ครูประชำชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เล่าให้ฟังว่า "น้องอิ๋งขาดเรียนบ่อย คราวนี้ขาด ๒ วันติดต่อกัน เรื่องจากไปติดตามหาแม่ที่ทำงานร้านอาหารที่พิษณุโลก  เพราะไม่หิว  ไม่มีข้าวกิน" ครูประจำชั้นได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นคือนำอาหารและข้าวไปเผื่อน้องอิ๋งทุกวัน และตักเตือนว่าไม่ให้ไปติดตามหาแม่ตามลำพัง  เพราะกลัวถูกล่อลวง 

       อีกไม่กี่วันต่อมา นักเรียนชั้นมัธยมต่างเล่าว่า "กลางคืนประมาณ ๕ ทุ่ม  เสียงตามสายของบ้านผู้ใหญ่บ้าน  ได้ประกาศตามหาน้องอิ๋งชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ " เนื่องจากแม่กลับมาจากทำงานตอนดึกแล้วไม่พบลูก เพราะน้องอิ๋งไปทานข้าวและขออาศัยนอนบ้านคนอื่น 

      เย็นวันนั้นเป็นวันศุกร์  ฉันได้ไปที่ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เพื่อไปขอดูตัวน้องอิ๋งและต้องการสอบถามความเป็นมา  เมื่อพบตัวน้องอิ๋งฉันเปลี่ยนใจทันทีด้วยการชวนน้องอิ๋ง "วันนี้ไปนอนบ้านคุณครูไหมลูก ไปทานข้าว ทานอาหาร ทานขนม ดื่มนมให้อิ่มท้อง"  โดยตั้งใจว่าจะพาไปดูแลช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ นอกจากนั้นจะพยายามช่วยเหลือเรื่องอาหารการกิน 

      ฉันต่อโทรศัพท์ให้น้องอิ๋งพูดกับแม่  ตอนนั้นแม่น้องอิ๋งทำงานที่จังหวัดเลย และฉันได้พูดต่อจากน้องอิ๋ง  ได้รับคำยินยอมว่า "หนูยกน้องอิ๋งให้ครูคิมเลย  ให้อยู่ตลอดไป น้องอิ๋งจะได้สบาย หนูไม่มีปัญญาจะเลี้ยงลูกและไม่มีเวลา  หนูต้องไปทำงานยังต่างจังหวัดเรื่อย ๆไป  หนูจะได้หมดห่วง

      ฉันยังไม่ตัดสินใจอะไรเพียงแต่รับน้องอิ๋งมาไว้ก่อน  จากการสอบถามและปรึกษากับเพื่อนครูในโรงเรียนแล้ว  ตกลงกันว่าน้องอิ๋งอยู่บ้านโดยลำพังไม่ได้แน่นอนเป็นอันตรายและเสี่ยงภัยด้านอื่น ๆ   เพราะเด็กโตวันโตคืน ไม่มีผู้ใหญ่ดูแลและบ้านก็ไม่แน่นหนา  นอนกลางคืนไม่มีมุ้งกาง ไม่มีผ้าห่ม เนื้อตัวมีแผลจากยุงกัดเหวอะหวะไปทั้งตัว ต้องพาไปให้หมอรักษา  

     น้องอิ๋ง..ได้อยู่กับฉันวันแรกทานข้าวกับปลาทูทอด ปรากฏว่าก้างปลาทูถูกแทะจนใสสะอาด ไม่เหลือเนื้อปลาแม้แต่นิดเดียว ข้าวที่ติดจานเก็บกินทุกเม็ด เศษแตงกวาที่ฉันวางไว้ขอบจาน น้องอิ๋งเก็บใส่ปาก และบอกว่า "วันนี้หนูทานข้าวได้เต็มที่และอร่อยที่สุดในโลก" และบอกว่าเมื่อทานข้าวอิ่มจะปวดท้องเสมอ น้องอิ๋งจึงอยู่กับฉันแบบเลยตามเลย ตอนเย็นซื้อชุดนักเรียนทุกวันเพราะซักไม่ทัน ประมาณ ๒ เดือนกว่า ๆ หน้าตาอิ่มเอิบขึ้น มีขนมและผลไม้ไปทานและแจกเพื่อน ๆ   

      วันหนึ่งญาติฝ่ายพ่อน้องอิ๋งซึ่งมีศักดิ์เป็นป้า อาและแม่เลี้ยงมาบอกว่าจะขอรับน้องอิ๋งไปอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง  เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าแม่ของน้องอิ๋งขายลูกสาวให้ฉัน  จึงใช้สิทธิ์ของญาติทางพ่อจะมารับตัวน้องอิ๋งไปเลี้ยงดู  ครูของน้องอิ๋งจึงโทรศัพท์ไปหาแม่น้องอิ๋งที่จังหวัดเลย  ให้กลับมาแก้ปัญหา เธอจึงได้แจ้งย้ายน้องอิ๋งไปอยู่ที่จังหวัดเลยด้วย 

     แม่ของน้องอื๋งเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ คาดว่าคงแต่งงานเมื่ออายุยังน้อย สามีคนแรกมีลูกชาย ๑ คนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  น้องอิ๋งเป็นลูกที่เกิดจากสามีคนที่สอง  หย่าร้างกันไปโดยที่น้องอิ๋งก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ และเธอกำลังจะมีสามีคนที่สาม (ปัจจุบันมีสามีคนที่ สามและมีลูกอีก ๑ คน) 

      แม่ของน้องอิ๋งไปทำงานร้านอาหาร ๔-๕ วันกลับมาบ้านครั้งหนึ่ง ปล่อยให้ลูกอยู่กันลำพัง น้องก็อล์ฟพี่ชายคนโตหาปลา กบ เขียดมาเป็นกับข้าว แต่มีย่าและปู่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน  ก็ได้แต่เอาตัวเองรอดไปเป็นคราว ๆ ทิ้งน้องอิ๋งให้อดอยาก ยังไม่สามารถไปรับจ้างเหมือนเด็กโต ๆได้ 

      น้องอิ๋ง กำลังจะขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ แม่ได้ย้ายน้องอิ๋งกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน  ปัจจุบันน้องอิ๋งอยู่กับแม่และพ่อคนใหม่ แต่ฉันก็ดูแลน้องอิ๋งอยู่ห่าง ๆ ให้ความช่วยเหลือขนม อาหารการกินเป็นบางเวลา เมื่อน้องอิ๋งต้องการจะมาหาฉันที่ห้องเรียนภาษาอังกฤษ  แม้จะรักและสงสารแต่ก็ไม่กล้าพามาดูแลอีก 

      สังคมที่เปลี่ยนแปลงคนในบ้านนอกขาดโอกาสทางการศึกษา ฐานะยากจนและขาดแคลน มีครอบครัวก่อนวัยอันสมควร ตัดสินปัญหาด้วยการหย่าร้าง ทำให้ปัญหาการขาดความรัก ความอบอุ่นต่อเด็กในวัยเรียนติดตามมา ครูในโรงเรียนแม้ไม่ได้มีส่วนในการสร้างปัญหาก็ตาม แต่หลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธในการไม่ช่วยเหลือนั้นไม่ได้เป็นอันขาด

      ปัญหาแบบนี้จะเกิดขึ้นเสมอ  เมื่อครูให้ความช่วยเหลือเด็ก ๆ ญาติจะเข้ามายุ่ง ทำให้ครูเป็นกังวลและวุ่นวายใจ การจัดการของโรงเรียนก็คือครูทุกคนเสนอเด็กที่มีปัญหาด้านต่าง ๆ  จัดกลุ่มเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านอาหารกลางวัน เมื่อมีผู้มาบริจาคทุนการศึกษา เสื้อผ้า จึงจัดสรรให้ ส่วนครูประจำชั้นต้องหมั่นไปเยี่ยมบ้าน  หาวิธีการส่งเสริมความสามารถเฉพาะตัวของเด็กเพื่อลดปมด้อย

น้องอิ๋งที่ลำปาง

       วันแรกที่พาน้องอิ๋งมาอยู่ รุ่งขึ้นเดินทางไปลำปาง น้องอิ๋งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าขาดแหว่ง มอมแมม ผมเป็นกระเซิง ตกลงกันทั้งคระเดินทางว่าเจอร้านขายเสื้อผ้าให้จอดทันที  วันนั้นน้องอิ๋งเด่นเรียกความสนใจให้คนมองเป็นพิเศษ