มีคำถามขึ้นมาในใจว่าเมื่อไหร่ ปัญหาภาคใต้จะคลี่คลายกลับคืนสู่บรรยากาศในอดีตที่สงบสุข วิถีท้องถิ่นเรียบง่ายเหมือนดังเดิม หากระยะห่างของการแก้ไขปัญหานั้นย่นเวลาให้เร็วขึ้นก็คงดี สามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นเสมือนอัญมณีงามของด้ามขวานไทย ที่อุดมไปด้วยความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ หลากหลายทั้งวัฒนธรรมและประเพณี ทางออกของการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ก็ขับเคลื่อนต่อไป ด้วยคนทำงานต่างรูปแบบ ต่างภารกิจ ผมเชื่อว่าทุกท่านอยากให้มีสันติภาพเกิดขึ้นในเร็ววัน ทุกคนต่างเฝ้ารอ

จากมัสยิดกรือเซะ ถึงเมืองยะลา : เส้นทางในสายหมอก

 

รสชาติกรอบหอมหวานของโรตีร้านหน้า มอ.ปัตตานี พร้อมเพื่อนใหม่ที่ อ.จารุวัจน์ แนะนำให้รู้จักอย่างน้อยพวกเราอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกันทำให้บรรยากาศใหม่ๆกับคนแปลกหน้า สนิทสนมอย่างรวดเร็ว แม้ว่าทุกท่านจะเป็นคนไทยมุสลิมและผมเป็นไทยพุทธ แต่ก็ไม่ได้เป็นเงื่อนไขของความต่างใดๆเลย โรตีนมยังคงหอมหวาน และโรตีมะตะบะยังคงเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับผม ซึ่งผมก็ชอบและเอร็ดอร่อย จารุวัจน์เขาบอกว่าเป็นร้านนี้เป็นร้านดั้งเดิมสมัยที่เขาเรียนปริญญาตรีที่นี่

 

แต่ผมนั่งได้ไม่นานก็ต้องออกเดินทางไปยะลา ก่อนที่จะพลบค่ำ วัตถุประสงค์หลักๆที่ต้องเดินทางไปก่อนพลบค่ำก็เพื่ออยากจะถ่ายรูป "มัสยิดกรือเซะ" ในขณะที่แสงยังพอมี

 Pattani

แบแอร์ เพื่อนคนขับรถพาผมมุ่งหน้าไปทางมัสยิดเพื่อให้ทันเวลา โชคดีที่ยังทันและได้ภาพกรือเซะที่มีเรื่องราวของประวัติศาสตร์ การสูญเสีย และเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขที่ถูกพัฒนาการ ส่วนหนึ่งของปัญหาที่เรื้อรัง ผมไม่พูดพล่ามทำเพลงมากนัก ถือโอกาสเดินลงรถกดชัตเตอร์ทุกมุมก่อนรีบขึ้นรถเดินทางต่อไปยังยะลา ใจหนึ่งยังรู้สึกกังวลเล็กน้อยเรื่องของความปลอดภัยกับการเดินทางมืดค่ำเส้นทางสายทางหลวงแผ่นดิน ๔๑๐  แต่มีคนขับรถที่เป็นคนท้องถิ่นและพูดภาษามลายูมุสลิมได้ ค่อยสบายใจขึ้นบ้าง

 Patani

เพื่อนคนขับรถพาลัดเลาะ เขาบอกว่าเป็นทางลัดสู่ยะลา ผ่านเส้นทางสวนยางครึ้ม มะพร้าวสองฟากทาง สภาพสวนที่นี่ดูอุดมสมบูรณ์ สีเขียวสดของป่าทำให้เส้นทางดูรื่นรมย์ หากไม่นับถึงความกังวลในใจของคนแปลกถิ่น  ด่านทหารมีอยู่เป็นระยะๆรายทาง พร้อมกับวัสดุกลางถนนเพื่อให้รถชะลอความเร็ว ผมสังเกตว่าทหารเหล่านี้หน้าตาออกไปทางคนภาคเหนือ และข้อสังเกตก็ไม่ผิดที่ได้ทราบจากพี่นายทหารท่านหนึ่งว่าเป็นกองร้อยสักแห่งจากทางภาคเหนือเข้ามาสมทบกองกำลังใน ฉก.ยะลายะลากว่าหกเดือนแล้ว

 Patani1

ผ่านค่ายสิรินธร และมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาที่ผมเคยมาเยือน อ.จารุวัจน์ อ.อาลัม มาครั้งหนึ่งแล้ว ทัศนียภาพแถบนี้ สวยไม่ต่างทางภาคเหนือที่ผมคุ้นเคย เพียงแต่ว่าบรรยากาศของวิถีชีวิตที่นี่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ความกังวลใจ ดูเหมือนจะบดบังความสวยงามของภูมิประเทศไปอย่างน่าเสียดาย

 

มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา

 

ผมมาเยือนครั้งที่สองแล้วที่ยะลา...บรรยากาศในครั้งนี้ดูรีบเร่งกว่าที่เคย อาจเพราะเรารีบเดินทางจากปัตตานี มุ่งไปที่จุดหมายคือยะลาให้เร็วที่สุด

 

บรรยากาศเมืองยะลา

 

ผมเคยเขียนบันทึกเกี่ยงกับยะลาครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เกี่ยวกับความงดงามของผังเมืองยะลา ซึ่งตอนนั้นไม่ได้มาเยือนให้เห็นด้วยตา แต่ก็ประทับใจเมืองนี้ผ่านภาพถ่ายมุมสูง

 

คำว่า "ยะลา" มาจากภาษาพื้นเมืองดั้งเดิมว่า "ยะลอ" ซึ่งแปลว่า "แห" เป็นเมืองชายแดนภาคใต้ที่มีความสนใจทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม เป็นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมของชนต่างเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน และอิสลามตัวเมืองยะลามีการวางผังเมืองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย และยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้

 

หากเราเคยไปเหนือสุดในสยามที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และใต้สุดก็นี่เลยครับ มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย เป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ที่ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ พื้นที่ราบมีน้อย

 

บนเส้นทางสายที่เราตื่นเต้นไปตลอดเส้นทาง ยอมรับว่ามีความกังวลใจบ้างกับสถานการณ์ความรุนแรงที่ได้รับรู้ผ่านสื่อตลอดเวลา แต่ความสวยงามของพื้นที่ทำให้ลืมภาพของความรุนแรงนั้นไปได้บ้าง

 

มีคำถามขึ้นมาในใจว่าเมื่อไหร่ ปัญหาภาคใต้จะคลี่คลายกลับคืนสู่บรรยากาศในอดีตที่สงบสุข วิถีท้องถิ่นเรียบง่ายเหมือนดังเดิม หากระยะห่างของการแก้ไขปัญหานั้นย่นเวลาให้เร็วขึ้นก็คงดี สามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นเสมือนอัญมณีงามของด้ามขวานไทย ที่อุดมไปด้วยความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ หลากหลายทั้งวัฒนธรรมและประเพณี ทางออกของการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ก็ขับเคลื่อนต่อไป ด้วยคนทำงานต่างรูปแบบ ต่างภารกิจ ผมเชื่อว่าทุกท่านอยากให้มีสันติภาพเกิดขึ้นในเร็ววัน ทุกคนต่างเฝ้ารอ

 

ค่ำคืนที่ยะลาผมไม่ได้ทบทวนเรื่องราวที่เรียนรู้มาช่วงกลางวันที่ปัตตานีมากนัก ด้วยความอ่อนเพลียกับการเดินทาง ทำให้คืนนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว คิดต่อไปยังเช้าวันใหม่ที่เราต้องเดินทางไป อ.กรงปินัง, อ.บันนังสตา,อ.ธารโต และไปถึงจุดหมายที่ อ. เบตง  มีเรื่องราวอีกมากมายให้ผมได้สัมผัสเรียนรู้ และนำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในพื้นที่เสมือนแห่งนี้

 

ติดตามการเดินทางเส้นทางสายหมอกกับผม...ต่อไปครับ