จากมัสยิดกรือเซะ ถึงเมืองยะลา : เส้นทางในสายหมอก
รสชาติกรอบหอมหวานของโรตีร้านหน้า มอ.ปัตตานี พร้อมเพื่อนใหม่ที่ อ.จารุวัจน์ แนะนำให้รู้จักอย่างน้อยพวกเราอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกันทำให้บรรยากาศใหม่ๆกับคนแปลกหน้า สนิทสนมอย่างรวดเร็ว แม้ว่าทุกท่านจะเป็นคนไทยมุสลิมและผมเป็นไทยพุทธ แต่ก็ไม่ได้เป็นเงื่อนไขของความต่างใดๆเลย โรตีนมยังคงหอมหวาน และโรตีมะตะบะยังคงเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับผม ซึ่งผมก็ชอบและเอร็ดอร่อย จารุวัจน์เขาบอกว่าเป็นร้านนี้เป็นร้านดั้งเดิมสมัยที่เขาเรียนปริญญาตรีที่นี่
แต่ผมนั่งได้ไม่นานก็ต้องออกเดินทางไปยะลา ก่อนที่จะพลบค่ำ วัตถุประสงค์หลักๆที่ต้องเดินทางไปก่อนพลบค่ำก็เพื่ออยากจะถ่ายรูป "มัสยิดกรือเซะ" ในขณะที่แสงยังพอมี
แบแอร์ เพื่อนคนขับรถพาผมมุ่งหน้าไปทางมัสยิดเพื่อให้ทันเวลา โชคดีที่ยังทันและได้ภาพกรือเซะที่มีเรื่องราวของประวัติศาสตร์ การสูญเสีย และเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขที่ถูกพัฒนาการ ส่วนหนึ่งของปัญหาที่เรื้อรัง ผมไม่พูดพล่ามทำเพลงมากนัก ถือโอกาสเดินลงรถกดชัตเตอร์ทุกมุมก่อนรีบขึ้นรถเดินทางต่อไปยังยะลา ใจหนึ่งยังรู้สึกกังวลเล็กน้อยเรื่องของความปลอดภัยกับการเดินทางมืดค่ำเส้นทางสายทางหลวงแผ่นดิน ๔๑๐ แต่มีคนขับรถที่เป็นคนท้องถิ่นและพูดภาษามลายูมุสลิมได้ ค่อยสบายใจขึ้นบ้าง
เพื่อนคนขับรถพาลัดเลาะ เขาบอกว่าเป็นทางลัดสู่ยะลา ผ่านเส้นทางสวนยางครึ้ม มะพร้าวสองฟากทาง สภาพสวนที่นี่ดูอุดมสมบูรณ์ สีเขียวสดของป่าทำให้เส้นทางดูรื่นรมย์ หากไม่นับถึงความกังวลในใจของคนแปลกถิ่น ด่านทหารมีอยู่เป็นระยะๆรายทาง พร้อมกับวัสดุกลางถนนเพื่อให้รถชะลอความเร็ว ผมสังเกตว่าทหารเหล่านี้หน้าตาออกไปทางคนภาคเหนือ และข้อสังเกตก็ไม่ผิดที่ได้ทราบจากพี่นายทหารท่านหนึ่งว่าเป็นกองร้อยสักแห่งจากทางภาคเหนือเข้ามาสมทบกองกำลังใน ฉก.ยะลายะลากว่าหกเดือนแล้ว
ผ่านค่ายสิรินธร และมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาที่ผมเคยมาเยือน อ.จารุวัจน์ อ.อาลัม มาครั้งหนึ่งแล้ว ทัศนียภาพแถบนี้ สวยไม่ต่างทางภาคเหนือที่ผมคุ้นเคย เพียงแต่ว่าบรรยากาศของวิถีชีวิตที่นี่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ความกังวลใจ ดูเหมือนจะบดบังความสวยงามของภูมิประเทศไปอย่างน่าเสียดาย
มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา
ผมมาเยือนครั้งที่สองแล้วที่ยะลา...บรรยากาศในครั้งนี้ดูรีบเร่งกว่าที่เคย อาจเพราะเรารีบเดินทางจากปัตตานี มุ่งไปที่จุดหมายคือยะลาให้เร็วที่สุด
บรรยากาศเมืองยะลา
ผมเคยเขียนบันทึกเกี่ยงกับยะลาครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เกี่ยวกับความงดงามของผังเมืองยะลา ซึ่งตอนนั้นไม่ได้มาเยือนให้เห็นด้วยตา แต่ก็ประทับใจเมืองนี้ผ่านภาพถ่ายมุมสูง
คำว่า "ยะลา" มาจากภาษาพื้นเมืองดั้งเดิมว่า "ยะลอ" ซึ่งแปลว่า "แห" เป็นเมืองชายแดนภาคใต้ที่มีความสนใจทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม เป็นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมของชนต่างเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน และอิสลามตัวเมืองยะลามีการวางผังเมืองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย และยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้
หากเราเคยไปเหนือสุดในสยามที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และใต้สุดก็นี่เลยครับ มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย เป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ที่ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ พื้นที่ราบมีน้อย
บนเส้นทางสายที่เราตื่นเต้นไปตลอดเส้นทาง ยอมรับว่ามีความกังวลใจบ้างกับสถานการณ์ความรุนแรงที่ได้รับรู้ผ่านสื่อตลอดเวลา แต่ความสวยงามของพื้นที่ทำให้ลืมภาพของความรุนแรงนั้นไปได้บ้าง
มีคำถามขึ้นมาในใจว่าเมื่อไหร่ ปัญหาภาคใต้จะคลี่คลายกลับคืนสู่บรรยากาศในอดีตที่สงบสุข วิถีท้องถิ่นเรียบง่ายเหมือนดังเดิม หากระยะห่างของการแก้ไขปัญหานั้นย่นเวลาให้เร็วขึ้นก็คงดี สามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นเสมือนอัญมณีงามของด้ามขวานไทย ที่อุดมไปด้วยความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ หลากหลายทั้งวัฒนธรรมและประเพณี ทางออกของการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ก็ขับเคลื่อนต่อไป ด้วยคนทำงานต่างรูปแบบ ต่างภารกิจ ผมเชื่อว่าทุกท่านอยากให้มีสันติภาพเกิดขึ้นในเร็ววัน ทุกคนต่างเฝ้ารอ
ค่ำคืนที่ยะลาผมไม่ได้ทบทวนเรื่องราวที่เรียนรู้มาช่วงกลางวันที่ปัตตานีมากนัก ด้วยความอ่อนเพลียกับการเดินทาง ทำให้คืนนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว คิดต่อไปยังเช้าวันใหม่ที่เราต้องเดินทางไป อ.กรงปินัง, อ.บันนังสตา,อ.ธารโต และไปถึงจุดหมายที่ อ. เบตง มีเรื่องราวอีกมากมายให้ผมได้สัมผัสเรียนรู้ และนำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในพื้นที่เสมือนแห่งนี้
ติดตามการเดินทางเส้นทางสายหมอกกับผม...ต่อไปครับ

มัสยิดกรือเซะ
มัสยิดกรือเซะ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัสยิดปิตูกรือบัน ชื่อนี้เรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบกอธิคของชาวยุโรป และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง (คำว่า ปิตู แปลว่า ประตู กรือบัน แปลว่า ช่องประตูที่มีรูปโค้ง)
มัสยิดกรือเซะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง ๑๕.๑๐ เมตร ยาว ๒๙.๖๐ เมตร สูง ๖.๕๐ เมตร เสาทรงกลม เลียนรูปลักษณะแบบเสากอธิคของยุโรป ช่องประตูหน้าต่างมีทั้งแบบโค้งแหลมและโค้งมนแบบกอธิค โดมและหลังคามีรูปทรงโค้งมน อิฐที่ใช้ก่อมีลักษณะเป็นอิฐสมัยอยุธยา ตรงฐานมัสยิดมีอิฐรูปแบบคล้ายอิฐสมัยทวารวดีปะปนอยู่บ้าง
สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ (๒๕๒๙:๕๕-๕๖) ได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างมัสยิดกรือเซะไว้หลายกระแส หนังสือสยาเราะห์ปัตตานีของหะยีหวันหะซัน กล่าวว่าสุลต่านลองยุนุสเป็นผู้สร้าง ประมาณปีฮิจเราะฆ์ ๑๑๔๒ ตรงกับพุทธศักราช ๒๒๖๕ สมัยอยุธยาตอนปลาย และว่าเหตุที่ก่อสร้างไม่สำเร็จเนื่องจากเกิดสงครามแย่งชิงราชสมบัติระหว่างสลุต่านลองยุนุกับระตูปะกาลันซึ่งเป็นพระอนุชาของพระองค์ หลังจากสุลต่านลองยุนุสสิ้นพระชนม์แล้ว ระตูปูยุดได้รับตำแหน่งสุลต่านเมืองปัตตานีคนต่อมา ได้ย้ายศูนย์การปกครองเมืองปัตตานีไปตั้งอยู่ ณ บ้านปูยุด (ปัจจุบันอยู่ในเขตท้องที่ตำบลปูยุด อำเภอเมืองปัตตานีบริเวณที่ตั้งวังของระตูปูยุดยังคงปรากฏร่องรอยกำแพงอยู่จนบัดนี้) จึงไม่มีใครคิดสร้างมัสยิด กรือเซะต่อเติม ทิ้งไว้รกร้างจนเกิดเป็นตำนานเล่าสืบต่อกันมา
ส่วนประวัติการสร้างมัสยิดอีกกระแสหนึ่ง มาจากความเชื่อเรื่องตำนานเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยวว่า ลิ้มโต๊ะเคี่ยมพี่ชายซึ่งมาเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามที่ปัตตานี ต่อมาในสมัยรายาบีรู (พ.ศ. ๒๑๕๙-๒๑๖๗) ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง แต่กลับสร้างไม่สำเร็จ สร้างถึงยอดโดมคราวใดก็พังทลายลงมาทุกครั้ง ทั้งนี้เนื่องจากในสมัยนั้นช่างยังขาดความรู้ในการก่อสร้างหลังคารูปโดม การก่อสร้างจึงยังคงค้างคาและทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน ในปี พ.ศ.๒๕๒๕ กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะในวาระแห่งปีเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครมีอายุครบ ๒๐๐ ปี และในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ กรมศิลปากรมีโครงการปรับปรุงบูรณะภายในให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ ส่วนภายนอกยังคงรักษาสภาพโบราณสถานเอาไว้เช่นเดิม
ทิวทัศน์สวย...แต่ดูเศร้า...นะคะ
อาจจะเป็นเพราะ ติดภาพปัญหา 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ อยู่ในใจกระมัง...
สวัสดีค่ะ น้องจตุพร
น่าไปเที่ยวนะคะ
พี่เคยไปมาหลายครั้งแล้ว
ขอให้น้องเดินทางปลอดภัยนะคะ
กรือเซะ
มัสยิดกรือซะ
10 Photos
หาดใหญ่ - โรงแรมซีเอส ปัตตานี
6 Photos
มัสยิดกรือเซะมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มัสยิดแห่งนี้ยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ
น่าสงสารคนไทยในสามจังหวัดชายแดนภาคที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ
ขอให้เขาเหล่านั้นนอนหลับให้สบาย
ศาสนาใด ก็สอนให้คนทำความดี ขอพี่น้องชาวใต้ได้พบแต่ความสงบสุข
เพิ่งแวะไปชิมโรตีหน้า มอ.ตานี มาเมื่อเดือนก่อน... กินไปเสียวไป...เลยย้อนกลับไปเมื่อปี 2526 วันแรกที่ได้ไปยืนเข้าแถว รอเดินเข้ารั้วมหาวิทยาลัย...เพื่อรับการคล้องมาลัย จากรุ่นพี่....น้านนานแล้วนะเนี่ย...แต่ก็อยากบอกทุกคนว่า "ปัตตานีไม่น่ากลัวเท่าที่คิด "มั้งคะ !"
ภาพมัสยิดสวยมากเลยนะน้องเอก
ขอบคุณนะคะ พี่หนิงเองก็เพิ่งรู้ว่า จ.ยะลา มาจาก ยะลอ ที่แปลว่าแห แต่แปลกนะ เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่ติดทะเลนี่นา (เกี่ยวกันไหมคะ)
เป็นกำลังใจให้ในทุกเส้นทางนะคะน้องชาย
ถ้า๓-๔ จังหวัดภาคใต้สงบสุข...คนที่จะได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน..ก็คือพี่น้องภาคใต้เหล่านี้แหละครับ..ผมขอร่วมภาวนา..กับคนไทยทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา..ให้เกิดสันติสุข..โดยเร็ว
สวัสดีครับน้องเอก
หวัดดีพี่...
สุดยอดครับ..ขอเป็นกำลังใจสำหรับการเดินทางเพื่อสันติภาพ
สวัสดีครับ เอก
คิดจะมาคุยหลายครั้งแล้วครับ แต่ก็พลาด เนื่องจากช่วงนี้งานยุ่ง ฮิฮิ(ข้ออ้างของสามัญชน)
แอะ ดูรูปแล้วสงสัยว่า เอกเข้าไปในมัสยิดหรือเปล่า เข้าได้นะครับเขาไม่ได้ห้าม หรือว่าเข้าไปแล้ว อุบรูปไม่ยอมนำมาให้ดูกันบ้าง
มีอีกมัสยิดหนึ่งที่อยากให้ไปชม คือ มัสยิดรายอปัตตานี (ราชาปัตตานี) อยู่ในเมืองปัตตานีเลยครับ
เจอกันคราวหน้านะครับ
พี่ลำดวนครับ
อาจเป็นจริงครับ ผมรู้สึกบอกไม่ถูกเหมือนกันเมื่อเห็นสภาพสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศ คิดๆว่าหากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงภาคใต้ คิดว่าพื้นที่นี่จะน่าอยู่มากๆ
ผมชอบความอุดมสมบูรณ์ของเมืองใต้
อีกอย่างครับ ภาพถ่ายในช่วงแสงน้อยทำให้ภาพออกมาไม่ดีเท่าที่ควรครับ
ขอบคุณครับพี่ลำดวน
พี่ไหมแก้วครับ
ผมคิดว่าทุนอันสำคัญของเมืองใต้ มีจุดแข็งที่ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ความสวยงามของภูเขา ไร่ สวน วัฒนธรรมและความหลากหลายของวิถีชีวิต
เป็นพื้นที่ที่น่าไปเยือนครับผม
ขอบคุณครับพี่ไหมแก้ว ฝากขอบคุณเอกสารที่พี่ Copy มาให้ผมด้วยครับ
เวลาพี่เห็นหมอก พี่จะนึกถึง เอกกับกระปุ๋มเสมอ
คนที่ชอบมองดูฟ้า ดูหมอก จะต้องช่างฝัน และอยากให้โลกนี้เป็นเหมือนที่เราฝันไว้แน่ๆเลย
พี่ทำตัวเป็นหมอเดานะนี่
สวัสดีครับ คุณครูครูข้างถนน
สบายดีนะครับ ผมไม่ไคร่มีโอกาสเข้ามาในบันทึกมากนัก นอกจากมาเขียนบันทึกแล้วก็ออกไป อ่านบันทึกท่านอื่นๆเพื่อ ลปรร.น้อยมาก แต่ขอมีส่วนร่วมในการเขียนก่อนครับ :)
ขอให้กำลังใจครูด้วยครับ
พี่วัชรา ทองหยอด
ขอขอบคุณครับสำหรับกำลังใจ ทราบจากประวัติว่าพี่เป็นคนใต้ด้วย แต่ไปทำงานที่เหนือ มหาวิทยาลัยที่ผมจบมาเลย ขอให้มีความสุขในมหาวิทยาลัยที่สวยและคลาสสิคเช่น มช.นะครับ
ปัญหาภาคใต้ มีหลายคน หลายกลุ่มศึกษา ประเด็นแตกต่างกันไป งานศึกษามีมากมาย แต่การแก้ไขปัญหากลับไม่ได้ตอบสนอง เพราะอะไร?
ไปหาคำตอบไปเรื่อยกับการเรียนรู้ครั้งนี้ของผมครับ
ขอบคุณพี่มากครับ