ฉันตั้งใจที่จะเล่าเรื่องนี้ในบันทึกทันที  แต่ก็ล่วงเลยมาหลายวันแล้ว  วันนี้ฉันจึงจำเป็นตัดรายการอื่นออกไป  แม้ว่าเรื่องนี้จะสั้น ๆ แต่ก็สำคัญกว่า 

          เด็กนักเรียนของฉันแต่ละรุ่นแต่ละปี  จะออกฤทธิ์เมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ถือว่าเป็นรุ่นพี่และอีกอย่างคงคิดว่าใกล้จะจบชั้นสูงสุดของโรงเรียน  จะมีความกล้าหยอกล้อ  ใกล้ชิดกับสนิทสนมกับครูเป็นพิเศษ  บางรุ่นของตังค์กินขนม บางรุ่นขอทานข้าวที่เหลือ บางรุ่นเห็นขยับปากก็ถามว่าทานอะไรจะได้ขอบ้าง 

        เมื่อหลายวันที่ผ่านมาในตอนบ่าย  เป็นชั่วโมงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ขณะที่หมดชั่วโมงเรียนนักเรียนทะยอยออกจากห้องเรียนเพื่อไปเรียนในกลุ่มสาระอื่น  ฉันมีกล้วยปิ้งอยู่บนโต๊ะ ๒ ลูกครึ่ง  ได้มาจากเพื่อนครูให้ไว้  ฉันหยิบกล้วยปิ้งครึ่งลูกออกมาทาน

          ขณะนั้นมีนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งซึ่งทำงานยังไม่เสร็จ  นั่งอยู่ทำงานอยู่ในห้อง  ฉันได้ยินเสียงเด็กชายนามสมมุติคนหนึ่งพูดถามฉันว่า "คุณครูครับกล้วยปิ้งของคุณครูท่าทางจะอร่อยนะครับ" ฉันจึงส่งกล้วยปิ้ง ๒ ลูกที่มีอยู่ในถุงให้เจ้าของเสียงไป  ท่าทางดีใจมาก ๆ กล่าวของคุณแล้วยิ้มอย่างมีความสุข 

       เพื่อน ๆ ที่อยู่ในกลุ่มต่างแย่งขอกันคนละนิดละหน่อย  แต่เด็กชายนามสมมุติบอกว่า "อยากจะแบ่งหรอกนะ  แต่พวกแกรู้ไหมว่าเรายังไม่ได้ทานข้าวกลางวันเลย"  ฉันรีบลงไปหาคุณครูเจ้าของกล้วยปิ้ง  โดยตั้งใจจะไปส่งความสุขและบอกขอบคุณเธอ  แต่เธอไปสอนอีกอาคาร หนึ่ง  เลิกเรียนจึงได้เล่าให้เธอฟัง  ฉันมีความสุขมากที่เห็นเธอยิ้มอย่างเป็นสุขและมีความหมายมากในความรู้สึกของฉัน 

        ความเป็นจริงเด็กชายนามสมมุติคนนี้  พ่อแม่หย่าร้างกัน  อาศัยอยู่กับป้าที่ค่อนข้างขาดแคลน  ส่วนพ่อไปบวชที่วัดบนเขา  นาน ๆ กลับมาเยี่ยมบ้าง  วันหยุดจะไปรับจ้างถางหญ้าที่สวนยางพารา  ..