ภิกษุ ท.! ถ้าธรรมห้าประการ ไม่เว้นห่างไปเสียจากคนเจ็บไข้ ทุพลพลภาพคนใด ข้อนี้เป็นสิ่งที่เขาผู้นั้นพึงหวังได้ คือเขาจักกระทำให้แจ้งได้ซึ่งเจโตวิมุติปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในทิฏฐธรรมนี้ เข้าถึงแล้วแลอยู่ต่อกาลไม่นานเทียว ธรรมทั้งห้าประการนั้นเป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท.! ในกรณีนี้ ภิกษุ :-

เป็นผู้มีปกติตามเห็นความไม่งามในกาย อยู่
เป็นผู้มีปกติสำคัญว่าปฏิกูลในอาหาร อยู่
เป็นผู้มีปกติสำคัญว่าไม่น่ายินดีในโลกทั้งปวง อยู่
เป็นผู้มีปกติตามเห็นความไม่เที่ยงในสังขารทั้งปวง อยู่
มรณสัญญาอันเขาตั้งไว้ดีแล้วในภายใน อยู่

ภิกษุ ท.! ธรรมห้าประการเหล่านี้ ไม่เว้นห่างไปเสียจากคนเจ็บไข้ ทุพลลภาพคนใด ข้อนีเป็นสิ่งที่เขาผู้นั้นพึงหวังได้ คือเขาจักกระทำให้แจ้งได้ซึ่งเจโตวิมุตติปัญยาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายด้วยปัญญายิ่งเองในทิฏฐธรรมนี้ เข้าถึงแล้วแลอยู่ ต่อกาลไม่นานเทียว

-ปญฺจก อํ. ๒๒/๑๖๐/๑๒๑

[ ธรรมห้าประการนี้ ในสูตรอื่น (ปญฺจก อํ. ๒๒/๙๔/๖๙) ตรัสไว้ไม่เฉพาะคนเจ็บไข้ แต่ตรัสไว้สำหรับคนทั่วไป ว่าเป็นธรรมที่เมื่อเจริญทำให้มากแล้ว จะเป็นไปพร้อมเพื่อเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ดับสนิท รู้ยิ่ง รุ้พร้อม และนิพพาน โดยส่วนเดียว

สูตรถัดไปอีก (๒๒/๙๕/๗๐) ตรัสว่า เมื่อเจริญทำให้มากแล้ว เป็นไปเพื่อสิ้นอาสวะทั้งหลาย

อีกสูตรถัดไป (๒๒/๙๕/๗๑) ตรัสว่า เมื่อเจริญทำให้มากแล้ว มีเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติเป็นผล เป็นอานิสงส์].

พุทธทาสภิกขุ อริยสัจจากพระโอษฐ์ภาคปลาย ธรรมสภา 1 /4-5 ถ.บรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ 10170 โทร 0 -2441-1535 (หน้า1434-1435)