บันทึกถึงครูป้อม

         วันเสาร์ที่ ๓๑  มกราคม ๒๕๕๒  ฉันอยู่ที่ มสธ. เปิดอ่านบันทึกจากโทรศัพท์ เห็นครูป้อมมาคุยด้วยว่า อยู่ที่ไหน อยากพบนะ จึงไปหาโอกาสตอบทางเครื่อง เพราะในโทรศัพท์ฉันไม่สามารถบันทึกเป็นภาษาไทยได้สะดวก เพราะไม่ทราบตำแหน่งของตัวอักษรและสระต่าง ๆในเครื่อง 

         ด้วยความปลื้มและดีใจที่จะได้พบตัวเป็น ๆ กันตัดสินใจให้หมายเลขมือถือในบันทึกของครูป้อม  ไม่นานเสียงโทรศัพท์เรียก ฉันจึงทึกทักไปว่าเป็นครูป้อมแน่ ๆ แล้วเราก็ได้คุยกัน เสียงเป็นกันเอง ห้าวหาญ ลุย ๆ ครูป้อมถามว่าครูคิมเกิด พ.ศ.อะไร  ฉันให้โอกาสครูป้อมบอกก่อน  ครูป้อมว่าเกิด พ.ศ.....ฉันก็บอกไปตามสายว่า..พี่คิมเป็นพี่ค่ะ

         ณ เวลานั้นได้น้องสาวมาเพิ่มอีก ๑ คน ก็คุยกันไปตามประสาที่เรารู้จักกันมาก่อนแล้วในบล็อก และน้องก็บอกว่ายังไม่แน่ว่าจะมีเวลาไหม จนกระทั่งบ่ายแก่ ๆ น้องครูป้อมโทรมาบอกว่าตอนนี้ขับรถออกมาแล้วและจะแวะมาหาที่ มสธ. 

        เมื่อใกล้เวลาจะถึงน้องครูป้อมโทรเข้ามาถามว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร  ขณะที่กำลังอธิบาย  แต่น้องครูป้อมบอกมาทางสายว่า  เห็นแล้วค่ะ ป้อมเห็นพี่ครูคิมใส่เสื้อสีขาวใช่ไหมค่ะ  แล้วน้องครูป้อมขับรถสีอะไร ..ทันทีรถก็มาจอดด้านหน้า

        ตัวเป็น ๆ ของน้องครูป้อมสวยและน่ารักกว่าในภาพมากเลยค่ะ  เราก็คุยกันแบบธรรมดาสามัญ  ติดพื้นติดดิน เหมือนรู้จักกันมาแล้วสิบ ๆ ปี น้องได้นำของฝาก  คิดแล้วก็นึกละอายใจค่ะ  น้องเขาให้อะไรก็รับเป็นกระเป๋า แก้วเบญจรงค์ น้ำผลไม้สำหรับดื่มกลางคืนและปากกาสำหรับแจกเด็กนักเรียน ๒ กล่อง จำนวน ๕๐ ด้าม

        วันนี้ได้นำปากกามาแจกเด็ก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๒ นักเรียนดีใจมาก  ทุกคนคล้องคอเป็นแฟชั่น  ครูแต่ละท่านสงสัยว่า  ไปได้ปากการอะไรมาจากไหน  น่าภาคภูมิใจว่าเด็กเล่ารายละเอียดที่มาที่ไปของการได้มาได้อย่างชัดเจน  และตอบได้ว่า คุณครูป้อมคือใคร”  น้องครูป้อมเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความสุขให้กับเด็ก ๆ จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

         ความรู้สึกที่ประทับใจ ไม่ได้หมายถึงว่าน้องครูป้อมมีสิ่งของมาฝาก ดังที่กล่าวข้างต้น  นั่นเป็นเพียงเรื่องเล่าความเป็นมาของคนที่ดั้นด้นที่จะพบกัน อยากเห็นตัวจริงของกันและกัน แต่ความสำคัญหมายถึง ความรักและสายใย สายสัมพันธ์ของมิตรภาพชาวโกทูโนว์