ความเห็น: 33
ทริปสุดยอดเเห่งปี "เดินป่าเขาเจ็ดยอด"
เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นที่ขนส่งสายใต้ ซึ่งก็หมายความว่าทั้งคืนผมต้องนอนไปกับรถทัวร์ตรงไปพัทลุง ตามตารางเวลาที่สอบถาม กว่าจะไปถึงพัทลุงก็คงรุ่งสาง...
การเดินทางครั้งนี้มีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยสามคน (พี่หนานเกียรติ น้องซากี้และผม) เป็นครั้งแรกๆที่ผมเดินทางโดยรถทัวร์ตรงไปทางใต้ของประเทศ แต่ก็ตื่นเต้นเมื่อคิดถึงสิ่งที่จะพบเจอในวันสองวันนี้ทริปเดินป่า “เขาเจ็ดยอด” โดยมี บังหีม เป็นผู้ประสานงาน มีนายหัวบุญเลิศเป็นผู้นำเดินป่า การเดินป่าหน้าฝนเต็มไปด้วยความท้าทายจากสภาพอากาศที่ชื้นสูง สายฝน น้ำป่า อีกทั้งยังมีสัตว์ดูดเลือดเช่นทากที่ชุกชุม
ท้องฟ้าเปิด ม่านฟ้าด้านทิศตะวันออกมีแสงสีทองเรื่อๆเป็นสีของเมฆสะท้อนกับแสงแรกของตะวันยามเช้า ผมชี้ชวนให้เพื่อนร่วมเดินทางมองเมฆสีทอง ในใจอยากจะกดชัตเตอร์สักรูปแต่ก็ทำไม่ได้ นั่งมองวิถีชีวิตข้างทางเพลินๆ ผมหยิบเอาหูฟัง สแกนวิทยุท้องถิ่นสำเนียงใต้เสียงหยอกเย้าระหว่างดีเจวิทยุชุมชนกับคนขอเพลงสำเนียงใต้ เป็นเสน่ห์ที่น่ารักของคนท้องถิ่น ทำให้ผมฟังไปยิ้มไป
พวกเราไปถึงพัทลุงราว หกโมงเช้า ลงที่ตลาดแม่ขรี ซึ่งเป็นจุดนัดพบบังหีมที่นั่น ผมเพิ่งทราบว่าที่จุดลงรถเราได้พบเพื่อนร่วมทริปสาวน้อยอีกท่าน ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ คุณน้อง สาวจากนนทบุรี เธอเป็นหนึ่งในทริปเดินป่าของเรา ท่าทางเธอทะมัดทะแมง สังเกตจากการแบกเป้คล่องแคล่ว ...บังหีมและคุณนะไร มารอรับเราอีกฟากถนน ตะโกนทักทายกันอย่างยินดีเมื่อเห็นหน้ากัน ...
อิ่มหนำกับอาหารมื้อเช้า ที่ตลาดแม่ขรี พวกเราเดินเตร็ดเตร่ตลาดยามเช้าที่นั่นเพื่อหาซื้อของใช้ส่วนตัว และ รองเท้ายางสีดำที่บังหีมแนะนำว่า ผมควรเปลี่ยนจากรองเท้าคู่เก่งมาเป็นรองเท้ายางสีดำ สนนราคาไม่เกินร้อยคู่นั้น เพราะในการเดินป่าเราต้องขึ้นลงลำธาร อยู่กับความชื้นแฉะตลอดเวลา รองเท้ายางจึงน่าจะดีที่สุดสำหรับทริปนี้ ...ไม่น่าเชื่อว่า รองเท้ายางนี่เองเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงของผมในเวลาต่อมา
พวกเราทั้งคณะ เดินทางไปถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติที่จังหวัดพัทลุง และ นายหัวบุญเลิศ คนนำทางของเราเดินทางมาสมทบ พวกเราจัดแจงเตรียมตัว จัดของ สัมภาระ อาหารแห้งกระจายใส่เป้โดยเฉลี่ย เป้ของผมขนาดไม่ใหญ่มาก จึงรองรับข้าวสารอาหารแห้งไม่ได้มากเท่าไหร่ ดูเหมือนเอาเปรียบเพื่อนร่วมทริปยังไงไม่รู้ แอบมองเป้บนหลังเพื่อนๆแต่ละท่านก็แบกกันเต็มลิมิต
หัวหน้าหน่วย....บอกเล่าเรื่องราวของเขาเจ็ดยอดให้พวกเราฟังคร่าวๆ และบอกอีกว่าที่ไหนมีทากเยอะแสดงว่ามีความอุดมทสมบูรณ์สูง สัตว์ป่าก็ชุกชุม ผมเพิ่งทราบว่า บนป่าเขาเจ็ดยอกมีสะตว์ป่าหายากเช่น สมเสร็จอาศัยอยู่ ที่สำคัญป่าแถบนี้มีชาวป่า เงาะซาไก อาศัยอยู่ด้วย ก่อนออกเดินทาง ท่านหัวหน้าอุทยานเปรยขึ้นมากับพวกเราจับใจความได้ว่า พวกเรากล้าและตั้งใจมากที่มาเดินป่าหน้าฝน เพราะความลำบากที่ต้องผจญกับสภาพอากาศหนาวเย็น น้ำฝนตก และอันตรายจากน้ำป่า แต่กระนั้นเรามาถึงตรงนี้แล้วความตั้งใจพิชิตเขาเจ็ดยอดไม่มีถอย...ในใจคิดว่า ผมเด็กดอยเสียอย่าง ขึ้นเขาแค่นี้สบายมาก...

ประเดิมด่านแรกก็เรียกได้ว่าเป็นด่านแรกที่ท้าทายจิตใจอย่างมาก เพราะตลอดระยะทางเกือบ ๒๐๐ เมตร เราเดินขึ้นควนที่สูงชัน แรงต้านจากแรงโน้นถ่วงของโลก บวกกับความเหนื่อยล้าในการแบกเป้หนักๆ เพื่อนร่วมทริปบางท่านหน้าซีดเผือก และผมเองหอบจนตัวโยน...ทำให้ผมคิดถึงบรรยากาศที่เมืองเหนือ ในสมัยประเพณีเดินขึ้นดอยสุเทพที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งนั้นเราเดินขึ้นดอยใช้เวลาครึ่งวันแบบไม่พัก ประโยคเด็ดจากเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า “ป๋ายดอย บ่เต้า ป๋ายตี๋น” เป็นภาษาเหนือ แปลว่า “ปลายยอดภูเขา ไม่เท่าปลายเท้าที่ก้าวเดิน” เมื่อคิดแบบนี้ก็หมายถึง ยอดเขาที่เราจะพิชิต ขึ้นอยู่กับแรงอุสาหะของเราจากการก้าวแต่ละก้าวของเรา เมื่อคิดแบบนี้ผมก็มีแรงฮึดผ่านควนแรกสำเร็จ แต่ก็เล่นเอาแทบหมดแรง...
ฉากจากนี้ไปที่เราใช้ชีวิตอยู่ในป่า เป็นความประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิตของผมที่ได้เดินป่าแถบทางใต้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าดิบชื้นที่มีพืชพรรณที่แปลกตา สวยงาม ผมกระเตงเอากล้องตัวใหญ่ไปด้วย ตรงนี้หละครับเป็นทั้งอุปสรรคและเรื่องที่น่ายินดี ที่ผมบอกว่าเป็นอุปสรรคก็คือลำพังผมก็เอาตัวเองแทบไม่รอด เป้ที่กดหลังอยู่ก็หนักขึ้นไปตามระยะทางที่เราเดินขึ้นควนสูง ไหนจะต้องแบกกล้องตัวใหญ่ บรรจุอยู่ในถุงกันน้ำอย่างดี สะพายพาดขวางลำตัว จะถ่ายภาพแต่ละครั้งต้องบรรจงแกะถุง ทุลัทุเลพอสมควร...
ความตั้งใจของผมคือ การนำเสนอภาพความหลากหลายที่ผมได้ไปเรียนรู้ในป่าใหญ่ สิ่งที่เราไม่เคยเห็น สิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์ในป่าแห่งนี้ ต้นไม้แปลกๆสีสันสวยงาม หากไม่ได้บันทึกไว้ในความทรงจำก็คงน่าเสียดายมากนะครับ
เทือกเขาบรรทัดความสวยงามและความยิ่งใหญ่ รอยต่อจังหวัดตรังและสตูล ความสูงของยอดเขา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๑,๒๐๐ เมตร เดินถึงยอดเขาเราสามารถชมวิวได้ ๓๖๐ องศา มองเห็นทะเลสองฝั่ง ด้านทะเลสาบสงขลา ฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน จากยอดเขาสายน้ำเล็กๆหลายสายที่เราเดินย้อนขึ้นมา ส่วนใหญ่ไหลลงสู่ลำคลองละงูที่ไปออกทะเลที่บริเวณปากบารา จ.สตูล
สามวันที่เราย่ำเดิน บนเส้นทางเปียกชื้น ลื่น รกชัฏ สิ่งมีชีวิตในป่ามีความสุขท่ามกลางความอุดมของป่า ทากสีดำที่ชูคอสลอนตามรายทาง ทากสีลายเกาะตัวตามใบไม้ เตรียมดีดดิ้นพุ่งเข้าหาลำตัวของพวกเรา ผมเองเป็นคนหนึ่งที่เป็นเหยื่ออันโอชะของทาก ตัวแล้วตัวเล่า แต่ได้สเปรย์น้ำเกลือกของคุณน้อง ฉีด ทากที่เกาะติดแน่นก็ค่อยๆหลุดออกไป ไม่มีแผล เลือดไม่ไหล จุดไหนทีท่กชุกชมหมายถึงว่า ตรงบริเวณนั้นมีสัตว์ป่ามากมายไปด้วย
ในช่วงบ่ายแก่ๆของการเดินวันที่ ๒ เราก็ขึ้นถึงยอดเขาเจ็ดยอดอย่างสมบูรณ์ อาหารมื้อเที่ยงบนยอดเขา เอร็ดอร่อยมาก ข้าวเหนียว หมูแห้งทอด อร่อยมากกว่าที่ผมกินในเมือง สายฝนหรือสายหมอกหนาๆโปรยปรายไม่ยอมหยุด อากาศหนาวเย็นด้วยแรงลมกระชาก ...ลมแรงมาก เป็นธรรมดาของยอดเขาที่สูงขนาดนี้
สิ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงขึ้นอยู่เต็มไปหมด แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ไม่เพียงพอสำหรับพืชหลายๆชนิด จะมีก็แต่พืชที่มีลักษณะพิเศษแบบหม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่มีกับดักแมลงเล็กๆเป็นอาหาร ด้วยพลังลมที่พัดแรงตลอดเวลาพืชที่ขึ้นแถบนี้ก็กลายเป็นบอนไซ ไม้แคระ กิ่งเหนียว ต้นเล็กๆบิดงอ พุ่มสูงไม่เกินบั้นเอว ต้นบัวแฉกสลับกับทุ่งหญ้าที่เปิดโล่ง มีร่องรอยของเจ้าสมเสร็จให้เห็นประปราย คาดคะเนคงเป็นสมเสร็จฝูงใหญ่พอสมควร
เราพักกันบนยอดเขาเจ็ดยอดนี่เอง ...ที่พักเราหลบตัวอยู่ข้างๆซอกเขา มีธารน้ำเล็กๆไหลผ่าน อากาศหนาวเย็นด้วยแรงลม เสียงหวีดหวิวของลมผ่านช่องเขา เสียงสัตว์ป่ากลางคืน ตลอดจนความหนาวที่ผมไม่เคยลืม
เช้าวันแรกบนยอดเขาผมตื่นตี ๔ มานั่งขดตัวกลมข้างกองไฟเล็กๆ จิบกาแฟอุ่นๆดวงดาวยามนี้สวยเหลือเกินครับ เหมือนกับว่าเราสามารถเอื้อมหยิบมันได้ หากมีใครสักคนมานั่งเบียดชิดกันในยามนี้ คงจะมีความสุขไม่น้อยเลยนะครับ
ฟ้าเริ่มสาง คุณนะไร และนายหัว ชักชวนพวกเราเดินเท้าขึ้นไปชมความสวยงามของยอดเขา ที่อลังการด้วยเมฆหมอก พร้อมหิ้วอุปกรณ์ไปต้มน้ำชงกาแฟไปด้วย ผมเดินขึ้นเขาเช้านี้อย่าง กระปรี้กระเปร่าด้วยว่าพักผ่อนหลายชั่วโมงเมื่อคืนที่ผ่านมา ภาพที่เห็นตรงนี้คือธารหมอกที่ปกคลุมยอดเขาอ้อยอิ่ง ผิดกับที่ผมยืนอยู่ ลมพัดแรงแทบจะพยุงตัวไว้ไม่ไหว
พระอาทิตย์เริ่มฉายแสงแล้ว ...อากาศเริ่มอุ่น ลมยิ่งพัดแรง เมฆ หมอกก้อนใหญ่น้อยหมุนวนรอบตัวเราตลอดเวลา ผมเข้าใจว่าเป็นความต่างของอุณหภูมิจากพลังของแสงแรกของดวงอาทิตย์ ลมที่กระโชกแรงจะแรงมากขึ้นเมื่อแสงแดดอุ่นๆส่องกระทบ
ความสวยงามและยิ่งใหญ่ ของยอดเขาใหญ่น้อยที่เรียงราย ของเช้าวันนี้ทำให้ผมลืมตัว ลืมความเหนื่อยอ่อนของการเดินทางวันสองวันนี้ไปหมด ผมคิดถูกแล้วครับที่แบกกล้องตัวใหญ่ขึ้นมาถึงยอดเขาแห่งนี้
ผมบรรจงกดชัตเตอร์ อย่างไม่ยั้งมือ
เสียงชัตเตอร์ที่รัวก้องยอดเขาเช้านี้ แข่งกับเสียงลมพัดและการเคลื่อนตัวของเมฆหมอกเช้านี้ ผมนั่งลงบนพื้นหญ้านุ่มๆ พร้อมกับจิบกาแฟอุ่นๆที่เพื่อนร่วมทริปยื่นให้อย่างมีความสุข...
ชมภาพทั้งหมดที่นี่ครับ>>> สุดยอดทริปประทับใจแห่งปี
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ศาลายา
๒๖ ธค.๕๓
ความเห็น

สวัสดีครับ ครู ครูอรวรรณสวัสดีปีใหม่ครับ
สวัสดีครับ หมอโรจน์ สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ
สวัสดีครับ คุณberger0123 ภาพนี้เราได้นายแบบที่ดีครับ ในภาพคือคุณหนานเกียรติ ของเรานี่เอง
สวัสดีครับ ครูrinda
ทีมเดินป่าทริปนี้เยี่ยมมากเลยครับ กำลังคิดว่าจะไปเดินป่าอีกสักแห่ง น่าจะป่าแถบใต้ ยังไม่ตกลงว่าที่ไหนนะครับ :)
น้องปืน บีเวอร์บีเวอร์ เอาไว้ช่วงหลังงานใหญ่ๆหลายชิ้นของผมเสร็จก่อนนะครับ คงต้องหาทางไปอีกสักทริป
น้องต่ายดอกไม้บานในใจเรา
คิดจะไปที่ดอยหลวงเหมือนกัน เเต่ช่วงนี้จัดการเวลาลำบากหน่อยครับ หากไปจะขอคำปรึกษาครับ
ขอน้อมรับพรจากท่าน และ ขอให้ท่านมีความสุข มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับชีวิตนะครับ :)
Happy New Year, I hope 2010 brings you happiness & Joy
สวัสดีปีใหม่
สุข สวัสดี สมหวัง
คิดสิ่งใดขอจงประสบสมปรารถนา
มีสุขภาพแข็งแรง ไร้ทุกข์ไ ร้โศก ไร้โรคภัย
มีความสุขมากๆๆค่ะ
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « สุขพิสุทธิ์ : ส่งความสุขปี ๒๕๕๓
- ใหม่กว่า » เงาะป่า-ซาไก บนเทือกเขาบรรทัด
































































































































































































































































































































































