คำตอบสุดท้ายของชีวิต

 

 

 

คำตอบในช่วงสุดท้ายของชีวิต ของดิฉัน

จากที่ดิฉันได้ไปอ่านในบทความ ของครูคิม แล้วก้ไปตอบเสียเต็มหน้าเลย ดิฉันก้เลยขอลอกมาจาก บทนั้น  ของครูคิม  บทความที่  312  มีชื่อว่า  เดาได้ไหมคะ  จึงขอยกคำตอบของดิฉันที่ตอบในบทความนั้นมา เพื่อท่านผู้อ่านจะได้ คิดได้ เพราะเป็นบทความย้อนหลัง ครูคิมบันทึกไว้ตั้งแต่วันที่  7 กรกรฎาคม 52 ผ่านมาหลายวันแล้ว กลับไปอ่านย้อนหลัง แล้วก้ตอบย้อนหลังคะ เช่นกันคะดิฉันก็พึ่งตอบเสร็จแล้วดึงมาเลยคะ ใครยังไม่อ่านหรือ ใครสนใจกลับไปอ่าน บทความนี้ก้ได้คะ แนะนำหนังสือน่าอ่าน เพื่อจรุงความคิดคะ

สุดท้ายของชีวิต เมื่อดิฉันรู้ตัว

 

 คำตอบ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เมื่อทราบว่า ตนเองเหลือเวลาไม่กี่เดือน  คนทุกคนก็คิดไว้ หรือให้คำตอบแตกต่างกันออกไป  เหมือนคนทั้งหลายแหละคะ ที่ต่างก็มีเหตุมีผล และสถานการณ์ต่างกันออกไป  เหตุผลแต่ละคน จึงต่างกัน ไปด้วย ไม่ว่ากัน

    แต่เหตุการณ์แบบรู้ตัวนี้จะมีอีกซักกี่คน ที่ได้มีโอกาสรู้ตัว บางคนไม่รูตัว ไปไม่ได้สั่งเสียหรือร่ำลา  ดังนั้นด้วยเหตุนี้  เมื่อเรามีเวลาว่าง  เราก็มาลองคิดกันเล่นๆ ในแต่ละการจากไป ว่าเราจะทำอะไร อย่างไรดี  เพื่อการวางแผนที่ดี

บางคนไม่ได้คิดเลยสักกะนิดเลย ถ้าได้อ่านบทความนี้แล้ว ก็ขอใช้เวลาส่วนหนึ่ง ขอให้คิดบ้าง จะได้วางแผนชีวิตในบั้นปลายได้ อย่างดี ไม่มีปัญหาแก่ผู้อยู่เบื้องหลัง

สำหรับดิฉันนะคะ  ตอนแรกอาจจะเสียใจ ที่ตนเองเหลือเวลาอีกไม่นาน แต่เมื่อตนเองรู้แล้ว  ก็ยังดีกว่าตรงที่จะไม่รับรู้เวลาที่เหลือบ้าง  เพราะคนเรา เมื่อรู้เวลาที่เหลือ อย่างน้อยก็คงจัดการเรื่องทรัพย์สิน  มรดก จะให้ใครหรือสั่งเสียยังไง ก็ว่ากันไป ดีที่ยังพอมีเวลา  และไม่เสียใจ ที่จากไป เพราะตลอดชีวิต เราก็มีแต่สิ่งที่ดีๆที่ผ่านมาแล้ว  สมควรพอใจแล้ว การจากไป ก้เป็นสัจจธรรมของชีวิต ทุกคนต้องจากลา แต่ไม่รู้จะลาเมื่อไร  สำหรับคนที่รู้ตัว ก็ถือว่าเป็นบุญ แต่การจากลา อย่าให้มีการทรมานเพราะเจ็บไข้ได้ป่วยนานเกินไป  เพราะ มันเป็นการทรมาน  ซึ่งถือว่าเป็นบาป หนัก  เพราะต้องทุรนทุรายก่อนตาย

ส่วนสามีนั้น เมื่อเราได้แบ่งทรัพย์สมบัติ ให้ลูกให้สามีแล้ว เราก็หมดห่วงแล้วแต่ใครจะทำอย่างไร  เพราะหลังจากที่ดิฉันตายไปแล้ว ก็ไม่มีโอกาสรับรู้อีกแล้ว จะทำอะไรก็ตามใจ สุดแต่ใจจะไขว่คว้า  เพราะแต่ละคน ต้องใช้ช่วงชีวิตในบั้นสุดท้าย ที่ให้คุณแก่ตนเองที่สุด ให้ตายดีๆมีสุขด้วย

 เมื่อเราจากไป คนอยู่ข้างหลัง ต้องไม่วุ่นวายเรื่องเงินทอง (เหมือนดารานักร้องบางคน)  และเมื่อเราจากเขาไปแล้ว  เขาจะไปมีเมียใหม่  มีกิ๊กก็เป็นเรื่องของเขา  เพราะคนเรา ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ โดยเฉพาะผู้ชาย  ขาดภรรยาไม่ได้แน่นอน  เพราะ ตอนภรรยาคนก่อนอยู่  อาหารก็ไม่เคยทำ  เสื้อผ้าก็ไม่เคยซัก ซื้อของใช้ในบ้านก็ซื้อไม่เป็น  เมื่อภรรยาจากไปแล้ว ถึงได้เห็นคุณค่าของภรรยา(สมมุติความสำคัญของภรรยาให้ฟัง เพราะบางคนจะเถียงว่า จ้างแม่บ้านมาคอยดูแลให้  ถึงจะจ้าง แม่บ้านก็ต้องได้รับการสั่งสอน มาจากแม่บ้าน คนที่ใหญ่ที่สุดอีกทีหนึ่ง  ก็ภรรยาท่านแหละคะ )

(แต่ขอร้องที  เมื่อฉันอยู่  หายใจพะงาบๆ  อย่าพากิ๊ก มาทำร้ายหัวใจฉัน โปรดอดใจ เพราะ เหลือเวลาอีกไม่นาน อยู่แล้ว หรือว่า อยากให้ฉันตายเร็วขึ้น) 

และเมื่อฉันได้จากโลกนี้ไปแล้ว คุณอาจจะรู้สึกว่า

ว่า วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก ด้วยเหตุนี้ผู้ชายที่อ่อนแอในเรื่องเหล่านี้ จะต้องรีบหาภรรยาใหม่ทันที  เพราะเขาลำบากเหลือเกิน  หรือมีใครคิดค้านไหมคะ 

ถ้าเขามีใหม่ ก็อย่าว่ากันนะคะ  สงสารผู้ชายด้วย คนที่ขาดภรรยาไม่ได้ มีเหตุมีผลแน่นอน

สำหรับดิฉัน  ถ้าเขาจะมีใหม่  ก็ขอให้ดิฉัน ตายจากโลกนี้ไปเสียก่อน  ให้มาเฝ้ารักษามาดูใจกันในครั้งสุดท้ายเสียก่อน  ไหนก้อยู่ไม่นานแล้ว  อย่าพึ่งเอาเมียใหม่มาให้เห็น หรือให้ดิฉันได้รับรู้  ตอนที่ดิฉันเจ็บป่วยเลย  เพราะมันจะทำให้ดิฉันจากโลกนี้ไปเร็วยิ่งขึ้น(ขอร้อง  ขอร้อง)

หลังจากนั้น  หลังจากที่ดิฉันสิ้นลมไปแล้ว  แม้สามีบางคนอาจจะแช่งภรรยา ให้ตายเร็วๆ ก็ยังมี ไม่เป็นไร เมื่อดิฉันรู้ตัวแล้ว และเมื่อดิฉันจากไปแล้ว  คุณสามีทั้งหลายจงดูแลตนเองเถอะคะ  จะทำอะไรก็ทำไป ขอให้อยู่ในศีลในธรรม เพราะถ้าไม่อยู่ในศีลธรรม  คุณก็จะไม่ลำบากตอน บั้นปลายชีวิต และจะมีคนที่จริงใจต่อคุณ มีคนได้ดูแลคุณในตอนสุดท้าย  ก็โชคดีไป

พราะ อีเฒ่าจริงใจ  ไปก่อนซะแล้ว 

ขอมอบความคิดให้กับทุกคนด้วย ว่าก่อนจะจากไป  ถ้ารู้ตัวจะทำอย่างไรดี