"นิพพานเป็นอัตตา"
ไม่รู้จริงหรือแกล้งไม่รู้? หน้า 3
ความหมายของคำว่า “อัตตา”
จากข้อความของอนัตตลักขณสูตรที่กล่าวมาข้างต้นว่า “ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะพระปัญจวัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นอนัตตา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้ารูปนี้จักได้เป็นอัตตาแล้ว”
โครง สร้างประโยคแบบนี้ แสดงให้เห็นว่า อนัตตากับอัตตาเป็นคำประเภทเดียวกัน คือ ถ้าเป็นคำนามก็ต้องเป็นคำนามด้วยกัน ในกรณีนี้เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ก็เป็นคำคุณศัพท์ด้วยกัน และความหมายต้องตรงกันข้ามกันด้วย
จาก บริบท (context) การใช้คำ “อนัตตา” ของพระพุทธเจ้า พุทธเถรวาททั่วไปเข้าใจกันดีว่า คำว่า “อนัตตา” นั้น พระพุทธองค์ท่านกำหนดมาให้ตรงกันข้ามกับคำว่า “อัตตา” ของความเชื่อของศาสนาพราหมณ์/ฮินดูในสมัยนั้น ดังนั้นจึงเป็นหลักฐานอีกประการหนึ่ง ซึ่งพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า อนัตตากับอัตตาเป็นคำประเภทเดียวกันและความหมายตรงข้ามกันด้วย
คำ ว่า “อนัตตา” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเก็บความหมายไว้ว่า “ว. ไม่ใช่อัตตา, ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน” และพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเก็บความหมายของคำว่า อัต- ไว้ว่า “น. ตน, ตัวเอง” ส่วนคำว่าอัตตาเก็บความหมายไว้ว่า “น. ตน” ความหมายของพจนานุกรรมดังกล่าวไม่สามารถให้ความหมายที่ถูกต้องของทั้งคำว่า “อนัตตา” และ “อัตตา” ได้เลย กล่าวคือ กำหนดว่า “อัตตา” เป็นคำนามแปลว่า “ตน” แต่ไม่ได้กำหนดความหมายของคำว่า “อัตตา” ที่เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ไว้ แต่พอถึงคำว่า “อนัตตา” เก็บแต่ความหมายของคุณศัพท์ (adjective) ซึ่งแปลแบบกำปั้นทุบดินว่า “ไม่ใช่ตน” ในเมื่อไม่รู้ความหมายของคำว่า “อัตตา” คุณศัพท์ (adjective) ความหมายของอนัตตาจึงไม่รู้ไปด้วย
เพื่อไม่ให้บทความชิ้นนี้ยืด ยาวจนเกินไปนัก ผู้เขียนขอสรุปสั้นว่า อนัตตานั้น หลายๆ ท่านให้ความหมายว่า “แปรปรวน” ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่า คำว่า “อัตตา” นั้นควรแปลว่า “คงที่”
ความหมายของข้อความที่ว่าคำว่า นิพพานเป็นนิจจัง/สุขขัง/อัตตา
ดัง ได้กล่าวมาแล้วว่า คำว่า นิจจัง/สุขัง/อัตตา เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ซึ่งหน้าที่ของคำคุณศัพท์นั้นก็คือในประโยคดังกล่าวนั้นจะทำหน้าบรรยายสภาพ ของประธาน ในเมื่อความหมายของคำว่า นิจจัง/สุขขัง ไม่มีปัญหาในที่นี้ คือ ไม่มีพุทธเถรวาทถกเถียงว่า นิพพานเป็นเที่ยงหรือนิพพานเป็นสุข ทุกคนยอมรับในประเด็นนี้ ดังนั้นข้อความที่ว่า “นิพพานเป็นนิจจัง/สุขขัง/อัตตา” ก็ควรจะแปลได้ว่า นิพพานนั้นเที่ยง/เป็นสุข/คงที่” ซึ่งก็จะถูกต้องตามหลักคำสอนของพุทธเถรวาททุกประการ เนื่องจาก มีพระสูตรของพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมากที่ยันยืนว่า นิพพานมีจริง อย่างน้อยที่สุดความหมายที่ว่า นิพพานเที่ยง และนิพพานเป็นสุขก็เป็นหลักฐานยืนยันได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ถ้านิพพานไม่มีจะมีความสุขและความเที่ยงได้อย่างไร
ผู้เขียนขอ ย้ำหลักวิชาการอีกประการหนึ่งซึ่งสำคัญมาก ผู้ที่สนใจในประเด็นนี้เข้าใจผิดกันมากก็คือ ในทางวิชาการนั้น ถึงแม้ว่าจะมีใครก็ตามใช้ความหมายของคำในพระไตรปิฎกไปตามความต้องการของตน ยกตัวอย่างเช่น พระโพธิรักษ์แห่งสันติอโศก เป็นต้น พระโพธิรักษ์นั้นขึ้นชื่อในเรื่องที่ใช้ “คำ” ในพระไตรปิฎกไปตามความหมายที่ท่านต้องการ ในการวิเคราะห์ข้อเขียนของพระโพธิรักษ์นั้น ก็ต้องยึดความหมายของท่านไว้ก่อน การที่จะนำคำหรือข้อเขียนของพระโพธิรักษ์มาแปลให้ตรงตามพระไตรปิฎกแล้วไป วิเคราะห์นั้น ผิดหลักวิชาการเป็นอย่างยิ่ง
ในกรณีของ หลวงพ่อสด ก็เช่นเดียวกัน ประการสำคัญเลย ก็ต้องหาความหมายของคำว่า “อัตตา” ที่หลวงพ่อสดใช้ ถึงแม้ว่า มันจะแตกต่างจากคนอื่นใช้ก็ตาม ก็ต้องวิเคราะห์ไปตามนั้นก่อน สำหรับความหมายของหลวงพ่อสดที่ต้องการสื่อสารไปให้คนฟังนั้น อธิบายให้เห็นภาพพจน์เลย ต้องขอยืมหลักการของทางคณิตศาสตร์ กล่าวคือ ในความหมายของหลวงพ่อสดนั้น
นิจจัง = สุขัง = อัตตา
ใน ความเป็นจริงแล้ว คำอธิบายที่ว่า "นิจจัง = สุขัง = อัตตา" ยังไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงนัก เป็นเพียงคำอธิบายให้เห็นภาพพจน์เท่านั้น อันที่จริงแล้ว ความหมายของนิจจัง/สุขัง/อัตตาเป็นความหมายเดียวกัน เป็นสิ่งเดียวกัน แต่แยกอธิบายออกเพื่อให้เข้าใจ ถ้าบอกว่า "สิ่ง" หนึ่งเป็นนิจจัง โดยไม่ได้บอกว่าเป็นสุขัง/อัตตา ด้วย ก็พึงโปรดรู้ด้วยว่า "สิ่ง" นั้นเป็น "นิจจัง/สุขัง/อัตตา" ไปโดยอัตโนมัติ
โดยสรุปอย่างสั้นๆ
ถ้ากล่าวว่าสิ่งใดเป็น "นิจจัง" สิ่งนั้นก็ต้องเป็น สุขัง/อัตตา เป็นโดยอัตโนมัติ
ถ้ากล่าวว่าสิ่งใดเป็น "สุขัง" สิ่งนั้นก็ต้องเป็น นิจจัง/อัตตา เป็นโดยอัตโนมัติ
ถ้ากล่าวว่าสิ่งใดเป็น "อัตตา" สิ่งนั้นก็ต้องเป็น นิจจัง/สุขัง เป็นโดยอัตโนมัติ
เพื่อ ให้เข้าใจยิ่งขึ้น ผู้เขียนขออธิบายเพิ่มเติมดังนี้ ในทางพุทธเถรวาท ทุกคนเข้าใจดีว่า นิพพานในศาสนาของพระสมณโคดมหรือพระพุทธเจ้าของเรานี้ มีนิพพานเดียว ดังนั้น ข้อความที่ว่า “นิจจัง/สุขัง/อัตตา” จึงเป็นการอธิบาย "สิ่ง" เดียว ไม่ใช่อธิบาย "สิ่ง" จำนวน 3 ชิ้น กล่าวคือ ถ้ามีนิพพาน 3 แห่ง
นิพพานแห่งหนึ่งเป็น "นิจจัง"
นิพพานแห่งหนึ่งเป็น "สุขัง"
นิพพานแห่งหนึ่งเป็น "อัตตา"
ดังนั้น อาจจะตีความไปได้ว่า นิจจัง/สุขัง/อัตตา มีความแตกต่างกันในทางความหมาย
สำหรับ ปัญหาที่ว่า ทำไมพระพุทธองค์ต้องทรงอธิบายหรือบรรยายสภาพของนิพพานเป็น 3 คำด้วย คำตอบสำหรับปัญหาที่ว่าก็คือ มาจากธรรมชาติ 2 ประการคือ ธรรมชาติของพุทธศาสนิกชนและธรรมชาติของภาษา
ธรรมชาติของ พุทธศาสนิกชนนั้น ต้องยอมรับว่า มีหลายระดับหลายความคิดหลายความรู้หลายบารมี การแยกแยะอธิบายให้เห็นชัดเจนในทุกแง่ทุกมุมจะทำให้พุทธศาสนิกชนเข้าใจพุทธ ธรรมได้ดีและง่าย บางสิ่งบางอย่างถ้าจะใช้คำว่า “นิจจังหรืออนิจจัง” อธิบายให้เห็นสภาพอาจจะง่ายกว่าคำว่าทุกขัง/สุขขัง หรืออนัตตา/อัตตา เป็นต้น
สำหรับธรรมชาติของภาษาก็คือ ในการรับรู้อายตนะภายนอก พุทธศาสนิกชนสามารถรับรู้ได้พร้อมๆ กัน ทั้ง หู ตา จมูก ลิ้น กาย และใจ แต่เมื่อต้องการจะสื่อสารออกไป เนื่องจากมนุษย์มีเพียง “ปาก” เดียวเท่านั้น ธรรมชาติของภาษาจึงต้องสามารถพูดออกมาได้ทีละเรื่องๆ ไป ไม่สามารถพูดได้ทีละหลายๆ เรื่อง
สมมุติว่า เราเกลียดคนๆ หนึ่งที่มีความเลวมากๆ อย่างเช่น นักการเมืองในอดีตหลายๆ ท่าน ในกรณีเช่นนี้ ถ้าเราต้องการบรรยายความเลวของนักการเมืองเลวๆ ดังกล่าว ไม่ว่าจะมีความเลวทรามมากเท่าใดก็ตาม เราก็จะทำได้แต่เพียงบรรยายมาทีละเรื่องเท่านั้น จบเรื่องนี้จึงไปเรื่องอื่นๆ ต่อไป ก็เพราะ ธรรมชาติของภาษาดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
ถ้ามีคนจะตั้งคำถามขึ้น ว่า ในกรณีที่ทศกัณฐ์มีจริงๆ ท่านมีสิบปาก ท่านสามารถจะพูดทีละสิบปากเลย ดังนั้น ทศกัณฐ์น่าจะบรรยายความเลวของนักการเมืองได้ทีละสิบเรื่องด้วยกัน ในกรณีเช่นนี้ก็ต้องขอบอกว่า ทศกัณฐ์ก็ต้องบรรยายทีละปากทีละเรื่องอยู่ดี เพราะ ผู้ฟังมีแค่ 2 หูเท่านั้น ไม่สามารถจะฟังทีละหลายเรื่องหรือทีละหลายปากได้
โดยสรุป ความหมายของข้อความที่ว่า “นิพพานเป็นนิจจัง/สุขัง/อัตตา” ของหลวงพ่อสด ถูกต้องตรงตามพระไตรปิฎกดีแล้ว ทำไมจึงต้องการการตัดคำว่า “นิจจัง/สุขัง” ออกไป แล้วโจมตีว่า หลวงพ่อสด สอนว่า “นิพพานเป็นอัตตา”
มีต่อ >>
มนัส โกมลฑา
Ph.D. (Integrated Sciences/สหวิทยาการ)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
-----------------------------------------------
เว็บแนะนำครับ
ศูนย์รวมข้อมูลการเผยแพร่ การเรียนการสอน วิชา ธรรมกาย
เว็บบอร์ดของเว็บ Wisdominside
เว็บ Wisdom Inside ภาคภาษาไทย
ตำราเกี่ยวกับวิชาธรรมกายทุกหลักสูตรสำหรับให้ค้นคว้า ฟรี!!
Blog of Free Meditation Training
ประชาสัมพันธ์
Around the world Booking & tour


เมนูของ komoltha4299





