"สวัสดีครับพี่คิม" เสียงจากต้นสายแม้ว่าจะคุ้นเสียงก็ยังงงอยู่เพราะโทรศัพท์ร่วงพื้นทำให้หน้าจอมืดมองไม่เห็นเบอร์โชว์ นำไปซ่อมแค่จอ แต่ทางร้านบอกว่า รุ่นนี้อะไหล่แพงค่าซ่อมต้องจ่ายถึง ๑๕๐๐ บาท จึงไม่ซ่อมคงจะแคะกระปุกนับเหรียญน้อย ๆ มารวมหากพอก็จะไปถอยใหม่อีกสักเครื่อง แต่ฉันก็คุยด้วยเป็นปกติ
"ผม ต้นกล้า นะครับ พี่คิมทำอะไรอยู่ครับ เย็นนี้ทานข้าวด้วยกันไหมครับ ตอนนี้ผมอยู่พิษณุโลกครับ" ซึ่งการนัดทานข้าวเรานัดกันในบล็อกมาก่อนแล้ว แต่ยังไม่ได้โอกาสสักที คราวนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ทานข้าวกันตามนัดหมายกับหนุ่มเมืองประจวบคีรีขันธ์
ฉันได้ขับรถไปที่ร้านนัดหมายโดยเลือกเส้นทางเลี่ยงเมือง ตอนเย็น ๖ โมงกว่า ปรากฏว่าทางเลี่ยงเมืองตัดจากสี่แยกอินโดจีนนครสวรรค์ ไปถึงสี่แยกหนองอ้อใช้เวลานขับรถนานมากประมาณ ๓๔ กม.จากที่บ้าน และที่สำคัญรถบันทุกมากมายทำให้แซงลำบาก การเดินทางของฉันจึงช้ากว่าปกติ ปัญหาต่อมาคือขับรถเลยร้านนัดหมาย ต้องไปกลับรถอีกไกลมากกว่าจะกลับมาเจอร้านอีกรอบ
ต้นกล้าโทรศัพท์หาเป็นระยะ ๆ และรออยู่หน้าร้านพอดี เพราะฉันบอกว่าขับรถสีอะไรหมายเลขอะไร เมื่อไปจอดก็พบกันพอดี บรรยากาศการพบกันครั้งแรก "เม้นท์กันไม่กี่บรรทัดเหมือนเรารู้จักกันมานาน" ทำให้ฉันมีน้องชายจากสัมพันธภาพชาว GotoKnow เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง อาหารจากปลาสดทุกจานอร่อยมากผสมกับการสนทนาแลกเปลี่ยน "การทำงานของภาคเอกชนที่น่าทึ่งและการมีความสุขกับการทำงาน" โดยกระบวนการ CSR
ก่อนจากเราได้นัดหมายกันในวันรุ่งขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่บ้านกร่าง ขับรถผ่านหน้าโรงเรียนบ้านกร่างวิทยาคม ของคุณครูธนิตย์ คุณครูกาญจนา สุวรรณเจริญ และคุณครูปณิธิ ภูศรีเทศ อยู่ติดริมคลองส่งน้ำอากาศคงเย็นสบาย
ดีจังเลยค่ะ คุณครูคิมได้พบกับคุณต้นกล้า ได้ขับเคลื่อนการเรียนรู้ไปด้วยกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ใจของคน G2K มีจิตเพื่อสาธารณะที่ยิ่งใหญ่แต่ไม่ต้องการความดังนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คิมเข้ามาแวะอ่านสาระ เห็นบันทึกใหม่ของพี่อยากมาเป็นคนแรกนะคะ อิอิ ดีใจที่ได้พบกับของชาวG2K ค่ะ น่าสนใจในการทำนาแบบใหม่ที่มีวิทยากรรุ่นใหม่ไฟแรง ขอชื่นชมค่ะ พี่เท่ห์มากๆขับรถไถเป็นแล้ว จะได้ครบทุกอาชีพแร่ะนะคะ
แบบนี้ถ้าจะเรียกว่า
การขับเคลื่อนองค์ความรู้
ถ้าจะไม่ผิดแน่นอนค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คิม
น้องมีมะม่วงมาฝากพี่คิมด้วยนะคะ ตอนแรกดกมาก พอเจอลม เจอฝนแค่ครั้งเดียว ร่วงไปเยอะเลยค่ะ
มาร่วมชื่นชมกิจกรรมดีๆของกัลยาณมิตรแห่ง G2K น่าประทับใจมากๆค่ะ..จะติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ..
ขับรถไถนาเรียกว่า "สารถี" น่าจะได้ด้วยนะครับ
น่าทดลองจัง
แต่ว่าราคาเท่าไรครับ
สวัสดีครับคุณครู ..ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องดี ๆ อาชีพที่อยู่คู่แผ่นดินไทย..ครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณนายดอกเตอร์
สวัสดีค่ะมะตูมRinda
สวัสดีค่ะมนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)
สวัสดีค่ะคุณยาย
คิดถึงคุณครูเมื่อครั้งเจอกันที่สวนป่า ตอนนี้อยู่ที่โรงเรียนที่ถูกประเทศไทยลืม
บ้านปากบุ่ง อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด อยากคุณครูที่แสนดีอย่างนี้จะมีอีกไหมครับ
-สวัสดีครับยายคิม....
-คงสนุกนะครับ....
-เรื่องการทำนาโยน ก็น่าสนใจนะครับ..หากมีโอกาสคงจะได้ไปร่วมกิจกรรม..
-คุณต้นกล้า...คุยสนุกรึเปล่าครับ???
-แวะมาชวนไปเที่ยวหมู่บ้านวัฒนธรรมครับ
สวัสดีค่ะคุณครู
แวะมาทักทายและชมภาพครูทำนาค่ะ
ดีจังค่ะได้ขับรถเท่ห์มากเลยค่ะ
แต่ว่าหน้าคงดำนะค่ะ
ต้องดูแลตัวเองด้วยนะค่ะ
ขออนุญาต พี่คิม เพิ่มเติมบันทึก ครับ
ตอบพี่เพชรน้ำหนึ่ง ครับ
"นาโยนกล้า" เป็นการปลูก "แบบสุ่ม" หรือ "สะเปะสะปะ" ไร้ระเบียบ เหมือน "นาหว่าน" ครับ ต่างกันตรงที่ จากหว่าน เมล็ด เป็นหว่านต้นกล้า เล็ก ลงไปในนาแทน
มองในแง่การจัดการ ->
1.จัดการจำนวนต้นกล้า ความสม่ำเสมอ ระยะห่างระหว่างต้น ระหว่างกอ ไม่ได้
2.ทำให้จัดการแสงเเดดให้ทั่วถึงต้นข้าว ไม่ได้
3.กรณีมีหญ้า ขึ้น(ดินดีหญ้าต้องขึ้นอยู่แล้ว) จัดการหญ้าในนา ด้วยเครื่องมือกล(Rotary weeder) ก็ไม่ได้
4."นาโยนกล้า" เป็นวิธีการปลูก ที่จำกัด ทางเลือกในการจัดการโดยตัวมันเอง จึงยังต้องใช้แรงงาน ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า และกำจัดแมลง อีกต่อไป ->ตกลงว่ามันดีกว่าเดิมอย่างไร
ผมมองการทำนา ว่าต้อง "คิดก่อนทำ" ไม่ใช่ "ทำ" แล้วไปคิดแก้ไขกันต่อในเเปลงนา มันเสียเวลา เสียสุขภาพ และก็ไม่ได้พัฒนากันจริงๆ ครับ
การทำ "นาดำ" ถือว่าเป็นการ "ลงทุน เพื่อลดต้นทุน" ก็ต้องคิดคำนวณ กันต่อครับ คนเดียวไม่คุ้มทุน ก็เป็นรูปแบบการจัดการภายในกลุ่มครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
สวัสดีค่ะโสภณ เปียสนิท