“โปรดเถิดเพื่อนไทยอย่าได้แยกเขี้ยวใส่กัน เห็นไหมพระจันทร์ ดูสิ พระจันทร์ยังร้อง น้ำตาของไทยไหล นองหากไทยนั้นไม่ปรองดองจะร้องเพลงชาติอะไร"

ชนะ..ใดชนะได้ รุนแรง
อยู่..กับการฆ่าแกง ทั่วถ้วน
บน..ชนะราคาแพง ร่ายรอบ
ซาก..ปรักหักพังล้วน แต่บ้านเราเอง

หากไทยไม่ปรองดอง...จะร้องเพลงชาติให้ใครฟัง
ขณะนี้คนไทยมีความอึดอัดไม่ สบายใจเนื่องจากความขัดแย้งทางสังคมยังมีต่อเนื่อง หากจะกล่าวว่า ประเทศไทยเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังจากความขัดแย้งระหว่าง กลุ่มต่างๆ ก็คงไม่เกินความเป็นจริงมากนัก สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างในระดับประเทศ โดยมีจำนวนกลุ่มคน ระยะเวลา เป็นตัวแปร
โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงพฤษภาคมได้ถูกคาดการณ์ว่าเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศไทย ทั้งนี้เพราะชนวนความขัดแย้งต่างๆ ที่เรียกว่าคลื่นใต้น้ำบ้าง เหนือน้ำบ้าง โดยที่กลุ่มเหล่านั้นพร้อมแปรสภาพเป็นกระแสหลากกระหน่ำเพื่อความไม่สงบเรียบร้อย ความไม่เป็นธรรม และความเชื่อมั่นต่อคมช. และรัฐบาล หากเป็นเช่นนั้นความ เสียหายแก่ประเทศชาติเป็นเดิมพันยากที่จะหลีกเลี่ยง เป็นสถานการณ์ของประเทศที่ทุกฝ่ายพึงตระหนักในทุกย่างก้าว “โปรดเถิดเพื่อนไทยอย่าได้แยกเขี้ยวใส่กัน เห็นไหมพระจันทร์ ดูสิ พระจันทร์ยังร้อง น้ำตาของไทยไหล นองหากไทยนั้นไม่ปรองดองจะร้องเพลงชาติอะไร” จากท่อนหนึ่งของบทเพลง พระจันทร์ร้องไห้ ที่สะท้อนถึงความขัดแย้งของพี่น้องคนไทยได้นำมาซึ่งความสูญเสียแก่ประเทศชาติซึ่งเป็นมาตุภูมิอันเป็นที่รัก ของทุกคน
แต่ผลลัพธ์ของความขัดแย้งของบทเพลงนั้นได้นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งเลือดเนื้อของคนไทยด้วยกัน และจากบท เพลงนี้สามารถสะท้อนสถานการณ์ของ ประเทศไทยเราได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เพราะว่าสังคมไทยกำลังอยู่ในบรรยา กาศแห่งความขัดแย้ง และมีแนวโน้ม ที่จะขยายวงกว้างในระดับประเทศ โดยมีจำนวนกลุ่มคน ระยะเวลา เป็นตัวแปรความขัดแย้งที่นำมาซึ่งความเสียหายแก่ประเทศชาติเป็นเดิมพันยากที่จะหลีกเลี่ยง เป็นสถานการณ์ของประเทศที่ทุกฝ่ายพึงตระหนักในทุกย่างก้าว หากศึกษาความขัดแย้งจะพบว่า ความขัดแย้งได้ก่อให้เกิดผลทั้งด้านบวกและด้านลบด้วยกันทั้งสองด้านเพราะสังคมคือการดำรงอยู่ซึ่งความขัด แย้งอยู่ในตัว ไม่มีสังคมใดที่จะดำรงไว้ซึ่งความสามัคคีอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้เนื่องจากในสังคมหนึ่งๆ
ได้รวมเอา กลุ่มคนต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งแต่ละกลุ่ม นั้นมักมีลักษณะเฉพาะ มีเป้าหมาย (ผล ประโยชน์) ต่างกัน ความขัดแย้งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมนุษย์ ฉะนั้นศาสนาก็ดี กลไกของรัฐก็ดี คือผลิตผลที่มนุษย์สถาปนาขึ้นเพื่อมาบริหารความ ขัดแย้งแห่งสังคมให้อยู่ในลักษณะที่ เอื้อประโยชน์ Lewis A Coser นักสังคมวิทยามีความเห็นว่าความขัดแย้งเป็นตัวสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยน แปลงในสังคม หากสมาชิกเกิดความไม่พอใจในระดับไม่อาจจะรับได้ต่อสังคมที่เขาอยู่ ประเด็นที่น่าศึกษาคือ ความขัดแย้งนั้นพัฒนาจากกลุ่มผลประโยชน์ซึ่งตั้งอยู่บนความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ เพราะ ขัดกับความต้องการของตนหรือไม่ หรือว่าความขัดแย้งอันนั้นได้ขัดกับบรรทัดฐานแห่งสังคมซึ่งสัมพันธ์กับความมั่นคงหรือความอยู่รอดของคนส่วนใหญ่ที่มีความเป็นสากลมากกว่า ความเป็นสากลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนหลายกลุ่มนี้
หากไม่ได้รับการจัดการด้วยดีจากรัฐ พร้อมพัฒนาเป็นความขัดแย้งทางสังคม มิใช่กลุ่มคน ความขัดแย้งทางสังคมที่มีผลผลิตต่างๆ ในรูปของการชุมนุมบ้าง การวิพากษ์วิจารณ์ตามสื่อต่างๆ บ้าง หรือแม้แต่การ ขับไล่หากมีการระบาดทางอารมณ์ในวงกว้าง เป็นผลผลิตในลักษณะกระจกสะท้อนเงา (Looking glass) ถึงตัวตนของสังคมรัฐที่เป็นอยู่ในห้วงเวลานั้น
ความขัดแย้งทางสังคมควรที่จะศึกษาจากกรอบความคิดหลายกรอบด้วยกัน ว่าด้วยความคิดเกี่ยวกับสังคมที่แยกออกจากรัฐ เป็นความคิดก่อตัวขึ้น หลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรป เป็นกระบวนการทำลายระบบสังคมดั้งเดิมที่มีการยอมรับในความชอบธรรม ของผู้ปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิ ราชย์ โดยชนชั้นนายทุน (กระฎุมพี) ที่มีกำลัง (ทางการเงิน) ก้าวสู่อำนาจแทน เมื่อมีการแยกออกจากกันระหว่าง รัฐกับสังคม จึงเกิดปัญหาการเชื่อมระหว่างรัฐกับสังคมแยกได้ 3 ทัศนะกล่าวคือ
1.สังคม คือสิ่งที่ถูกปกครอง
2.การเมือง คือผลผลิตของสังคม
3.สังคมและการปกครองเป็นอิสระซึ่งกันและกันในบางส่วนและพึ่งพา อาศัยกันในบางส่วน
จากแนวคิดที่ 1 สังคมคือสิ่งที่ถูก ปกครอง ตั้งอยู่บนพื้นฐานความคิด คน ในสังคมมีความสนใจทางการเมืองน้อย มวลชนถูกกีดกันออกจากการมีส่วนร่วมทางการเมือง และจะได้รับความสนใจจากรัฐเพียงในฐานะผู้เสียภาษี เกณฑ์ทหาร แนวคิดนี้เริ่มสลายตัวลงเมื่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันหากการมีส่วนร่วมทางการเมืองน้อย สังคม คือสิ่งที่ถูกปกครองยังดำรงอยู่ ความ ขัดแย้งก็ไม่อาจขจัดออกไปตามวิถีทางการมีส่วนร่วม (ร่วมคิดร่วมทำ)
แนวคิดที่ 2 การเมืองคือผลผลิตทางสังคม แนวคิดนี้ Montesquieu เสนอว่า ความเป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีอย่าง เท่าเทียมกันคือการที่ไม่ถูกครอบงำโดยอภิชนการเมือง ควรตอบสนองและแสวงหาวิธีการอย่างมีเหตุผลเพื่อนำทาง สามัญชนสู่ผลประโยชน์ร่วมกันอย่างสันติ แนวคิดนี้สะท้อนถึงการรับฟังความคิดเห็นอันสะท้อนจากสังคมว่า สังคมได้ร่วมกันเพาะเมล็ดพันธุ์ทางการเมืองอย่างไร
แนวคิดที่ 3 สังคมและการปกครอง อิสระในบางส่วนและพึ่งพากันในบางส่วน สะท้อนถึงความแตกต่างระหว่างศีลธรรม (ศาสนา) เป็นสิ่งอาจมีได้ในสังคม ตามลัทธิเสรีนิยมรัฐเกิดจากการเข้าร่วมกันของกลุ่มต่างๆ แล้วกลุ่มต่างๆ เหล่านั้นต่างยอมรับในอำนาจอันชอบธรรมเดียวกัน โดยไม่อยู่ภายใต้อำนาจอื่น การยอมรับในอำนาจนั้นทำให้รัฐมีอำนาจการรวมกลุ่ม เป็นเสรีภาพส่วนบุคคล รัฐจะเข้ามาข้องเกี่ยวด้วยเพียงเพื่อปกป้องรักษาเสรีภาพส่วนบุคคลไว้ โดยที่กลุ่มต่างๆ ในสังคม
เป็นตัวกำหนดการปกครอง เพื่อมาจำกัดขอบเขตความอยุติธรรมที่ เกิดขึ้นในสังคมนั้น และรัฐเองจะต้องได้รับการยอมรับจากกลุ่มต่างๆ ในสังคม หากสะท้อนย้อนกลับมาดูกลุ่มขนาดใหญ่ (Secondary groups) ที่มีชนวนความขัดแย้งอยู่ในสังคมไทยเราในขณะนี้นั้น เป็นเรื่องที่ต้องทบทวนว่า อะไรหรือส่วนไหนต้องพึ่งพาและส่วนไหนต้องอิสระระหว่างสังคมกับการปกครอง เพราะหากแยกศูนย์รวมทางการเมืองมาอยู่ที่อำนาจ แทนที่จะเป็นรัฐ เมื่อเป็น เช่นนี้เท่ากับตอกย้ำกระบวนการทางการเมืองก็คือการต่อสู้ระหว่างกลุ่ม ทางการเมือง หรือมีนัยทางการเมือง เพื่อเพิ่มพูนอำนาจของกลุ่มตนเพื่อเชื่อม สะพานไปยังกลุ่มต่างๆ ที่มีศูนย์รวม ผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังมาขับเคลื่อนการกระทำโดยความสมัครใจ
ในส่วนของรัฐภายใต้กรอบความคิดศูนย์รวมทางการเมืองในลักษณะนี้การแจกจ่ายผลประโยชน์ขึ้นอยู่กับว่าใคร มีอำนาจเหนือกว่า การศึกษาแนวนี้ ใช้แนวคิดเรื่องผลประโยชน์ และการช่วงชิงผลประโยชน์ ภายใต้กรอบสังคมและการปกครองจะพบว่าไม่สามารถหลุดจากปม ความขัดแย้งได้ตราบเท่าที่การพึ่งพาประชาชนเพียงวาทะ ทำเพื่อประชาชน แต่ประชาชนมิอาจพึ่งพิงได้ ภาพสะท้อน จากหลายเหตุการณ์ ที่เสียงร้องขอความ ช่วยเหลือจากรัฐยังก้องอยู่กรณีเหตุ การณ์ภาคใต้เป็นต้น
ยิ่งกว่านั้นความไม่อิสระในการแสดงสิทธิและเสียงของประชาชนซึ่งเป็นเรื่องที่พึ่งพากันเป็นยิ่งนัก แทนที่จะใช้แนวคิด กลไกหน้าที่ของสังคม (functions) แม้มีความ แตกต่างกันตามกลไก แต่สามารถประสานกลมกลืนกันได้ หากใช้แนวคิด functions ทางสังคม ทุกกลุ่มจะใช้กิจกรรมทางการเมือง ที่ไม่เป็นไปเพื่อท้าทายอำนาจรัฐ หรือเปิดแผลความขัดแย้งให้แตกหัก หากแต่ว่ามุ่งเน้นปัญหาทางทฤษฎีและภาคปฏิบัติในส่วนที่ต่างกันของกลุ่มทางสังคมตามบทบาท หากแต่ว่าสัมพันธ์กันในประเด็นหลักคือขับเคลื่อนสังคมไปด้วยกัน ซึ่งจะต้องศึกษาการเมืองในสองมิติ เพื่อ ฉายภาพความขัดแย้งดังกล่าวคือ
1.การเมืองในตัวของมันเอง คือ ช่วงชิงผลประโยชน์โดยกลุ่มต่างๆ ภายใต้กฎกติกา หรือระบบใดระบบหนึ่ง และการแสวงหาผลลัพธ์ที่ต่อรองกันได้ (Negotaible ends)
2.การเมืองในลักษณะพยายามเปลี่ยนแปลงระบบสังคมทั้งหมด หรือการใฝ่หาผลลัพธ์ที่ต่อรองกันไม่ได้ (Non-tiable ends) มิติที่หนึ่งเป็นวิธีการแสวงหาข้อยุติความขัดแย้งทางการเมืองด้วย วิธีการทางการเมืองเอง เป็นวิธีการที่ คนยอมปรับตัวเข้าหาระบบหรือ เคารพในกติกา
ส่วนมิติที่สองไม่สามารถตกลงกันได้จึงหันไปจัดการที่ระบบเพื่อใช้ระบบมาจัดการที่คน (สังคม) แต่ทั้งสองอย่างนี้เป็นดังสองด้านของเหรียญเดียวกัน แต่ผลลัพธ์แตกต่างกันเป็นยิ่งนัก
ขอบคุณรูปภาพจาก ....
http://www.give2all.com/writer/view.php?id=448
บทความอ้างอิงมาจาก
http://www.siamturakij.com/home/news/print_news.php?news_id=3078
สุดท้ายก็เกิดบันทึกนี้เพื่อไว้อาลัยกับผู้สูญเสีย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ที่ประณามการใช้ความรุนแรง กับประชาชน
ช่วงนี้ ไม่ค่อยมีสมาธิในการเขียนบทความเลย รู้สึกไม่สบายใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยของเรา
“โปรดเถิดเพื่อนไทยอย่าได้แยกเขี้ยวใส่กัน เห็นไหมพระจันทร์ ดูสิ พระจันทร์ยังร้อง น้ำตาของไทยไหล นองหากไทยนั้นไม่ปรองดองจะร้องเพลงชาติอะไร”
เราต่างก็เป็นคนไทยเหมือนกัน...
ทำไมต้องทำร้ายกัน
จองๆๆๆๆๆ
สวัสดีครับพี่เอก เศร้าๆๆๆๆ
น้องโย่งครับ
พี่กำลังจะเดินทางไป อุบล และไปลาว ช่วงสองสามวันนี้ แต่ด้วยความไม่สบายใจกับสถานการณ์ที่เรารับรู้ทุกวี่วัน...
ผมจึงเขียนบันทึกนี้ขึ้น...โดยที่ตัวเองกำลังมึนตื้อไม่มีสมาธิเขียนงานชิ้นใหม่ๆเลย
ยังไม่รู้ว่าเมืองไทยเราจะมีทางออกกันอย่างไร?
:(
ชนะ..ใดชนะได้ รุนแรง
อยู่..กับการฆ่าแกง ทั่วถ้วน
บน..ชนะราคาแพง ร่ายรอบ
ซาก..ปรักหักพังล้วน แต่บ้านเราเอง
มาก..ด้วยความเดือดร้อน ลำเค็ญ
ความ..คิดแค่ความเห็น ขัดข้อง
เสีย..สิ้นสิคนเป็น ผองเพื่อน
หาย..หมดทั้งพวกพ้อง ต่างแพ้ด้วยกัน
ชนะ..ใดชนะได้ โดยธรรม
อยู่..อย่างมิตรสนิทนำ สอดคล้อง
ใน..ชนะน่าจดจำ ยิ่งใหญ่
ธรรม..แนะทางถูกต้อง ก่อแก้ปัญหา
นำ..ปัญญาประยุกต์ให้ สร้างสรรค์
ไทย..ร่วมใจร่วมกัน ร่วมแก้
รุ่ง..เรืองเมื่อไทยนั้น สมัครสมาน
เรือง..รุ่งไร้ผู้แพ้ ชนะนี้..ชนะแน่ทั่วไทย
น้องโย่โย่งโก๊ะ แซ่เฮ~natadeeเหมือนพี่สาว
น้องจะต้องเป็นเยาวชนที่ดี มีคุณภาพในวันพรุ่งนี้ ...ขอให้เรียนรู้สิ่งที่ดี และไม่ดีเพื่อเป็นประสบการณ์...และบทเรียนต่อไปนะครับ
น้องเป็นทั้ง ปัจจุบันและอนาคตของเมืองไทยนะครับ
ขอบคุณครับ
บทกวีนี้ เตือนใจได้ดีมากครับ
สุดท้ายแล้ว...ผู้ที่แพ้คือคนไทยทั้งมวล
ขอบคุณน้องโย่งครับ
ชนะ..ใดชนะได้ รุนแรง
อยู่..กับการฆ่าแกง ทั่วถ้วน
บน..ชนะราคาแพง ร่ายรอบ
ซาก..ปรักหักพังล้วน แต่บ้านเราเอง
- - - แล้วเราจะนอนอิ่มสุข อยู่ได้ไฉน จับมือกัน แบ่งปันความทุกข์กันไป- - -
สวัสดีค่ะ พี่เอก ปล่อยวาง บ้างก็ดีค่ะ วาง....ว่าง.... เพราะวางจึงเข้าใจ... เพราะวาง...จึงว่าง....
เดินทางปลอดภัยค่ะ พี่ หากได้ทำบุญร่วมกันมา อาจได้เจอกันที่กระบี่นะคะ กำลังจะตามไปค่ะ
น้องโย่ง ส่งที่อยู่อีเมลมาที่ผมได้เลยครับ..
ครูโย่งครับ
เพลง Gotoknow
Ringtone Gotoknow
ใช้วิธี save target as...ที่ link
ขอบคุณพี่เอกครับ
ฝากน้องพอลล่า ฝึกร้องเพลง
เพลง Gotoknow
Ringtoneด้วยนะครับ
งานเข้า...
พระอาทิตย์ ก็ ร้องไห้ค่ะ น้องเอก...
มาอ่านและลงชื่อไว้ครับ
ยังคิดไม่ออกว่า...
ถ้านักเรียนถามเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ
การต่อสู้ การไม่เคารพระเบียบ กฏเกณฑ์ การรักชาติบ้านเมือง
ไม่ทราบจะอธิบายอย่างไร
สวัสดีค่ะ พี่เอก
อยากเห็นเมืองไทยสงบ และคนไทยรักกันค่ะ
เป็นกำลังใจให้คนไทยทุกๆคนค่ะ
เดินทางปลอดภัยค่ะ พี่เ
เมื่อวันพุธได้เจอเด็กพิการคนหนึ่ง อายุห้าขวบ พิการทั้งร่างกายและสมอง... แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรับรู้ ตามที่แม่เธอบอกเล่าให้เราฟัง..
ทุกคราที่เสียงเพลงชาติไทยดังขึ้น...
เธอจะลุกขึ้นและยืนตรงแบบคนพิการที่ยืนแบบใช้หลังเท้ายืน...นิ่ง
แต่พอเพลงจบลงเธอก็เข้าสู่สภาวะตามที่ได้รับการวินิจฉัยว่าสมาธิสั้นและการรับรู้ไม่ปกติ...
---------------
เป็นกำลังใจที่งดงามนะคะ