ตอนที่ 2
ความจริงปรากฎ
ชีวิตของคนเราบางทีสิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็นเสมอไป...สิ่งที่คิดว่าเป็นของเราบางทีก็ไม่ใช่ของเรา...และสิ่งที่จะทำให้จิตใจของเราโล่งโปร่งเบาจากความอึดอัดคับแค้นคือการให้อภัย...
เดือนกุมภา 50 เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ได้กลับบ้าน แต่คราวนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป...ความผิดปกติ ความผิดสังเกตุ ความสังหรณ์ใจ มันรุนแรงจนน่าแปลกใจ...สุดท้ายสิ่งที่ผมรับรู้จากผู้หวังดีทำเอาผมช๊อค...เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีมันไม่รู้หายไปไหน ความสับสนอลหม่านเข้าครอบใจหมดสิ้นเมื่อรู้ว่าเมียผมมีชู้!!
ความจริงหากผมฉุกใจสักนิดคงรู้ก่อนหน้าแล้ว จากน้ำเสียง จังหวะการพูด ช่วงเวลา สถานการณ์ ที่ได้คุยกันทางโทรศัพท์ แต่นั่นคือคนที่ผมเชื่อใจที่สุดแม้จะทะเลาะกันแค่ไหนแต่เทียบไม่ได้กับความรู้สึกดีๆ ที่มีกับเธอ...เทียบไม่ได้กับความรักที่มีต่อลูก ทำให้ผมมองข้ามความผิดปกติเหล่านี้ไป...ผมทั้งขอร้องและเค้นแกมบังคับกับผู้หวังดีจนได้ข้อมูลมากพอ...เธอเริ่มมี “คนแรก” เมื่อประมาณหนึ่งปีมาแล้ว...นั่นลูกของเราพึ่งคลอดได้เพียง 3 เดือน!!! และผู้ชายคนนั้นก็มีครอบครัวมีลูกแล้ว!! คบกันได้เกือบปีภรรยาของฝ่ายชายก็จับได้ ความแตก...เธอก็หันมาคบกับ “คนที่2” ทันที...ผมทั้งเข่าอ่อนทั้งเหลือเชื่อทั้งสับสน ความคิดย้อนไปประมวลรวบรวมเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่ผมรู้สึกผิดปกติแต่มองข้ามไป รวมทั้งประเด็นความสังหรณ์ใจของตัวเอง...มันพ้องกันเป็นอย่างมาก...มิน่า...ความห่างเหิน ความเฉยชา ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาที่เธอบ่ายเบี่ยงมาเป็นปี...โดยที่ผมไม่เอะใจ...
เย็นนั้นเมื่อเธอลงเวรเช้ามา(08.00-16.00 น.) ผมจูงมือเธอมาขอคุยด้วย...เธอพยายามหาทางเลี่ยงเช่นเคย...ผมไม่ฟังเริ่มพูดและวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ที่เห็นว่าผิดปกติเชื่อมโยงกันเป็นเรื่องราวขณะเดียวกันก็สังเกตุเธอไปด้วย...เธอตกใจมาก..หน้าซีด...ผมจึงถามไปตรงๆ...เธอร้องไห้ ไหว้...และกล่าวขอโทษผม...สิ่งที่ผมภาวนาว่าขอให้เรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องที่ผู้หวังดีเล่าให้ฟังเพราะสงสารผมไม่ให้เป็นความจริง ไม่เป็นผล...มันเป็นความจริง...จากปากของเธอ....วันนั้นเป็นวันที่ 12 กุมภาพันธ์...วันครบรอบวันเกิดของผม...
ผมเดินออกจากห้องเดินไปหลังโรงพยาบาล...ที่นั่นเป็นบึงขนาดใหญ่ เป็นบึงที่รวบรวมสายน้ำที่แยกออกมาจากแม่น้ำโขง...เป็นที่ที่ผมชอบมาดูตอนอาทิตย์ตกประจำ...สายน้ำไหลเป็นสาย เป็นน้ำที่ออกจากตาของผมเอง...นานเท่าไหร่แล้วที่ผมร้องไห้เป็นครั้งสุดท้าย...ผมจำไม่ได้...สิ่งแรกที่ผมคิดถึง...พ่อครับ..แม่ครับ..ผมคิดถึงท่านเหลือเกิน...
ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาของตัวเองหนุนเนื่องเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย จนมันคับอก มันคับแค้น มันคับใจ ความรู้สึกต่างๆ ที่ผมไม่อาจแยกแยะในตอนนั้นได้ประเดประดังเข้ามาสับสนไปหมด...
ผมกลับไปบอกเธอว่า “ผมรับไม่ได้” อย่างอื่นค่อยว่ากันแต่ตอนนี้ขอหย่าก่อนได้ไหม...และเราก็ได้หย่ากัน....ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์...
ผมกลับกรุงเทพทันที...และได้ลาออกจากงานอีกครั้ง...
ผมนั่งจมจ่อมอยู่กับความคิด ความคิดที่สับสนหลั่งไหลไร้ทิศทาง สามวันเต็มๆ ที่ผมอยู่อย่างนั้น นอนก็นอนไม่หลับพยายามไม่คิด ทำใจให้ว่าง แต่ความคิดเจ้ากรรมมันไม่ยอมให้ว่างได้...
เมื่อจิตใจเริ่มสงบได้บ้างผมใช้พื้นที่โล่งที่เหลืออยู่ในสมองรวบรวมเรียบเรียงทุกเรื่องราวตั้งแต่เริ่มรู้จักกันผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ร่วมกันมาจนถึงวาระสุดท้ายที่จบกัน...ยิ่งคิดยิ่งวิเคราะห์ยิ่งเห็นจุดผิดปกติ...ผมจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตที่เหลือ เป้าหมายของชีวิตที่ตั้งไว้ก็พังทลายลงแล้วไม่มีทางเป็นไปได้อีก...ลูกไงเล่า เรายังมีลูกให้รับผิดชอบ...ผมกลับไปหาเธออีกครั้งเพื่อเคลียร์เรื่องนี้...ความวัวยังไม่หายความควายก็เข้ามาแทรก...
ความจริงที่เจ็บช้ำยิ่งกว่า
การกลับมาคราวนี้ของผมทำใจได้มากขึ้นแล้ว...แต่สิ่งที่ผมรับรู้เรื่องราวต่อมาทำให้ผมช๊อคเป็นครั้งที่สอง...ลูกชายไม่ใช่ลูกผม!!! ผมไม่เชื่อ ผมไม่ยอมเชื่อเด็ดขาด...สิ่งที่ผมทุ่มเทให้มากที่สุดก็คือสิ่งนี้ เวลาได้เห็นลูกความเหนื่อยล้ามลายหายเป็นปลิดทิ้ง ยามเห็นลูกกำลังใจที่ถูกตัดทอนให้แฟบลง เหมือนได้สูบ สูบให้มันพองเต็มที่อีกครั้งพร้อมเผชิญอุปสรรคทั้งหลาย...แต่ผมก็ต้องยอมรับเพราะมันคือความจริง...ความจริงที่เจ็บปวด ความจริงที่ผมต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งพิสูจน์จนจำนนต่อหลักฐานและพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์...และที่สำคัญเธอยอมรับเอง...ผมเคยถามเธอว่า ผมทำผิดอะไร ผมไม่ดีตรงไหน ผมบกพร่องตรงไหน ตรงไหนที่ผมทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์...เธอร้องไห้...และขอโทษ...ผมถามเธอว่าเธอรักเขาหรือ(พ่อที่แท้จริงของลูก) เวลาที่ผมไม่อยู่(25 วัน)เขาก็มาทุกคืน และลักลอบออกไปตอนเช้ามืด ยกเว้นเวลาที่ผมกลับมา(5 วัน) ...เธอบอกไม่ได้รักเขา มันไม่มีพื้นฐานจากความรักเลย...อารมณ์ผมพลุ้งพล่านเดือดขึ้นทันที...
“ไม่มีพื้นฐานจากความรัก แล้วมันมีพื้นฐานจากอะไร!!”
...คำตอบคือเงียบ... เธอก้มหน้านิ่ง..ร้องไห้
“แล้วเขารู้ไหมว่านี่คือลูกของเขา” ผมถาม
“...รู้...”
เป็นคำตอบคำเดียว สั้นๆ แต่เสียดแทงใจผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง เสี้ยวหนึ่งในความคิดผมอยากบีบคอเธอให้ตายคามือ อยากไปฆ่าชายชู้ทั้งสามคนของเธอให้ตายตกไปตามกัน...ความแค้นมันจุกแน่นอกจนทำอะไรไม่ถูก...ผมเห็นการต่อสู้ของจิตใจตัวเองอย่างชัดเจน ใจหนึ่งที่พยายามบังคับมือให้ไปกระทำตามความคิด อีกใจหนึ่งที่ห้ามไว้...หากวันนั้นผมพ่ายแพ้แล้วทำอย่างที่คิด อะไรจะเกิดขึ้น...
“แล้วทำไมเลือกแต่งงานกับผม” ผมถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่แทบจะฟังไม่รู้เรื่อง มันเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายยากอธิบาย
คำตอบง่ายๆ จากเธอคือ เขาไม่พร้อมเท่ากับผม...ผมอยากจะพูดแต่ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้อีกแล้ว...
สิ่งที่ผมสรุปได้ในตอนนั้นคือคงเป็นกงกรรมกงเกวียนเวียนมาให้ผมได้ชดใช้ที่เคยทำกับเธอไว้ และเธอก็ได้เอาคืนแล้ว...หมดกันเสียที...ผมเลือกที่จะจากมาอย่างเงียบๆ จากมาเงียบๆพร้อมกับใจที่แตกเป็นเสี่ยงๆ โดยไม่รู้ว่ามันจะประสานให้แนบสนิทเหมือนเดิมได้หรือไม่....
ชีวิตมันน้ำเน่ากว่าละครน้ำเน่าเสียอีก เพียงแต่แทนที่ผมจะเป็นคนดูแต่กลับเป็นตัวละครเสียเอง..พูดให้ใครฟังมันอาจเหลือเชื่อ...แต่นี่คือประสบการณ์ชีวิตของผม...เป็นประสบการณ์ที่รวบรวมทุกข์เรื่องราวทั้งสุขทั้งทุกข์ จนเพียงพอที่จะทำให้ผมได้เห็นความจริงบางอย่าง...


เมนูของ padonp





เมื่อ พ. 23 เม.ย. 2551 @ 03:55
619707 [ลบ]
สวัสดีอีกครั้งครับ คุณดินดอน
ขอบคุณครับ :)
เมื่อ พ. 23 เม.ย. 2551 @ 10:06
619994 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เมื่อ พ. 23 เม.ย. 2551 @ 23:25
620921 [ลบ]
ขอบคุณครับ โชคดีที่ผมทำใจได้เร็วและทุกอย่างจบลงด้วยดี ครับ