วิธีที่ใช้วัดผลการปฏิบัติธรรม

ได้กล่าวถึงการวัดผลการปฏิบัติธรรมโดยย่อค้างไว้ ขอบันทึกต่อในบันทึกหน้านี้นะคะ

การนำธรรมะมาปฏิบัติ เกิดจาก เมื่อเรามีความคิดอยากพัฒนาตนเองแล้ว (กุศลฉันทะ บางท่านเข้าใจว่าความอยากเป็นตัณหาไปเสียทั้งหมด แต่ในความจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้น) และมีศรัทธาในปัญญาของพระพุทธองค์ หรือก็คือเชื่อมั่นในศักยภาพในการพัฒนาของมนุษย์ (ตถาคตโพธิสัทธา) จึงเกิดกระบวนการทั้ง ๗ ในการแสวงหาความรู้ ครูผู้สอน เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ถูกต้องตามธรรมชาติ ไล่เรื่อยไปจนถึงสามารถคิดตามธรรมเองได้ (บุพนิมิต) จึงเริ่มนำทางสายกลาง คือ มรรคมีองค์ ๘ หรือหนึ่งในอริยสัจ ๔ มาใช้เป็นหลักในการดำรงชีวิต

เมื่อปฏิบัติตามมรรคมีองค์ ๘ ไปสักระยะ เราคงอยากรู้ว่า เราก้าวหน้าในการปฏิบัติ หรือไม่ มีหลักวัดผลในเรื่องนี้อยู่ ๓ หลักค่ะ

๑. วัดด้วยหลักอริยวัฒิ ( หลักวัดความเจริญของอริยชน )

เป็นการวัดด้วยกุศลธรรมที่งอกเงย งอกงาม แทนที่อกุศลธรรม โดยมีหลักพิจารณาอยู่ ๕ ประการ

ประการที่ ๑ ศรัทธา ดูว่ามีความศรัทธาในสิ่งดีงาม หรือแม้แต่ความมั่นใจในศักยภาพในการพัฒนาตนเองตามโพธิสัทธา อันเป็นสิ่งที่ดี ดูว่าสิ่งเหล่านี้มีเพิ่มขึ้นหรือไม่

ประการที่ ๒ ศีล ดูว่ามีศีลเพิ่มขึ้นหรือไม่ หรือก็คือดูว่าการปฏิบัติตนต่อสังคม สภาพแวดล้อมดีขึ้น ราบรื่นขึ้น มีวินัยขึ้นหรือไม่

ประการที่ ๓ สุตะ ดูว่ามีความรู้เพิ่มขึ้นหรือไม่ นำประสบการณ์มาเพิ่มพูนเป็นความรู้ในการพัฒนาตนมากขึ้นหรือไม่

ประการที่ ๔ จาคะ ดูว่ากิเลสต่างๆลดลงบ้างหรือไม่ โดยเฉพาะความโลภ โกรธ หลง มีน้ำใจเสียสละเพื่อส่วนรวมมากขึ้นหรือไม่

ประการสุดท้าย ปัญญา มีความรู้ ความเข้าใจสิ่งต่างๆถูกต้องตามความเป็นจริง ตามเหตุปัจจัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ และนำความรู้ที่มีอยู่มาใช้แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์หรือไม่

picture

๒ วัดด้วยการดูการทำหน้าที่ต่อธรรมต่างๆตามอริยสัจ ๔

อริยสัจ ๔ อันประกอบด้วยทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ( หรือก็คือมรรคมีองค์ ๘ ) นั้น ในการนำมาใช้งานจริงๆ ต้องนำมาหมุนวน ( ปริวัฏฏ์ ) พิจารณา ๓ รอบ

คือรอบแรก รู้คำจำกัดความตามความเป็นจริงของทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ว่าคืออะไร (สัจญาณ หยั่งรู้สัจจะ )

รอบสองรู้ว่าเรามีหน้าที่ หรือควรปฏิบัติต่อทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค อย่างไร ( กิจญาณ หยั่งรู้กิจ )

รอบสามดูว่าหน้าที่ต่อทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เราได้ทำไปแล้วแค่ไหน ( กตญาณ หยั่งรู้การทำสำเร็จ )

อริยสัจ ๔ เมื่อหมุนวนพิจารณาครบทั้ง ๓ รอบ จึงเรียกว่า อริยสัจ ๔ ปริวัฏฏ์ ๓ มีอาการเป็น ๑๒

picture

๓ ดูสภาพจิตที่เดินถูกทาง

สภาพจิต หากฝึกฝนถูกต้อง ควรเกิดองค์ธรรม ตามกันมาเป็นลำดับนั่นคือ

ปราโมทย์ ร่าเริง เบิกบานใจ อันนำไปสู่ ปิติ ความอิ่มใจ ปลาบปลื้มใจ

ปิติที่เกิดอย่างสม่ำเสมอนี้เอง เป็นตัวนำไปสู่สมาธิปิตินั้นมีอำนาจอยู่ในตัวอย่างหนึ่ง คือทำให้เกิด ปัสสัทธิความสงบระงับ เมื่อมีความสงบระงับ ก็ย่อมเกิด สุขไม่มีภาวะบีบคั้นจิตมีความสงบ อันนำไปสู่สมาธิหรือความตั้งมั่น ไม่ฟุ้งซ่าน

เมื่อสมาธิเกิด จิตอยู่ในลักษณะที่เรียกว่า กัมมนีย์ ก็พร้อมที่จะนำจิตที่มีพลัง นุ่มนวล ควรแก่งานนี้ ไปใช้พิจารณาธรรมต่อไป

สำหรับการวาดหวายขาวต้นนี้ จะคล้ายๆการวาด หวายแคระสีขาว ค่ะ ต่างแค่สีปากกระป๋าเท่านั้น

.................................................

อ้างอิง

พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ.ปยุตฺโต ) ปฏิบัติธรรมให้ถูกทาง ( หน้า ๔๒ ) สำนักพิมพ์ระฆังทอง นครปฐม

พุทธทาสภิกขุ วิธีชนะความตาย ธรรมสภา ๑ / ๔-๕ ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร