เมื่อวานไม่ได้เขียนบันทึก วันนี้คิดทั้งวันว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี คิดออก แต่เขียนไม่ได้ มีเรื่องที่จะเขียนแต่คิดเนื้อเรื่องไม่ได้ ไม่อยากเขียนบันทึก วันเว้นวัน หรือเว้น 2-3 วัน 1 บันทึก วันนี้จึงเขียน “เรื่องบนเตียง” หลวงพ่อทอง วัดศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ พระอาจารย์วิปัสนากรรมฐาน ของครูข้างถนน จำได้ว่าตอนที่ผมออกจากบ้านไปเรียนหนังสือที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ (ใหญ่กว่า ม.จุฬาฯ เพราะมี 2 มหา นำหน้า ) วัดสวนดอก ก่อนไปเรียนผมต้องหาวัดที่จะจำพรรษา เพื่อเรียนหนังสือ ในตัวเมืองเชียงใหม่หลายวัด แต่ไม่มีวัดไหนรับ สักวัดเดียว ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ใกล้เปิดภาคเรียนการศึกษา บางวัดถึงขั้นเขียนไว้หน้าประตูวัดว่า “วัดนี้ไม่รับพระภิกษุสามเณรมาจำพรรษา” หาวัดจำพรรษานานพอสมควร จนในที่สุดมาได้จำพรรษาอยู่ที่วัดร่ำเปิง (ตะโปทาราม) ประวัติวัดตะโปทาราม เป็นวัดปฏิบัติสายหลวงพ่อทอง(ประวัติหลวงพ่อทอง)ท่านบล็อกเกอร์ที่อยู่เชียงใหม่คงรู้จัก วัดร่ำเปิง (วัดตะโปทาราม) เป็นวัดปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน ได้พักจำพรรษาที่นี่เพราะมีหลวงพี่ ที่อยู่ก่อน ขอให้ แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อมาอยู่จำพรรษาที่นี่ครั้งแรก ต้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน แบบสติปัฏฐาน 4 (กาย เวทนา จิต ธรรม) ช่วง 1 เดือนแรก ก่อนมหาลัยเปิด ต้องปฏิบัติที่วัดนี้ทุกวัน เริ่มปฏิบัติ 08.00 น. – 21.00 น. นั่ง เดิน 30 นาที สลับกันไป ตอนเย็นไปสอบอารมณ์กรรมฐานกับหลวงพ่อเจ้าอาวาส แล้วรุ่งขึ้นปฏิบัติต่อ และเพิ่มเวลา นั่งและเดิน จาก 30 เป็น 1 ชม. 1 ชม.เป็น 1.30 ชม. เรื่อยๆ สำหรับที่พัก มีที่พักเป็นกุฏิพระวิปัสสนา หลังเล็กๆ กว้าง ยาว ประมาณ ได้ คือ 3 x 3 เมตร ไม่มีเตียงนอน นอนบนเสื่อ ไม่มีผ้าปู มีผ้าห่ม 1 ผืน กับ หมอน 1 ใบ เท่านั้น กุฏิสร้างไต้ต้นยาง ต้นใหญ่มาก หลายสิบต้น แล้วช่วงนั้น เป็นช่วงฤดูฝน บางวันฝนตกมีลมพัดแรง น่ากลัวกิ่งต้นยางจะหักโค่นตกลงมาบนหลังคากุฏิ ได้แต่นั่งภาวนา อย่างให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่คิดไว้เกิดขึ้น อยู่ได้ 10 วัน ขอ ลากลับบ้าน เล่าให้แม่ฟัง แม่ฟังจบ แม่บอกว่า “ลูกพระกลับบ้านเถอะไม่ต้องเรียนแล้วลูก” แต่ผมเชื่อเรื่องกรรม ถ้าเราทำกรรมดี ก็ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ถ้าจะตายในผ้าเหลืองจริงๆ ก็ให้มันตายไป จึงตัดสินใจมาปฏิบัติต่อ เพื่อให้ได้เรียนหนังสือ ชีวิตช่วงที่เป็นพระนิสิต ไม่มีควาสุขสบาย ทั้งการกินการนอน นอนก็ไม่ได้นอนเตียง มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย จึงติดมาจนถึงทุกวันนี้ ผมทำงานที่นี่ ไม่เคยนอนบนเตียงนุ่มๆ แบบสบายๆ นอกจาก ไปอบรมที่โรงแรม ถึงจะนอนบนเตียงนุ่มสักที ผมพักในสำนักงาน ที่นอนของผมคือแปลหวาย มีที่นอนพับได้ 1 ผืน ผ้าห่ม 1 ผืน และ หมอน 1 ใบเท่านั้น ใกล้นอนผมยกลงมาปูที่นอนลงในแปลหวาย แล้วนอน ตอนเช้า ตื่นขึ้นมาก็พับเก็บ แปลหวายนี่แหละเป็นเตียงนอนที่ดีที่สุดสำหรับผม ผมไม่ซีเรียสกับอาหารการกิน ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยวก็อยู่ได้ กิน อยู่ อย่างนี้ เรียกว่า สันโดษ สมถะ ไหมครับ ปล. หลวงพ่อทอง ท่านบอกว่า “มหาวิทยาลัยมหาจุฬามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มจร. ( มหาลัยสงฆ์) ผลิตลูกเขยให้ชาวบ้าน” แต่ครูข้างถนน ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายนั้นสักที อิอิอิ
ขอให้บรรลุเป้าหมายในเร็ววันนะจ๊ะ
^_^
ที่ได้นั่ง
อิจฉาจากใจจริงครับ
รพี
สวัสดีคุรครูwindy
สวัสดีครับคุณ รพี กวีข้างถนน
สวัสดีค่ะ คุณครูข้างถนน
* แอบมาอ่านบันทึกช่วงดึก เพราะหัวค่ำแอบนอนค่ะ คิคิคิ....
* มีความสุขกับการทำงานทุกวันนะคะ........
ลำบากก่อน จะได้รับรู้ชีวิตก่อน สบายที่หลังจะได้ลิ้มรสความสบาย ไม่เคยลำบาก พอตกที่ลำบากจะอยู่ไม่ได้ ...ไม่ต้องรีบร้อน..รอไปก่อน จะบรรลุเป้าหมายใจเย็นๆ
@ ความลำบาก...ทำให้อดทน
ทุกวันนี้....ความอดทนของเด็กๆ...มีน้อย รักความสบายมากกว่า
ความอดทน....ทำให้เป็นคนแข็งแกร่ง...ทำให้มีสิ่งดีๆมากกว่าๆ
แต่คนทุกวันนี้เหลือน้อย
ใช่.....เชื่อเรื่องกรรม เช่นกัน...คุณความดี..ย่อมปกป้องคนดี
เชื่อ และศรัทธา เช่นนั้น แม้ว่าไม่ใช่คนดีมากมาย...แต่ก้อเชื่อมั่นใน....การกระทำของตนเองเสมอ...ว่าไม่คิดเบียดเบียน รึคิดร้ายใคร
และ....ยังคงมีจิตสำนึกที่ดี ต่อหน้าที่ที่มีต่อตนเองและส่วนรวม
^-^ หนึ่งพันไมล์ ^-^
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ เข้ามาเยี่ยมชมค่ะถือว่าเป็นรสชาติของชีวิตอย่างนึงค่ะ
...
หากปูเป็นผู้ชาย หนึ่งในความฝัน คือการมีโอกาสได้เรียน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ และ เปรียญธรรม ...
... แล้วก็สักครั้งต้องไปธุดงค์ในป่า เอาเปลลายทหาร (อย่างในภาพของครู) ไปกาง เป็นคอนโดเปลกลางป่า สัมผัสธรรมชาติ ความสงบ ...
... ... เคยสังเกตว่า สิ่งที่เป็นความประทับใจ และตราตรึงในใจได้ฝังลึก มักจะเป็นสิ่งที่น่าท้าทาย ความยากลำบากที่เราได้เผชิญ ... ... เป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่ามากค่ะ ...
... ชื่นชม เชื่อมั่น และ ศรัทธา ด้วยใจจริง ขอบคุณค่ะ ...
ปล. ที่นอนลายทหาร .. แต่ยังมีแอบหวานด้วยหมอนลายคิกขุ ... เห็นแล้วอดอมยิ้มบ่ได้ :)
+ สวัสดีเจ้าชายน้อยของพี่
+ สุขใดไหนเลย...จะเท่าสุขใจ
+ ชีวิตพอเพียง..เมื่อเราเท่าทันใจตนเอง
+ สูงสุดสู่สามัญ...เขาว่ากันเช่นนั้นนะเจ้า.
+ ส่วนเรื่องสาว...ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่แสวงหา...ฮา ๆ ๆ
ครูข้างถนน
เข้ามาอ่านเรื่องบนเตียง ไม่นึกว่าจะเจอศิษย์ร่วมสำนัก (แม้จะเล็กน้อย)... เพราะหลวงพี่ก็เคยอยู่วัดร่ำเปิงประมาณ ๒ เดือน ต่อมาก็ย้ายมาอยู่วัดฝ่ายหิน...
ตอนขึ้นไปสอบมช.นั้น ยังไม่รู้ว่าถ้าสอบได้จะอยู่วัดไหน หลวงพี่ก็ไปเที่ยววัดสวนดอก เจอพระรูปหนึ่ง อายุประมาณหกสิบ... หลวงพี่จึงเข้าไปคุยด้วย ท่านเล่าว่าบ้านอยู่กรุงเทพ เพิ่งบวชได้ ๒-๓ พรรษา มาจำพรรษาที่วัดร่ำเปิง ว่างๆ จึงเดินมาท่องปาฏิโมกข์ที่นี้ บังเอิญหลวงพี่จำปาฏิโมกข์จึงคุยกันถูกคอ แล้วท่านก็ชวนไปเที่ยววัดร่ำเปิง... (เสียดายจำชื่อท่านไม่ได้แล้ว เพราะเรียกท่านว่า หลวงอา จนติดปาก)
ท่านก็ชวนว่าถ้าสอบได้ก็มาขออยู่ที่นี้ ดังนั้น เมื่อสอบได้จึงไปอยู่วัดร่ำเปิง พักอยู่กุฏิเดียวใต้ไม้ด้านหลัง และเข้ากรรมฐาน ๑ เดือนตามที่ครูข้างถนนเล่ามานั้นแหละ...
อยู่วัดร่ำเปิง แต่เรียนมช. ไม่มีรถสายตรง หลวงพี่จึงต้องเดินไปกลับจากคณะมนุษย์ฯ มช.- วัดร่ำเปิง น่าจะเกือบสิบกิโล ถ้าเดินทั้งไปและกลับน่าจะประมาณสิบห้ากิโล... แรกๆ ก็เดินทั้งไปกลับ ต่อมาก็มีมอเตอร์ไซด์ที่ผ่านไปมาหรือเพื่อนร่วมห้องที่ผ่านมาแวะมาส่งบ้าง...
ก็เดินอยู่ประมาณเดือนหนึ่ง พอดีวัดฝ่ายหินจะเปิดสอนบาลีและต้องการพระสวดปาฏิโมกข์ และบังเอิญเพื่อนรุ่นพี่ปักษ์ใต้ทราบข่าวจึงได้ติดต่อมา เมื่อหลวงพี่ตกลง วัดฝ่ายหินจึงเอารถมารับ...
ส่วนหลวงอากัลยาณมิตรผู้ใจดี พอจะเข้าพรรษาท่านก็กลับไปอยู่กรุงเทพ จึงขาดการติดต่อแต่นั้นมา... วัดร่ำเปิง อาหารการขบฉันสะดวกเพราะมีฉันในวัดทั้งเช้าและเพล แต่น้ำไม่ค่อยสะดวก... การที่เป็นสำนักใหญ่ (คนมาก กิจกรรมเยอะ) แต่พื้นที่แคบ มีคนไปมาและเข้าออกตลอด จึงไม่ค่อยวิเวกสงัดเท่าที่ควร...
อย่างไรก็ตาม หลวงพี่ก็ได้ชื่อว่าเคยเป็นศิษย์วัดร่ำเปิง...
เจริญพร
สวัสดีคุณครูลิ้มศรี
มีความสุขกับการทำงานนะครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือน
สวัสดีคุณครูNONGYAO - CHAMCHOY
สวัสดีครับ ผอ.นายประจักษ์
สวัสดีคุณครู@..สายธาร..@
สวัสดีคุณครูสุ
สวัสดีครับalo_vep
สวัสดีคุณpoo
ผมจบที่มหาจุฬาฯ แต่ไม่ได้เปรียญ สอบเปรียญ 1-2 ใวลา 4 ปี สอบไม่ได้เชื่อเรื่องวาสนา ก็เลยเลิกสอบไปเลย
ใช่แปลลายทหาร แล้วหมอนลายหมอนไม่ได้แอบหวาน
หมอนยืมใช้ของสำนักงาน ที่ซื้อมาให้เด็กหนุนตอนอบรมแกนนำบรรณารักษ์น้อย อบรมที่ศูนย์การเรียนรู้ออเซน ไม่ได้ใช้สถานที่โรงแรมก็เลยซื้อที่นอนให้เด็กใช้
ขอบคุณมากครับ