ขอความร่วมมือและแจ้งแนวทาง สำหรับเขียนบันทึกและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองอย่างสันติและสมานฉันท์
อ่าน: 399
ความเห็น: 34

เมื่อคนเป็นแม่ไม่ได้ทำหน้าที่

เมื่อคนเป็นแม่ไม่ได้ทำหน้าที่

เมื่อคนเป็นแม่ไม่ได้ทำหน้าที่

 

สุรวดี รักดี

 

วันนี้วันเสาร์อยู่บ้านที่ กทม.คนเดียว เนื่องจากในสัปดาห์หน้าจะมีวันหยุดยาว (หยุดวันพ่อ) และสถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยดีไม่เหมาะกับการเดินทาง รวมทั้งคุณสามีมีถ่ายทำรายการวันเสาร์คงกลับบ้านดึก เลยเลื่อนเวลากลับต่างจังหวัดไปสัปดาห์หน้า โดยปกติจะพยายามกลับบ้านทุกอาทิตย์เพื่อไปหาน้องรัก

 

ณ รัก เป็นเด็กชายที่เกิดมาจากความรัก และเพื่อให้สัญลักษณ์แทนความรักของทุกคน เราและคุณพ่อน้องจึง ตั้งชื่อว่า ณ รัก เป็นที่ซึ่งรวมความรักของครอบครัวทั้งบ้านคุณพ่อและคุณแม่

 

ความฝันที่จะมีครอบครัวเล็กของเราก็เริ่มต้นนับหนึ่งขึ้นมา   จากวันที่เริ่มต้นชีวิตความเป็น แม่ก็มาพร้อมกับหน้าที่การที่ดีขึ้น ก็หมายถึง การที่เราต้องทำงานอย่างหนัก ภาระหน้าที่นี้ทำให้เราไม่สามารถเลี้ยงลูกได้เองอย่างแน่นอน คงต้องมีผู้ช่วยที่ดี

 

โชคดีที่เรามีครอบครัว มีญาติ มีทั้งคุณตา คุณยายน้องรัก และ คุณทวดไม่ต้องเสียเงินจ้างพี่เลี้ยงเด็กจากศูนย์ฯ และยังมีญาติตัวแรกเล็ก อายุห่างกันไม่กี่ปี จึงตัดสินใจที่จะให้  ณ รัก อยู่กับคุณยายที่ต่างจังหวัดและหวังว่าจะจัดการ เวลา ของตัวเองให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อพาลูกเข้ามาอยู่ด้วยกัน

 

ในช่วงขวบปีแรกของน้องรัก จึงเป็นเวลาที่คุณแม่มีความสุขมากที่ได้ทำงานและมีคนดูแลลูกให้อย่างดี และมั่นใจได้เต็มที่

 

แต่ชีวิตไม่ได้ง่ายขนาดนั้น  เมื่อการตัดสินใจครั้งนั้นกลายเป็นสาเหตุ ของปัญหาของน้องรัก คือ น้องรักไม่สามารถสื่อสารได้ตามพัฒนาการ Delay speech กว่าจะสังเกตว่าลูกไม่เหมือนคนอื่นก็ ขวบครึ่งเข้าไปแล้วลูกยังไม่พูดไม่โต้ตอบ เล่นกับคนอื่นไม่เป็น สาเหตุที่คุณหมอบอกหลังจากเช็คร่างกาย สมอง เจาะเลือด ตรวจหู ดูปาน อวัยวะทุกอย่างเกี่ยวกับการเปล่งเสียงแล้วพบว่า น้องไม่มีความผิดปกติในร่างกายแต่อย่างไร

แต่สิ่งที่ทำให้น้องรักเป็นแบบนี้ก็คือ สิ่งแวดล้อมในการเลี้ยงดูที่ไม่สนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสพูด

 

มีคนถามว่า ไม่คุยกับน้องเหรอ ไม่เปิดเพลงให้น้องฟังเหรอ???

คำตอบก็คือ ทำทุกอย่าง  น้องรักเป็นเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีทั้งตามตำราแพทย์จากคุณยายซึ่งเป็นพยาบาล(สูติฯ) และทั้งทางวิถีพุทธคุณทวดคอยสอนให้รู้จักมีจิตใจโอบอ้อมอารี

น้องรักจึงเป็นเด็กสุขภาพร่างกายดีตามเกณฑ์  แถมน้องรักมีหน้าตาที่ดึงดูดพอสมควร กับนิสัยที่มีความอ่อนน้อมกับทุกคน  ไม่รังแกใคร  ทำให้คนที่เห็น อยากเข้ามาอุ้มมาชวนคุยด้วยเสมอ

แล้วถาม เอ๊ะ?ปัญหามันจะมาจากจุดไหน? ก็ดูมีคุณภาพ ราบรื่นดี

 

ก็ความ ราบรื่น นี่เองที่เป็นบ่อเกิดของปัญหา ทำให้คนรอบตัวไม่สังเกตว่าน้องรักไม่เคยพูดกับใครเลย เมื่อน้องรักอยากได้อะไรก็จะเดินไปหยิบเอง หรือจูงมือผู้ใหญ่ไปหยิบให้ คนในบ้านก็รู้สึกว่าน่าเอ็นดู...เจ้าตัวน้อยช่างประจบจังเลย

 

เวลาน้องหิวนม น้องก็ไม่เคยร้องไห้งอแง แต่ในขณะเดียวกันน้องก็ไม่ต้องร้อง ขอ ด้วยเช่นกันเพราะทุกคนรู้เวลาว่าต้องกินนมเมื่อไรด้วยความเป็นมืออาชีพ

 

แถมน้องยังชอบอ่านหนังสือการ์ตูน ฟังนิทาน ฟังเพลง และทำเสียง ตะปืด ตรื๊ด ตรื๊ด ประกอบเพลงเสมอ ทุกคนก็เห็นว่าน้องไม่น่าจะมีปัญหาตามที่เคยทราบมาจากหนังสือพัฒนาการต่างๆ แต่หลงลืมไปว่า น้องก็ไม่ได้มีโอกาสพูดจากกิจกรรมเหล่านี้เหมือนกัน และโดยไม่รู้เลยว่าที่น้องรักนั่นเป็นการพูดที่ไม่มีความหมาย เป็นภาษาต่างดาว

 

เด็กหนึ่งคนกับของเล่นจำนวนเท่าหนึ่งเนอสเซอรรี่  ทุกอย่างที่ดีและมีประโยชน์ต่อพัฒนาการเด็กทยอยเข้ามาในบ้านคุณยายจากทุกทิศทุกทาง  ไม่สามารถช่วยให้น้องรักพูดได้

สิ่งที่ขาดไป คือ การรู้จักจังหวะ และเปิดโอกาสให้น้องได้พูดโต้ตอบ

 

เมื่อทราบถึงปัญหาของลูก  ไม่ยากต่อการตัดสินใจ ลาออกเป็นการลงมือเป็นแม่อย่างแท้จริง และใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างจริงจัง โดยมีคุณหมอและนักพัฒนาการเด็กเป็นผู้ช่วย ผลก็คือเพียงไม่กี่เดือนน้องรักสามารถทำตามคำสั่ง สื่อสารได้ดีมาก จนคุณหมอให้ทิ้งระยะการเข้าพบได้และก็ให้การบ้านคุณแม่มาฝึก แต่จากนั้นไม่กี่เดือนก็ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้จริงๆ

 

เพราะไม่มีเงินพอ อ๊ะ...ต้องกลับมาทำงานและก็ต้องเข้ากทม. จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ทำได้เพียงกลับบ้านหาลูกอย่างน้อยเดือนละ1-2ครั้งเอง

ทุกครั้งที่ส่งลูกเข้านอนตอนหัวค่ำ โดยไม่กล้าจะบอกลุกว่า เดี๋ยวแม่จะกลับไปทำงานแล้ว เพราะตัวเองก็จะร้องไห้ทุกครั้ง และเมื่อนั่งรถกลับเข้า กทม.ตอนเที่ยงคืนของวันอาทิตย์เพื่อให้ทันเช้าวันจันทร์และเข้ามาทำงาน เป็นอย่างนี้มายาวนาน ที่ทุกวันจันทร์ต้องจูนพลังใจให้ตัวเองเต็มแล้ว เอ้า..ลุยๆทำงาน

 

แต่เราไม่เคยรู้เลยว่า ระหว่างนั้นก็ส่งผลรุนแรงกับน้องรัก  คือ น้องรักกลายเป็นเด็กขี้แงร้องไห้เก่ง  เอาแต่ใจไม่ยอมอาบน้ำไปโรงเรียนในเช้าวันจันทร์ เพราะเขาปรับตัวไม่ทัน  เมื่อคืนนอนไปกับแม่แล้วเช้ามาแม่หายไปไหน ตื่นมาไม่เจอแม่แล้ว

น้องรัก        แม่หาย     มื่อน้องรักเริ่มพูดได้

คุณยาย       แม่ไปทำงานงานเดี๋ยวแม่มาหาใหม่

น้องรัก        แม่หายไปแล้ว แล้วก็ร้องไห้กรี๊ดๆไม่ยอมอาบน้ำ

 

ถึงตอนนี้น้องรักจะได้เข้าโรงเรียนการศึกษาพิเศษและคุณครูการศึกษาพิเศษดูแลพัฒนาการจนพูดได้รู้เรื่องแล้ว  แต่เมื่อพูดได้ ก็กลายเป็นเด็กชาย ไม่ น้องรักมักจะปฏิเสธจนติดปากเสมอ ไม่กิน ไม่เอา ออกไป กับคุณยายเสมอ

 

ซึ่งคุณยายเองก็เริ่มไม่ไหวแล้วเพราะน้องรักโตขึ้น ต้องทำกิจกรรมที่จะต้องมีพัฒนาการมากกว่าตอนเล็ก  ซึ่งคุณยายเองก็ยังต้องทำงานบ้าน ดูแลคุณตาที่ต้องกายภาพบำบัด และน้องหมาอีกเกือบ 10 ตัวที่บ้าน

 

ตอกย้ำว่าสิ่งที่เราตัดสินใจไปเมื่อครั้งนั้น มันช่างสร้างปัญหาให้กับคนที่เรารักรอบตัวมากจริงๆ

ทุกวันนี้ผ่านไป 4 ปีแล้ว เรายังไม่สามารถพาลูกเข้ามาอยู่ด้วยได้อย่างที่หวังและดูไม่ทีท่าว่าจะทำได้โดยสิ้นเชิง ภาระความรับผิดชอบในหน้าที่การงานก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว  และ

ตอนนี้ ความรู้สึกผิด ที่ไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้เสียทีมันเพิ่มขึ้นทุกวัน ยิ่งนานเข้าความสามารถในการเป็นแม่ที่ดีก็ลดลง ลดลงไป และ คงกลาย......ความ (ไม่) สามารถถาวร

 

วันนี้ได้ทำงานเรื่องเด็กและเยาวชน  ใกล้ชิดกับปัญหาเด็กมากมายที่ต้นตอมาจากความไม่มีเวลาเอาใจใส่ดูแล  รู้ทั้งเหตุและผล และการแก้ปัญหาความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

ติดเพียงว่า..เราไม่สามารถลงมือแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองได้เลย

 

ถึงตรงนี้การหยุดงานเพื่อเลี้ยงลูกคงไม่ใช่คำตอบ  แต่ก็ยังคงไม่มีทางออกที่ชัดเจน

หมวดหมู่: สังคม ครอบครัว ชุมชน เศรษฐกิจ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: ส. 29 พ.ย. 2551 @ 15:42 แก้ไข: ส. 29 พ.ย. 2551 @ 15:42

ความเห็น

31.

สวัสดีค่ะ

* ตามมาจากบันทึกของ. budofox
* และขอเป็นกำลังใจให้สู้ๆ ๆ นะคะ

* ฝากภาพนี้มาช่วยให้คำตอบค่ะ

%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%89

32.
P
หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
เมื่อ จ. 01 ธ.ค. 2551 @ 18:11
#976131 [ ลบ ]
  • ^_^
33.
P
ladygenius
เมื่อ จ. 01 ธ.ค. 2551 @ 20:59
#976672 [ ลบ ]
34.
P
ภูสุภา
เมื่อ ศ. 05 ธ.ค. 2551 @ 22:26
#985220 [ ลบ ]

มาอีกรอบค่ะ

เข้าใจคุณแม่นะคะ เพราะปกติก็เป็นคนร้องไห้และเซ้นสิทีฟ ง่าย ๆ แต่บางเรื่องก็ไม่ร้องนะคะ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวกับลูก

เช่น ครั้งหนึ่ง ลูกโดนประตูรถจี๊บซึ่งหนักแสนหนักหนีบนิ้ว(ก้อย)ของมือ คุณพ่อใจเสียทั้งที่เป็นผู้ชาย พี่เลี้ยงตัวสั่น ลูกร้องไห้จ้า

เมื่อพ่อพาลูกมาถึงแม่ แม่อุ้มและกอด ในใจคิดว่า อย่างไรเสีย มันเกิดขึ้นแล้ว เราต้องหาทางแก้ไข  ตั้งสติได้เพราะเป็นอาชีพเราด้วย..ยอมรับค่ะ แต่ตกใจ ใจเสียมีแน่นอน

ค่อย ๆ แกะมือลูกดู..เชื่อไหมคะว่า..พ่อ พี่เลี้ยงไม่มีใครกล้าแกะดู..โชคดีที่เพิ่งขับรถออกไปไม่ไกล

แม่แกะดู..ไม่มีกระดูกหัก มีแต่บวมของเนื้อเยื่อ..บุญรักษาจริง ๆ

คงเพราะเขายังเล็กมากด้วยค่ะ..นิ้วจึงเล็กไปด้วย

และประตูรถคันนี้ มี ยางกันขอบกระจกด้วย...โชคดีของลูก

 

เกิดอะไรขึ้น จะอย่างไร ตั้งสติให้ได้(มากครั้งที่สุด)นะคะ

*ตัวเองทำไม่ได้ทุกเรื่อง แต่หัดและพยายามค่ะ* 

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.111
ข้อความ:  
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
 
รหัสสุ่ม: ( ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน )
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ

บันทึกอื่นๆ