ประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่
ครั้งหนึ่งสมัยเรียนที่ม.ช. อยู่ชมรมพุทธศิลป์ เราได้มีโอกาสไปวัดถ้ำผาปล่อง โดยเราออกเดินทางกันตอนเย็นด้วยรถมอเตอร์ไซด์ ไปทางเชียงดาว พอถึงวัดเราต้องเดินขึ้นบันไดซึ่งชันมาก เพื่อไปนมัสการหลวงปู่สิม พุทธาจาโรซึ่งจำวัดอยู่ในถ้ำ
แต่ที่พักของเราสร้างอยู่นอกถ้ำแต่ก็อยู่สูงชันมาก ในตอนตีสามเราต้องตื่นมาทำวัตรเช้าในถ้ำ อากาศตอนเช้ามืดหนาวเย็นยะเยือก บริเวณหน้าถ้ำเปียกไปหมดเพราะน้ำค้าง เราต้องนั่งขัดสมาธิเพชรซึ่งนั่งยากกว่าการทำสมาธิปกติ แต่เป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม เป็นการนั่งอยู่ด้านหลังพระภิกษุจำนวนมาก ขณะที่นั่งตอนแรกก็รู้สึกหนาวจนเป็นเหน็บชาไปหมด ตอนนั้นคิดแต่ว่า นี่เรามาทำอะไรกันเนี่ย ทำไมต้องมาทรมานตัวเองอย่างนี้ แต่สุดท้ายก็กลับไม่รู้สึกอะไรเลย.....
หลวงปู่สิมท่านกล่าวว่า....
"อย่าไปคิดว่าเวลาแก่ เจ็บไข้ หรือใกล้ตาย จึงภาวนา
เวลาอยู่ดีสบายต่างหากที่จะต้องริเริ่มภาวนาให้ได้ ฉะนั้น ต้องตั้งอกตั้งใจภาวนา
ข้อสำคัญที่สุดก็คือ ทำอยู่เสมอๆ เป็นการปฏิบัติบูชา กิจทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจทั้งสิ้น "
คำสอนนี้เตือนใจให้เราหมั่นปฏิบัติดีอย่าท้อถอยในการทำงาน ถ้าใจเราสู้แล้ว..ความสำเร็จก็จะตามมาในที่สุด
ช่วงเวลาแรก ๆ ที่นั่งสมาธิ ส่วนมากเกือบทุกคนจะคิดคล้ายกันนะคะ คือ " นี่ .. ฉันมานั่งทำอะไรเนี่ย? " แต่พอผ่านช่วงเวลานั้นมาก็ไม่รู้สึกอะไรอย่างที่ อ.ลูกหว้า ว่าจริง ๆ ด้วย
สวัสดีค่ะ
อย่างนี้เรียกว่า ใจเป็นใหญ่ค่ะ
ตะกร้าสวยสุดๆค่ะ ชอบจัง
เวลาอยู่ดีสบายต่างหากที่จะต้องริเริ่มภาวนาให้ได้ ฉะนั้น ต้องตั้งอกตั้งใจภาวนา
ข้อสำคัญที่สุดก็คือ ทำอยู่เสมอๆ เป็นการปฏิบัติบูชา กิจทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจทั้งสิ้น "
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เพราะเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย นอนพะงาบๆ อยู่มันทำไม่ไหวหรอกครับ ถ้าไม่เคยฝึกมาก่อน และที่สำคัญวิปัสสนาเนี่ยทำที่ไหนเวลาใดก็ได้นะเออ
แต่ที่ว่า...
ตอนนั้นคิดแต่ว่า นี่เรามาทำอะไรกันเนี่ย ทำไมต้องมาทรมานตัวเองอย่างนี้ แต่สุดท้ายก็กลับไม่รู้สึกอะไรเลย.....
ที่ว่าไม่รู้สึกอะไรเลยเนี่ย เพราะว่าเหน็บชาไปหมดทั้งตัวเปล่าครับ 55555
ขอบคุณครับ