การสร้างความเจริญเติบโตตามแนวคิดของสำนักคลาสสิค
เนื่องจากสำนักคลาสสิคให้ความสำคัญกับ Aggregate Supply เราสามารถพิจารณาได้จาก
Y = GDP = f(K,N)
จากตัวอย่างที่สมมติในการผลิตสินค้าคือ การทำขนมครกขาย เริ่มต้นที่ เราใช้ทุน โดยมีเตาทำขนมครก ๑๐ เตา ราคาเตาละ ๕๐ บาท และมีเราเป็นแรงงานในการผลิต เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตและสามารถทำขนมครกได้ ๕๐๐ ชิ้น ถ้าหากว่าเราต้องการทำขนมครกให้เพิ่มขึ้นสามารถทำได้โดยเพิ่มจำนวนเตา (ทุน) หรือเพิ่มคนทำขนม (แรงงาน) สมมติว่าเราเพิ่มจำนวนเตาอีก ๑ เตา รวมเป็น ๑๑ เตา สามารถทำขนมครกเพิ่มเป็น ๕๕๐ ชิ้น หรือถ้าเราต้องการทำขนมครก หรือทำให้ GDP เพิ่มขึ้นอีก เราอาจเพิ่มจำนวนเตาเป็น ๑๓ เตา สามารถทำขนมครกได้ ๖๕๐ ชิ้น โดยที่ในการเพิ่มเตาดังกล่าวสามารถผลิตได้ด้วยแรงงาน ๑ คนเท่าเดิม
จะเห็นได้ว่าการเพิ่มความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตามแนวความคิดของสำนักคลาสสิคสามารถสร้างได้จาก Aggregate Supply คือ เพิ่มทางกระบวนการการผลิตทั้งทางด้านทุน หรือแรงงาน เพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่ม เนื่องจากสำนักคลาสสิคมองว่าไม่ว่าจะผลิตสินค้าหรือบริการอะไรออกมาก็สามารถขายได้หมด โดยมี กลไกตลาด และเครื่องมือทางด้านราคา เป็นตัวขับเคลื่อนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถปรับตัวเข้าสู่จุดดุลยภาพได้เสมอ ดังนั้นจึงไม่เกิดภาวะสินค้าล้นหรือขาดตลาด กลไกตลาดจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องเป็นไปอย่างเสรีภาครัฐไม่ควรเข้ามามีบทบาทในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพราะจะทำให้กลไกตลาดทำงานบิดเบือนไปจากความเป็นจริง


เมนูของ model1




