คีกิ่ ตีเท่าใด หมายถึงตีกี่ครั้ง

             วันนี้จะมาเล่าเรื่องนาฬิกา และการดูเวลาของคนใต้  คนใต้ส่วนใหญ่จะพูดหรือถามเวลา จะมีคำถามอยู่ 2คำคือ

             นากาตีเท่าใดแล้วละ  คำว่า  ตีเท่าใด หมายถึงนาฬิกา กี่โมง   คำว่าตีเท่าใด  นั่นคงจะมีที่มาจากคนโบราณ และนาฬิกาโบราณ ประเภท หัวม้า หัวไก่ หรือนาฬิกาไขลานประเภทแขวนบอกเวลา(ตีบอกเวลา)ยี่ห้อต่างๆ ซึ่งจะมีระบบการตี บอกเวลา ตี 1 ก็ตี 1 ครั้ง ตี 12 ก็ตี 12 ครั้ง หรืออีกอย่างคือคนโบราณ อ่านเขียนเลขไม่ได้ ดูเลขภาษาโรมันไม่เป็น จึงดูนาฬิกาไม่รู้  เลยใช้วิธีฟังเสียงตีบอกเวลาเอา   ถ้าจะถามเรื่องเวลาจึงมักจะถามว่าตีเท่าใด ....เพียงอยากจะรู้ว่าตีกีครั้งถ้าตี 10 ครั้ง ก็คือตี10 นั่นเอง....ฮ่าๆ

                                2ทุ่ม..ตีกี้..ตีเท่าไหร่...ตี 8 ครับ ฉิๆ

                     นากาตีกี่.. เป็นอีกคำที่คนใต้ชอบถามเวลา ก็คงเช่นเดียวกัน หมายถึงนาฬืกาตีกี่ครั้ง หริอเวลเท่าไหร่(กี่โมง กี่ยามแล้ว ) ก็เป็นภาษาที่ใช้ต่างกัน ในแต่ละพื้นที่เท่านั้นเอง ที่มาของเรื่องก็เช่นเดียวกัน

             ที่นี้เรื่องแปลกอีกอย่าง  การเรียกเวลา คนใต้จะเรียกเวลา เป็นตี.....ตี10  ทั้งกลางวัน กลางคืน ก็เรียกตี 10 ทั้งนีผู้ฟังต้องใช้พิจารณานเอาเองว่าเหตุการณ์ที่พูดถึงที่คุยกันอยู่ในหรือเรื่องนั้นๆจะเป็นตี 10 กลางวันหรือกลางคืน  เช่น ถ้าพูดเรื่องกรีดยางแล้วบอกว่าตื่น  ตี3.ตี4  นั่นแน่นอน หมายถึงกลางคืน  แต่ถ้าพูดเรื่องไปรับลูกที่โรงเรียน พูดว่าตี 3 ตี 4 นั่นหมาถึงกลางวันแน่นอน 

ถ้าแบบนี้..ต้องถามเวลาเท่าไหร่...กีโมงแล้ว

              เคยคุยกับเพื่อน จากภาคอื่นๆ  ว่าทางใต้ ทำงานยาก  ในช่วงกลางวันชาวบ้านไม่ค่อยว่าง เขาต้องออกไปทำงาน  เราต้องไปตี 4 ตี 5  เขางง. ครับ สงสัย  แล้วถามผมว่าตี 4ตี 5 ชาวบ้านเขาตื่นแล้วหรือ  ผมบอกว่าไม่ใช่ กลางคืนหมายถึง 4-5โมง เย็น ครับ

              คนใต้มีอยู่อีกเรื่องที่อยากจะเล่าคือคนเมื่อก่อนไม่มีนาฬิกา กลางคืน เขาจะฟังเสียงสัตว์ ไม่ว่าเสียงไก่ขัน เสียงห่าน หรือสัตว์อื่นๆที่ร้องหรือขันเป็นเวลา แม้กระทั่งดูดาว ก็มี  สำหรับกลางวันเขาจะดูดวงอาทิตย์ (คนใต้เรียกหวัน หมายถึง สวรรค์คืออยู่สูง)การขึ้นลงของดวงอาทิตย์ หรือดูเงา เป็นเครื่องบอกเวลาของตนโบราณ พอมาถึงยุคปัจจุบัน  คนที่ไม่ใส่นาฬิกา  จะแซวคนที่ใส่นาฬิกา"ว่าไม่รู้จักหวัน" คำว่าไม่รู้จักหวัน  จะมีความหมายอีกนัยหนึ่งคือ ไม่รู้เรื่อง..ขาดหุ้น ไม่เต็มบาท ไม่รู้จักกาละเทศะ หรือเวลาที่เด็กๆทำเรื่องที่ไม่เข้าท่า  ผู้ใหญ่จะดุว่าไม่รู้จักหวัน....ฮิๆๆๆ

              คำถามที่ว่า ตีกี่ หรือตีเท่าใด หรือว่าไม่รู้จกหวัน...ก็คงจะมีที่มาตามที่เล่านั่นแหละครับ แล้วจะไปหารูปมาให้ดู..ทีหลัง