![]()

คนที่เกิดมามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ทุกคนล้วนแต่มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น อาจเป็นปัญหาเหมือนๆกันหรือต่างกันหรือว่าเชื่อมโยงเป็นปัญหาเดียวกันก็ได้ แต่ปัญหาก็เป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญตลอดเวลา และจะต้องหาวิธีแก้อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ไม่ว่าปัญหาเรื่องกิน การทำงาน การครองชีวิต ดังนั้นชีวิตที่ดีที่สุด คือ ชีวิตที่สามารถแก้ปัญหาได้
การรู้จักมีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย อยู่สงบ ควบคุมตัวเองไม่ให้เป็นทาสของความอยากมากจนเกินไป นั่นก็คือการแก้ปัญหาที่เรียกว่าการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงคือความรู้จักพอๆยังเป็นมงคลแก่ชีวิตของผู้ปฏิบัติอีกด้วย ตรงข้ามกับความไม่รู้จักพอเป็นสิ่งที่ทำให้คนในสังคมทุกวันนี้มีชีวิตที่วุ่นวาย กระเสือกกระสนดิ้นรนเพื่อแสวงหาทรัพย์สินหรือสมบัติภายนอกมาสนองความปรารถนาทางใจ โดยไม่มีขอบเขตสิ้นสุด เพราะไม่รู้จักพอขาดความพอดีในชีวิต หาหลักชีวิตไม่ได้นั่นเอง
คนที่ไม่รู้จักพอเพียง ไม่รู้จักพออยู่ พอกิน เมื่อพบอะไรก็ไขว่คว้าเรื่อยไป โดยนึกว่าทุกสิ่งทั้งลาภยศสรรเสริญเกียรติยศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตจะขาดเสียไม่ได้ คล้ายกับคนลอยคออยู่กลางทะเลมองไม่เห็นฝั่ง มือก็ไขว่คว้าหาที่ยึดพยุงตัว เมื่อพบสิ่งใดเข้าก็คว้าไว้ก่อน แม้สิ่งนั้นจะเป็นเพียงสวะลอยน้ำก็ตาม
นอกจากนั้นแล้วคนไม่รู้จักพอ ยังขาดการควบคุมใจตนเอง จึงก่อเวรให้แก่ตนและคนอื่น ก่อปัญหาต่าง ๆ ขึ้นในสังคม ทำให้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวายไม่สิ้นสุด เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาเหล่านั้นจึงมีชีวิตอยู่อย่างไม่สงบสุขเป็นชีวิตที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ มีขึ้นมีลง ประสบสุขบ้างทุกข์บ้างตลอดเวลาเพราะเหตุนี้ การดำเนินชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายคือ รู้จักพอ จึงเหมาะกับคนในสังคมปัจจุบันในการแสวงหาปัจจัยเครื่องเลี้ยงชีพ และสิ่งอำนวยความสุขอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตนั้น จำเป็นต้องใช้กำลังใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่เพื่อให้ได้สิ่งเหล่านั้นมาและทำอย่างสุจริต
คนเราผู้มีความรู้ความสามารถน้อย ย่อมหาทรัพย์ได้น้อยแต่ความต้องการในทรัพย์และสิ่งอำนวยความสุขอื่น ๆ ของคนเรามีปริมาณเท่ากัน เมื่อสิ่งเหล่านั้นมีจำกัด ถึงแม้เราจะพัฒนาอย่างไร ผลผลิตก็ยังมีจำกัดอยู่ดี จึงเกิดปัญหาว่า เมื่อฝ่ายหนึ่งสามารถหาได้มาก เก็บไว้ได้มาก อีกฝ่ายหนึ่งหาได้น้อย หรือไม่สามารถหาได้เลย ความขาดแคลนของฝ่ายหลังนี้จึงเกิดขึ้น
เมื่อเกิดความขาดแคลนและมีความต้องการปัจจัยที่จำเป็นขึ้นมา ก็จะต้องดิ้นรนแสวงหาเพิ่ม ครั้นหาได้ไม่พอเท่าที่ต้องการ จึงหันมาแสวงหาในทางที่ได้ง่าย ๆ ซึ่งไม่ต้องใช้ความรู้ความสามารถมากมาย อาศัยเพียงความกล้าและโอกาสอำนวยเท่านั้น นั่นก็คือ การจี้ ปล้น ลักขโมย ทุจริต ฉ้อราชบังหลวง ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นการแสวงหาที่ผิด ไม่ควรส่งเสริม
ส่วนบุคคลผู้ที่มีความสามารถ แม้จะได้ปัจจัยมามาก พอที่จะเลี้ยงตัวแล้วก็ตาม ก็ยังใช้ความสามารถนั้นแสวงหาอยู่ร่ำไป หาได้แล้วก็นำมาเก็บกักตุนไว้สร้างอำนาจต่อรองการขึ้นราคา หรือใช้อย่างฟุ่มเฟือย สุลุ่ยสุร่ายจนเกินจำเป็น คนเหล่านี้ไม่รู้จักคำว่า พอ หรือไม่รู้จักคำว่า พอดี พอใช้หรือหยุด ทำให้อยากได้อยู่เรื่อยไปจนไม่สามารถจะควบคุมใจไว้ได้ ยิ่งหามาได้มากเท่าไร ก็ยิ่งอยากได้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ การแสวงหาก็มีวิธีพิสดารมากขึ้น ถ้าควบคุมความอยากไว้ไม่ได้ ก็อาจแสวงหาในทางทุจริต ฉ้อโกงซึ่งเท่ากับว่าตกเป็นทาสของความอยากตลอดเวลา

![]()
การรู้จักยับยั้งความอยากของตนให้อยู่ ในขอบเขตที่เหมาะสมแก่ภาวะและฐานะของตน รู้จักควบคุมความอยากไว้ให้พอดี ไม่เกินขอบเขต ในกรณีที่ขาดแคลนก็แสวงหาปัจจัยมาบำรุงตัวเอง และครอบครัวให้พออยู่ได้อย่างเป็นสุขก็เพียงพอ เพราะการรู้จักพอ พอดี พอเหมาะ พอสมควรกับความรู้ความสามารถของตนเองแล้วนับได้ว่าเรากำลังดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่แท้จริงมิใช่พอเพียงแบบมารยาที่เรากำลังหลงเป็นกันอยู่เราฟุ่มเฟือยแต่คิดว่าตนประหยัด เราจึงหาความพอเพียงที่แท้จริงไม่เจอแต่เป้นได้เพียงพอเพียงมายา
ดังนั้นคนเราเมื่อหาทรัพย์มาได้มากพอแล้วก็ต้องยับยั้งความต้องการลงให้อยู่ในระดับพอเหมาะ ไม่ดิ้นรนแสวงหาให้มากไปกว่านี้อีก ครั้นยับยั้งได้แล้วชีวิตก็เริ่มจะสงบสุข มีเวลาเป็นของตัวเอง คิดถึงตัวเองได้บ้าง ต่อจากนั้นก็จะคิดถึงคนอื่นและคิดถึงสังคมต่อไป พออยู่ พอกิน พอใช้คือใช้ประหยัดอย่างมีประมาณกับรายได้รายเหลือนี้ต่างหากที่จะทำให้เรามีความสุขแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่แท้จริง
สวัสดีค่ะ อาจารย์โกศล คะ
แวะมาเก็บความรู้ที่ดี ๆ ที่อาจารย์นำมาฝาก ขอบพระคุณค่ะ
เห็นด้วยค่ะ “เศรษฐกิจพอเพียง” ต้องประมาณตน และช่วยเหลือผู้อื่นพอประมาณ เช่นกัน
เราก็บอกแต่คนอื่น นิสัยไม่ค่อยดี เห็นคนอื่นที่มีสถานะด้อยโอกาสกว่า ก็เทใจให้ ไม่รู้เป็นอย่างไร ใจมันสั่งมาว่า ต้องช่วยเขานะ ต้องช่วยเขานะ ในขณะที่ “ตัวเอง” ก็เอาตัวแทบไม่รอด
สิ่งที่ได้ช่วย คือ อิ่มใจ ค่ะ อย่างน้อย เรารู้สึกว่า เขาคงลำบากกว่าเรา และที่ยังฝังใจในตัวเองไม่รู้ลืมคือ คติที่ว่า
“มนุษย์ทุกชั้น เสมอกันที่ป่าช้า” น่ะค่ะ
“เจ้ามาอย่างไร เจ้าก็ต้องไปอย่างนั้น”
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีคะ
สวัสดีค่ะ
- การรู้จักยับยั้งและควบคุมความอยากของตนให้พอดี
- ย่อมไม่เดือดร้อค่ะ
-ขอบคุณค่ะ
พอ….ดี พอ….เพียง ทั้งกาย..จิต…วิญญาน
เรื่องที่สอดคล้องกันค่ะ….
สันโดษ…จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สันโดษ แปลว่า ความยินดี ความพอใจ คือความรู้จักพอดี ความรู้จักพอเพียง สันโดษ มีลักษณะ 3 อย่าง คือ 1. ยินดีพอใจในสิ่งที่มีที่ได้มา ด้วยเรียวแรงของตนในทางชอบธรรม ไม่ดิ้นรนอยากได้จนทำให้เกิดความเดือดร้อน 2. ยินดีพอใจกำลังของตน ใช้กำลังที่มีอยู่ เช่นความรู้ ความสามารถให้เกิดผลเต็มที่ ไม่ย่อหย่อนบกพร่อง 3. ยินดีพอใจแต่ไม่เกินเลย คือรู้จักพอเป็น อิ่มเป็น และแบ่งปันส่วนที่เกินเลยไปเอื้อเฟือ้ผู้อื่นตามสมควร สันโดษ เป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้เกิดความพอดีในชีวิตประจำวัน ไม่ฟุ้งเฟ้อเกินไป ไม่เขียมเกินไป ไม่ฟุ้งซ่านจนเกิดเดือดร้อน เป็นต้น เป็นแนวปฏิบัติกลางๆ เพื่อให้ชีวิตมีความอิ่ม ไม่พร่อง อันเป็นเหตุให้มีความสุขดังคำกล่าวที่ว่า “รู้จักพอก่อสุขทุกสถาน”
สวัสดีครับ
บัวปริ่มน้ำ
สวัสดีครับ
นายสายลม อักษรสุนทรีย์
สวัสดี
อ้อยควั้น
สวัสดี
เพชรน้อย
สวัสดีครูรักษ์
RAK-NA
สวัสดี
นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
สวัสดีครับ
อาจารย์พิชชา