ผมเป็นนักเรียนศิลปะของโรงเรียนเพาะช่างระหว่างปี ๒๕๒๒-๒๕๒๔ ซึ่งในเวลานั้น การจัดการศึกษาทางด้านศิลปะมีความแพร่หลายพอสมควร ทว่า เมื่อกล่าวถึงสถาบันแม่ทางศิลปะของประเทศ ก็ไม่พ้นที่จะอ้างอิงถึงสองสำนัก คือ มหาวิทยาลัยศิลปากรกับโรงเรียนเพาะช่าง หรือบางครั้งก็จะพูดถึงโรงเรียนช่างศิลป์เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแห่ง แต่ในหมู่คนเรียนศิลปะแล้วก็จะนับว่าโรงเรียนช่างศิลป์เป็นโรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากรและจัดการศึกษาเทียบเท่าบางส่วนของเพาะช่าง
ปัจจุบัน สถาบันการศึกษาศิลปะในขั้นสูงมีความแพร่หลาย กระจายออกไปดำเนินการเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่งทั้งในส่วนกลางและในภูมิภาคต่างๆของประเทศ

ศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชู จะสอนโดยนั่งเขียนรูปไปกับนักศึกษา ระหว่างนั้นก็จะให้เวลา
สำหรับการยืนวิพากษ์งานให้นักศึกษาและสะท้อนให้เห็นแนวการพัฒนาตนเองอย่างเป็นรายบุคคลทุกคน
จากนั้นก็จะนำผลงานมาคุยและดูพร้อมกันไปเป็นกลุ่ม ภาพประกอบ : โดย ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์
อาจารย์ปัญญา เพ็ชรชู เป็นครูศิลปะสาขาจิตรกรรมสากล คณะวิชาวิจิตรศิลปกรรม ของโรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งปัจจุบันได้ปรับสถานะเป็นวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ซึ่งในวงการศิลปะนั้น หากมองหาจิตรกรสีน้ำ ดรออิ้ง และวาดภาพคนเหมือนแล้วละก็ ชื่อของอาจารย์ปัญญา เพ็ชรชู จะปรากฏขึ้นมาอยู่แถวหน้าคนหนึ่งทันที

การเขียนสีน้ำ ดรออิ้ง และวาดภาพคนเหมือนนี้จัดว่าเป็นวิชาพื้นฐานสำหรับงานศิลปะและหัตถกรรมในทุกแขนง ดังนั้น หากเจอคนที่เรียนศิลปะผ่านสำนักเพาะช่างไม่ว่าจะคณะใดและสาขาใดในระยะ ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็เป็นอันเชื่อได้เลยว่าจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักอาจารย์ปัญญาและผลงานของอาจารย์ปัญญา เพ็ชรชู
แต่ความประทับใจและความเคารพเทอดทูนอาจารย์ปัญญาในฐานะครูของลูกศิษย์ลูกหารวมทั้งผมนั้น นอกจากการได้วิชาศิลปะหลายอย่างจากอาจารย์แล้ว ก็อยู่ตรงที่วิชาทั้งหลายเหล่านั้น อาจารย์ท่านสืบทอดไว้โดยที่หลักสูตรและการเรียนการสอนไม่มีให้แล้วในเพาะช่าง ซึ่งต้องกล่าวว่า อาจารย์สืบทอดวิชาศิลปะจากครูอาจารย์ที่สะท้อนความเป็นเพาะช่างไว้มาส่งต่อให้ลูกศิษย์หลายรุ่นโดยคุณธรรมและความทุ่มเทของปัจเจก หรือด้วยสำนึกและความเป็นครูของอาจารย์เอง

สีชอล์คพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง
ผลงานศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชู
อาจารย์ปัญญาเป็นผู้ซึ่งมีผลงานการเขียนภาพคนเหมือนที่โดดเด่นมากที่สุดท่านหนึ่ง งานเขียนภาพคนเหมือนสีชอล์คเป็นผลงานที่ทำให้อาจารย์มีชื่อเสียงมากกว่างานสีน้ำและผลงานในด้านอื่นๆ หากมีโอกาสเข้าไปในห้องโถงอาคารอำนวยการโรงเรียนเพาะช่าง ก็จะเห็นภาพเขียนสีชอล์คผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการ และผู้บริหารของโรงเรียนเพาะช่างทุกพระองค์และทุกคนนับแต่การก่อตั้งเมื่อปี ๒๔๕๖ ซึ่งหลายภาพเขียนโดยอาจารย์ปัญญา รวมทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ พระผู้สถาปนาโรงเรียนเพาะช่างขึ้นตามกระแสพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

สีน้ำทิวทัศน์ทะเล Sea scape ผลงานชิ้นหนึ่งของศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชู

สีน้ำหุ่นนิ่ง ผลงาน ศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชู ภาพจากเว็บศิษย์เก่าเพาะช่าง
หลังจากที่รัฐบาลปฏิรูปและกระจายโอกาสการศึกษาไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศนั้น โรงเรียนเพาะช่างก็งดจัดการศึกษาศิลปะในขั้นพื้นฐานต่างๆที่เคยมี วิชาศิลปะที่มีการจัดการศึกษาให้ที่เพาะช่างในสาขาวิจิตรศิลป์ จะต่อยอดเป็นขั้นสูงข้ามพื้นฐานต่างๆไปเลย การเขียนสีน้ำจัดว่าเป็นพื้นฐานทางศิลปะ ดังนั้นจึงไม่มีให้เรียนอีก อยากเก่งก็ต้องไปขวนขวายเอาเอง

สีน้ำหุ่นนิ่ง ผลงาน ศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชู ภาพจากเว็บศิษย์เก่าเพาะช่าง
การดรออิ้งและเขียนภาพคนเหมือนก็ถือว่าเป็นพื้นฐาน เพราะมาถึงเพาะช่างแล้ว อย่างต่ำที่สุดเขาก็เขียนฟิกเกอร์ ภาพเปลือย ซึ่งเป็นการเขียนงานระดับบ่มเพาะความเชี่ยวชาญและค้นหาแนวทางที่เป็นตัวของตัวเอง เรียกว่าก่อนจบเพาะช่างเขาก็อาจจะดังและเห็นตัวเห็นตนของตัวเองแล้วว่าตนเองเป็นใคร
แล้วพวกที่ยังหลงเสน่ห์ของสีน้ำกับการทำงานนอกเหนือจากที่มีการเรียนการสอนจะไปหาที่บ่มตนเองที่ไหนเล่า ? .....เกาะกลุ่มเรียนด้วยตนเองที่หน้าห้องอาจารย์ปัญญา เป็นคำตอบครับ

กลุ่มนักศึกษาที่เป็นศิษย์ปัจจุบัน เข้ากราบคารวะอาจารย์ ในวันที่ศิษย์เก่าและโรงเรียนเพาะช่างจัดงานเกษียณอายุราชการให้ศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชู เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยผลผงานศิลปะ มุมนั่งเขียนรูป และผู้คนจอแจดังที่เห็นในภาพนี้ ไม่ใช่ห้องเรียนหรือที่แสดงงานศิลปะ แต่เป็นหน้าห้องพักอาจารย์ของอาจารย์ปัญญาในอาคารเรียนหลังใหม่ที่สร้างขึ้นแทนอาคารวิจิตรศิลป์หลังเก่า
อาจารย์ปัญญา เพ็ชรชูท่านใช้พื้นที่เล็กๆหน้าห้องพักของตนเอง เป็นแหล่งรองรับความสนใจและความเอาใจใส่ที่จะเรียนรู้ พัฒนาตนเองของนักศึกษา โดยซื้อวัตถุดิบมาเองแล้วก็ตั้งหุ่นนิ่งทิ้งไว้ให้นักศึกษาทุกชั้นปี และเป็นใครมาจากไหนก็ได้ที่อยากเขียนรูปสีน้ำหรือดรออิ้ง ก็เดินมานั่งเขียนฝึกฝนตนเองอยู่ที่หน้าห้องพักของอาจารย์ ซึ่งข้างๆก็จะมีชมรมดนตรีไทย ของกลุ่มนักศึกษาที่สนใจจากทุกสาขาของเพาะช่างเช่นกันมาเรียนขิม ซอ และจะเข้ จากครูอภัย นาคคง ครูดนตรีเก่าแก่ท่านหนึ่งของวงการดนตรีไทย
อาจารย์ปัญญาท่านมีวิธีสอนที่ทุกคนจะรู้สึกว่าต้องไปเรียนกับอาจารย์ปัญญาซึ่งรวมทั้งผมเองด้วย เพราะอาจารย์จะสอนแบบทำให้ดูหรือทำไปด้วยกัน จากนั้นก็จะเดินดูและคุยแนะนำให้เป็นรายบุคคล สอนจำเพาะที่เขาเป็น แนะนำแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย ทุกคนจึงผูกพันและค้นพบตนเอง กระทั่งกลายเป็นกลุ่มเรียนรู้กลุ่มย่อยๆซึ่งก็พัฒนาตัวเองในการจัดการโดยคนที่เป็นรุ่นพี่ก็จะคอยช่วยสอนและดูแลคนที่เข้ามาเป็นรุ่นน้อง เมื่อเขียนเสร็จและรวมผลงานของหลายคนได้หลายชิ้นแล้วก็จะทำอย่างเป็นวัฒนธรรมกลุ่มไปโดยอัตโนมัติคือเอางานมาตั้งเรียงแล้วดูไปด้วยกัน อาจารย์และทุกคนก็จะนั่งคุย ถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน


การเขียนภาพคลี่คลายเพื่อนำไปทำงานสร้างสรรค์ที่ต่อเนื่องไปสู่งานอื่นๆ เป็นวิชาหนึ่งที่ไม่มีการสอนให้ครอบคลุมทุกกระบวนการเพราะต้องใช้หลายวิชามาประกอบกัน ผมได้วิชานี้จากวิธีครูพักลักจำอาจารย์ปัญญา เพ็ชรชูและอาจารย์สันติ พฤฒิกสิกร ผสมผสานกัน
นอกจากนี้แล้ว อาจารย์ก็จะเป็นผู้รับผิดชอบในการนำนักศึกษาออกไปเขียนรูปนอกสถานที่ ที่ทุกคนจะนึกถึงจนเป็นเอกลักษณ์ในการเรียนรู้กับอาจารย์ก็คือ การดรออิ้งนกกะหรอดหัวจุกในสวนสัตว์เขาดินวนา กับการเขียนทิวทัศน์นอกสถานที่
การดรออิ้งนกกะหรอดหัวจุกที่เขาดินที่เป็นเอกลักษณ์ของอาจารย์ไปด้วยนั้น ก็เนื่องจากเจ้านกกะหรอดนี้นอกจากจะเป็นหุ่นสำหรับฝึกวาดรูปที่ชวนให้ปวดหัวที่สุดเนื่องจากเป็นนกที่จะไม่เกาะอยู่นิ่งเลยแล้ว ทั้งโครงร่างและน้ำหนักสีสันของมันก็สุดยอดจะท้าทายมาก เพราะมีน้ำหนักตั้งแต่สีดำเข้มจนไปถึงเทา น้ำตาล ครีม และขาวอ่อน ในแง่พื้นผิวและลักษณะโครงร่าง ก็มีทั้งผิวมันวาว ฟู เนียนราบเรียบ และขรุขระหยาบกระด้าง เรียกว่าเมื่อสามารถเขียนนกกะหรอดหัวจุกในกรงซึ่งกระโดดและบินอยู่ตลอดเวลาได้โดยจับลีลาและแตกฉานในเรื่องโครงร่าง พื้นผิว และน้ำหนักสารพัดแล้ว ก็มั่นใจได้เลยว่าจะมีสายตาที่แม่นการอ่านแสงเงา รูปทรง และสั่งมือให้ทำอะไรก็ได้
ระหว่างที่ไปเขียนรูปนอกสถานที่เหล่านี้อาจารย์ก็จะนั่งเขียนไปด้วยกับพวกนักศึกษา ทุกคนจะขอมุงดูให้เห็นกะตาในทุกขั้นตอน ทุกคนเห็นงานของอาจารย์แล้วก็แทบจะลืมเขียนงานตนเอง อาจารย์จึงมีผลงานทุกชนิดมากมายและสามารถจัดแสดงนำเสนอสู่สาธารณะอย่างสม่ำเสมอโดยมิใช่เป็นผลงานที่ทำขึ้นเพื่อเป็นศิลปินแต่ทำเพื่อการสอนนักศึกษา ซึ่งแนวทางอย่างนี้ผมได้ทราบจากหลายท่านว่าเป็นแนวทางที่ถือเป็นหลักปฏิบัติต่อกันมาของครูโรงเรียนเพาะช่าง

กลุ่มนักศึกษาใช้ฝีมือทำฉากเวทีเพื่อจัดงานเกษียณและแสดงกตัญญูกตเวทิตาให้อาจารย์หน้าตึกอำนวยการโรงเรียนเพาะช่าง ตึกดังกล่าวนี้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดยศาสตราจารย์ประกิต บัวบุศก์ ครูเก่าแก่ท่านหนึ่งของโรงเรียนเพาะช่างและเป็นครูของอาจารย์ปัญญา
กลุ่มนักศึกษาที่ติดตามไปเรียนรู้และฝึกฝนเอาเองกับอาจารย์นั้น ไม่เพียงเพราะเป็นคนรักเรียนวิชาจากอาจารย์ ทว่า บางทีก็เป็นนักศึกษาที่ยากจนที่อาจารย์อยากให้เอาดีให้ได้ด้วยการเคี่ยวกรำตนเองให้เข้มข้น ดังนั้น นอกจากอาจารย์จะเป็นแหล่งที่นักศึกษาอยากไปฝึกฝนแบบครูพักลักจำกับอาจารย์แล้ว เมื่อมีนักศึกษามาคลุกคลีอยู่ด้วยเป็นกลุ่มและไม่ค่อยมีเงิน แต่อาจารย์ปรารถนาให้เด็กๆเหล่านี้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยกันที่ดี ดังนั้น ในทุกๆเดือนอาจารย์ก็จะต้องเจียดเงินเดือนของตนเองส่วนหนึ่งไว้สำหรับให้นึกศึกษาได้ใช้หุงหาข้าวปลาอาหารกินและซื้อหุ่นนิ่งมาฝึกเขียนรูป
กระทั่งถึงทุกวันนี้ เมื่อผมไปเยี่ยมอาจารย์ก็ยังเห็นนักศึกษาและผู้คนไปนั่งเขียนรูปอย่างเอาจริงเอาจังอยู่ที่หน้าห้องพักอาจารย์ ซึ่งใครเห็นก็คงไม่รู้ว่านี่เป็นกลุ่มเรียนรู้ด้วยตนเองและไม่ใช่ห้องเรียนจริงๆ ผมทราบว่าในแต่ละเดือนอาจารย์จะใช้เงินเพื่อกิจกรรมอย่างนี้ให้นักศึกษากว่าหมื่นบาทและเป็นมาอย่างนี้กว่า ๒๐ ปีแล้ว

ผลงานชิ้นหนึ่งของผม เขียนในแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ เขียนขึ้นหลังจากฝึกฝนการเขียนสีน้ำกับกลุ่มหน้าห้องอาจารย์ปัญญา ซึ่ง ๑ ในชุดเดียวกันของ ๓ ภาพที่ผมเขียนขึ้นในแนวนี้ อาจารย์ปัญญาได้ขอเก็บไว้หนึ่งชิ้นเพราะอาจารย์บอกว่าผมเขียนในแนวนี้ดีกว่าแนวเหมือนจริงกับแนวเหนือจริงที่ผมถนัด
มีจิตรกรและคนที่ดำเนินชีวิตด้วยการทำงานศิลปะที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติหลายคนที่มีชื่อเสียงทางสีน้ำและการเขียนภาพคนเหมือน ที่ผ่านไปจากสำนักเพาะช่าง ซึ่งงานหลายแนวที่ผู้นิยมทางศิลปะและสาธารณชนให้การยอมรับชื่นชมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการเขียนสีน้ำและภาพคนเหมือนสีปาสเตลหรือสีชอล์คนั้น คนทั่วไปอาจจะไม่ทราบว่างานศิลปะในแนวนี้ไม่มีการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการในเพาะช่างมากกว่า ๓๐ ปีแล้ว ที่ยังมีศิลปินทำงานให้สังคมได้ชื่นชมอยู่เสมอมานั้น เป็นการเกาะกลุ่มฝึกฝนและเรียนรู้แบบครูพักลักจำกับศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชูที่หน้าห้องพักครูนั่นเองครับ.
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :
(๑) เขียนและนำผลงานมาจัดแสดง เพื่อเป็นกตัญญูกตเวทิตาและร่วมรำลึกถึงอาจารย์เนื่องในวาระเกษียณอายุราชการของศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชู ๒๕๕๒
(๒) อ่านประวัติและวิธีคิดของอาจารย์ แล้วจะได้แรงบันดาลใจดีๆเยอะเลยครับ
มาอ่านเรื่องราวของ "ครูและศิษย์" ครับ...
ชื่นชม "ครู" ที่เป็นครูด้วยจิตวิญาณนะครับ...
ขอบคุณมากครับผม...
แวะมาหาความรู้ค่ะ
สวัสดีครับคุณดิเรก หากชอบและอยากหาแรงบันดาลใจจากการชมงานศิลปะบ้างก็แวะไปดูงานต่อได้นะครับ ตอนนี้มีการรวบรวมผลงานทางด้านต่างๆของอาจารย์ จัดแสดงเป็นนิทรรศการเกียรติยศที่หอศิลป์ของวิทยาลัยเพาะช่าง ข้างเชิงสะพานพุทธนะครับ จะแสดงไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ นี้ ผมเองก็จะหาโอกาสแวะไปให้ได้สักวันหนึ่ง
สวัสดีครับอาจารย์
ผมรับรู้เรื่องราวของ อ.ปัญญา เพียงผิวเผินมาก ๆ รู้เพียงท่านเป็นครูของศิลปินหลายท่าน อ่านบันทึกของอาจารย์แล้วทำให้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับท่านมากขึ้นครับ
...
ผมได้รับหนังสือของอาจารย์จากคุณเอกแล้ว
ขอบพระคุณในความเมตาของอาจารย์มากนะครับ
ผมทราบว่ามีการพิมพ์หนังสือเล่มนี้มาก่อนหน้าบ้างแล้ว จะเอ่ยปากขอแต่มิกล้า
วันที่ผมได้รับหนังสือจากมือคุณเอก จึงเหมือนได้รับของขวัญชิ้นใหญ่
ขอบพระคุณอาจารย์อีกคร้ังครับ
กราบนมัสการพระคุณเจ้าครับ อาจารย์มีอีกหลายอย่างที่เหมือนกับพระหรือนักพรตครับ วิธีคิดและการปฏิบัติตนทางด้านการดูแลสุขภาพตนเองก็ให้การเรียนรู้และให้วิถีคิดที่ลึกซึ้งครับ ลองแวะไปอ่านประวัติและวิธีคิดของอาจารย์ที่ผมลิ๊งค์ไว้ท้ายบทความได้อีกครับ ได้เห็นแล้วจะมีกำลังใจดีครับ
สวัสดีครับคุณ nana ดีใจเหมือนมีคนแถวบ้านมาเยี่ยมครับ แวะมาอีกนะครับ ผมก็เป็นคนนครสวรรค์ที่คุณ nana ทำงานอยู่คือกันครับ
สวัสดีครับหนานเกียรติ อยากให้เป็นกำลังใจกันนะครับ เอาไว้อ่านพักผ่อนยามว่างครับ
ความเป็นครูและการพาผู้อื่นเรียนรู้โดยทำให้ดู อยู่ให้เห็น และเป็นคนจัดโอกาสให้เกิดประสบการณ์ชีวิตที่ดีด้วยกันจนมีความเติบโต งอกงาม อย่างนี้ เป็นกระบวนการศึกษาเรียนรู้ที่สังคมไทยมีอยู่ในวิถีสังคมมากเลยนะครับ ผู้คนมากมายเป็นครูและนักเรียนของกันและกัน
สวัสดีค่ะอาจารย์
งดงามมากเลยค่ะ
ภาพเขียนทุกภาพ
น้ำใจอาจารย์
จิตใจศิษย์ที่เปี่ยมกตัญญู
_/|\_
สวัสดีครับคุณณัฐรดา ผมเห็นบรรยากาศการศึกษาเรียนรู้แบบอาศรม ในบรรยากาศเก่าๆที่ดำเนินมาอย่างยาวนานของเพาะช่างอย่างนี้แล้ว กลับมาก็นึกภาวนาอยู่ในใจว่า ขอให้การศึกษาและการบริการสิ่งสาธารณะ เช่น บริการสุขภาพและอื่นๆ อย่าได้ทำด้วยรูปแบบการจัดการอย่างเป็นธุรกิจซื้อขายและเปลี่ยนความสัมพันธ์ของครูกับผู้เรียน ผู้บริการสังคมกับประชาชนพลเมืองให้เป็นผู้ขายสินค้าบริการกับผู้บริโภคที่ได้บริการดีด้วยเงินทองและการซื้อขายกันอย่างมากจนขาดการให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ที่เอื้อเฟื้อเกื้อหนุนและเป็นกัลยาณมิตรกันของคนเลย เพราะมีหลายอย่างที่การซื้อขายและเงินทอง ตลอดจนผลตอบแทนในทางวัตถุ ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นและเข้ามาทดแทนการเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกันของคนเราได้
สวัสดีอาจารย์อีกครั้งค่ะ
ได้รับหนังสือเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบพระคุณมาก
เห็นคำนิยมจากกัลยาณมิตรแล้ว ชื่นใจแทนอาจารย์ค่ะ
ขอบพระคุณอีกครั้งนะคะ
ฝีมือการออกแบบหน้าปกและการจัดเล่มทั้งเล่ม การเสาะหาคำนิยม รวมทั้งการวางแนวคิดและเลือกเนื้อหาทั้งหมด เป็นฝีมือของน้องๆ ซึ่งเป็นมิตรรักแฟนบล๊อกของคุณณัฐรดาด้วยนะครับ
ขอร่วมประชาสัมพันธ์หนังสือรำลึก ๖๐ ปีที่ลูกศิษย์ของอาจารย์ทำให้อาจารย์ครับ
ท่านที่สนใจติดต่อและสั่งจองได้ที่ป้ากมลรัตน์นะครับ รายละเอียดและเบอร์โทรดังในแผ่นโปสเตอร์ครับ
ณรัฐ กำพลมาศ..1 ในศิษย์อ.ปัญญาได้รวบรวมผลงานของอาจารย์ปัญญา เพ็ชรชูไว้ที่...
งานจิตรกรรมของอาจารย์ปัญญา เพ็ชรชู แห่งจิตรกรรมสากลเพาะช่าง
สวัสดีครับครูอ้อยเล็ก แวะเข้าไปดูในลิ๊งค์ที่ครูอ้อยเล็กลิ๊งไปให้แล้วครับ
รูปนี้ก็สวยครับ ชอบดอกบัวกับเหยือกสังกะสี ดูสบาย จิตนิ่งและเป็นสมาธิที่ต่อเนื่องดีจัง ลูกเล่นอีกอย่างหนึ่งของอาจารย์ปัญญาคือการเขียนอากาศและสิ่งที่อยู่ในเงา ยิ่งเวลายืนดูอาจารย์เขียนด้วยละก็เพลินจริงๆครับ เหมือนคนเต้นจินตลีลาหรือเต้นบัลเล่ย์ที่เห็นสายธารของจิตใจไหลพลิ้วอย่างต่อเนื่องบนเวที
สวัสดีครับท่านอาจารย์ วิรัตน์
กลับจากภูเก็ตวันนี้ ก็ได้รับของขวัญ เป็นอาหารสมองจากท่านอาจารย์
ซาบซึ้งและขอบคุณ
"วีถีประชาศึกษา" ศึกษาวิถี และจริตประชาชน คนทำงานชุมชนต้องเข้าใจ เข้าให้ถึงและตั้งใจจริง
จะทำความเข้าใจและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูง
อ่านแล้วจะนำมาคุยต่อครับอาจารย์
ด้วยความขอบคุณอีกครั้ง ที่เป็นหนึ่งใน 300 ที่อาจารย์ กรุณาครับ
สวัสดีครับท่านผู้เฒ่าวอญ่า ชอบความหมายวิถีประชาศึกษาของผู้เฒ่าวอญ่านะครับ ง่าย แล้วก็สะท้อนสิ่งที่จะต้องคิดและทำ เมื่อทำงานในแนวประชาคมดีครับ ขอมอบให้ท่านผู้เฒ่าวอญ่าเอาไว้อ่านพักผ่อนหาความคิดดีๆไปลุยงานต่อครับ
เด็กนักเรียนที่สนใจเรียนศิลปะมาฝึกเขียนรูปเพื่อเป็นพื้นฐานในการสอบเข้าเรียนในโรงเรียนเพาะช่าง ผู้ปกครอง พี่ๆและครูศิลปะ รวมทั้งอาจารย์ปัญญา ให้การแนะนำและให้เด็กๆได้นั่งฝึกเขียนด้วยตนเอง ผลงานที่เด็กกำลังเขียนนี้เป็นการฝึกด้วยตนเองมาแล้ว ๑ ปี และมาฝึกเขียนอยู่หน้าห้องพักอาจารย์ได้เพียง ๔ วันเท่านั้น ผลงานเหมือนกับนักเรียนศิลปะที่มีพื้นฐานดีแล้ว
มีผลงานของอาจารย์และบรรยากาศการแสดงผลงานเนื่องใน ๖๐ ปีของอาจารย์ ที่หอศิลป์เพาะช่าง ผลงานที่นำมาจัดแสดงนี้เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น อาจารย์บอกว่าสัก ๑ ใน ๑๐ เท่านั้น
ภาพเขียนสีน้ำ สีชอล์ค ดรออิ้ง หุ่นนิ่งและคนเหมือน
สีชอล์ค สมเด็จพระสังฆราชเกือบทุกพระองค์และพระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศ
ภาพนี้เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง เป็นภาพสีน้ำมันที่เขียนด้วยนิ้วมือ แนวคิดคือเป็นการสื่อสะท้อนจากหัวใจโดยไม่ต้องผ่านพู่กันหรือเทคนิคทางเครื่องมืออย่างอื่นเลย แต่ถ่ายทอดผ่านนิ้วมือโดยตรง เป็นงานเขียนและปฏิบัติการระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ และเป็นภาพที่ได้รับการจัดทำเป็นปฏิทินเผยแพร่โดยธนาคารไทยพาณิชย์เมื่อปี ๒๕๕๑
ผมจองสูจิบัตรแสดงผลงาน ๖๐ ปีของอาจารย์มาหลายวัย แต่หมดก่อนถึงตอนเย็นทุกวัน วันนี้เหลือเพียง ๓ เล่มเลยต้องขอให้อาจารย์เซ็นชื่อให้สักหน่อยครับ
อาจารย์เห็นว่าผมไม่ได้ไปร่วมในวันเปิดงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ท่านเลยเมตตาให้เหรียญพระวิษณุกรรมและสูจิบัตรงานแสดงของอาจารย์ครั้งนี้ให้ด้วย แล้วก็ให้น้องนักวิจัย ๒ คนที่ผมชวนไปเพื่ออยากให้ได้รู้จักและได้มีโอกาสคารวะอาจารย์ด้วย