอ และน่าชื่นชมคุณหมอที่เสียสละความสุขส่วนตัวมาทำหน้าที่ ที่สถานีอนามยแห่งนี้ ทั้งที่สิ่งอำนวยความสะดวกไม่มีสักอย่าง การเดินทางก็ลำบาก ต้องนั่งเรือเป็นชั่วโมงๆ ขนาดผมมา ช่วงหน้าร้อน สายน้ำสาละวินยังน่ากลัว สายน้ำสาละวินดูผิวเผินไหลเอี่อย แต่เมื่อได้ลงไปสัมผัสแล้ว บางช่วงน้ำไหลเชี่ยวจนน่ากลัว ผมจึงสวมเสื้อชูชีพ เพื่อเซพตัวเองไว้ ผมนั่งเรือชมทิวมัศน์สองฝั่งแม่น้ำสาละวินไปเรื่อยๆ

   ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจากท่าเรือแสมแลบถึงสบเมย เป็นระยะทาง 28 กิโลเมตร และแล้วก็ถึงจุดมุ่งหมายของผม คือ "สบเมย"  สบเมยคือช่วงที่ แม่น้ำเมยกับแม่น้ำสาละวินมาบรรจบกัน แล้วไหลงสู่ประเทศพม่า แต่น่าเสียดายผมไปช่วงหน้าร้อน แม่น้ำเมยแห้งมาก จึงมีน้ำไหลจากแม่น้ำเมยมาบรรจบกับแม่น้ำสาละวินนิดเดียว ช่วงที่แม่น้ำมาบรรจบกันจึงเป็นลานทราย กว้างพอสมควร ตรงซ้ายมือรูปภาพเป็นแม่น้ำเมย ขวามือแม่น้ำสาละวิน

 

         เที่ยวชมและทักทายกับพี่ทหารพราน ตรงท่าเรือสบเมย และขึ้นไปนมัสการหลวงพ่อ บนวัด สักพักก็ได้เวลาเรือเที่ยวที่มาส่งผม มารับกลับ ก่อนกลับ ได้ไปจอดที่ท่าเรืองฝั่งตรงข้ามกับสบเมย เป็นท่าเรือของพี่น้องกะเหรี่ยง KNU ตรงหน้าฐานที่มั่นของกองกำลังกู้ชาติกะเหรี่ยง KNU ผมเข้าไปทักทาย พูดคุยภาษาปากาญอกับหัวหน้าทหาร KNU และนักรบ KNU ที่รักษาความสงบอยู่ที่นั่น ด้วยความชื่นชมจึงขอถ่ายรูปคู่กับนักรบกู้ชาติทั้ง 2 ท่านไว้เป็นที่ระลึก

      หลังจากนั้นก็ได้เวลากลับขอบคุณนักรบทั้งสอง นั่งเรือล่องขึ้นสู่ ท่าเรือแม่สามแลบ ขากลับใช้เวลานานกว่า ขามา 30 กว่านาที เพราะเรือต้องวิ่งทวนกระแสน้ำสาละวินในที่สุดก็กลับโดยสวัสดิภาพ ขอบคุณลุงคนขับเรือ ขึ้นจากท่าเรือ และเก็บสัมภาระที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน บอกลาพี่เจ้าหน้าที่อุทยาน ควบสองล้อ มุ่งหน้าสู่ อ.แม่สะเรียงต่อไป