มิตรไมตรี

 

 

 

โลกใบนี้ คือ บ้านหลังใหญ่ ที่รวมทุกๆ ชีวิตไว้ด้วยกัน ถ้าเราอยู่กันอย่างห่างเหิน ไร้ไมตรี บ้านของเราคงจะมีแต่คนแปลกหน้า แต่ถ้าเราอยู่อย่างมีน้ำใจไมตรี บ้านของเราย่อมมีแต่ความอบอุ่นใจ แม้ในยามที่เกิดทุกข์ภัย เราก็ไม่เดียวดาย เพราะเรามีมิตรสหาย ที่พร้อมจะยืนอยู่เคียงข้างเราเสมอ

ณ เกาะสวาท หาดสวรรค์ กลางสระน้ำ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ครบครัน เป็นที่อาศัยของคู่นกเงือกซึ่งทำรังเลี้ยงลูกน้อยอย่างผาสุก นกเงือกคู่นี้มีอัธยาศัยดี ชอบผูกมิตรกับสัตว์ทั้งหลาย และยึดหลักสังคหวัตถุธรรม ๔ ประการ ได้แก่

ทาน คือ การให้ปันสิ่งของ ช่วยเหลือผู้อื่นให้มีความสุข

ปิยวาจา คือ การให้คำพูดที่ไพเราะ รักษาน้ำใจ

อัตถจริยา คือ การให้แรงกาย สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น

สมานัตตตา คือ การให้เกียรติผู้อื่น โดยวางตัวให้เหมาะสม

ด้วย การให้ ทั้ง ๕ ประการ นกเงือกจึงเป็นที่รักของบรรดามิตรสหายเสมอมา

อยู่มาวันหนึ่ง นายพรานเดินทางมาถึงเกาะนี้ช่วงเวลาพลบค่ำ จึงก่อไฟเพื่อไล่ยุง ควันลอยไปถึงรังลูกนกเงือก จึงสำลักควันและร้องขึ้น ฝ่ายนายพรานได้ยินเสียง จึงเร่งสุมไฟเพื่อหวังจะได้ลิ้มรสเนื้อหวานๆ

พ่อแม่นกรู้ว่าภัยมา พ่อนกจึงไปขอความช่วยเหลือจากมิตรสหาย พญานกไม่รอช้า บินไปอมน้ำ พร้อมใช้ปีกขนาดใหญ่ซับน้ำไว้ เพื่อนำไปสลัดใส่กองไฟนายพราน พญาเต่ารีบวิ่งลงน้ำกวาดเอาเปือกตกและสาหร่ายกลบกองไฟจนดับสนิท

นายพรานเห็นจึงคิดจะจับเต่าใหญ่เป็นอาหารแทนดีกว่า หากแต่เมื่อได้ยินเสียงคำรามของราชสีห์ ต่างพากันกระโจนหนีสุดชีวิต สัตว์น้อยใหญ่จึงรอดพ้นจากอันตรายได้ในที่สุด

...

เพราะมิตรภาพ เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำเนินชีวิต การผูกไมตรี ด้วยสังควัตถุธรรม ๔ ประการดังนี้คือ ๑.โอบอ้อมอารี ๒. วจีไพเราะ ๓. สงเคราะห์ชุมชน ๔. วางตนพอดี ... ด้วยการให้เพียงเท่านี้ สิ่งที่เราได้รับกลับมา คือมิตรไมตรีอันน่าชื่นใจ เป็นสายสัมพันธ์ อันยากจะเลือนหาย แม้ด้วยความห่างไกล หรือกาลเวลา

โลกใบนี้ คือบ้านของทุกชีวิต เป็นชีวิตที่แตกต่างและหลากหลาย อย่าปล่อยให้ความแตกต่างใดๆ มาขวางกั้นมิตรไมตรีที่ดีต่อกันเลย

... ที่มา หนังสือที่ระลึกงานบวชสามเณร จากป้าศรีคนดีใจบุญ ขอบพระคุณค่ะ ...