ทำไมครูวิทยาศาสตร์ต้องทำวิจัย
การวิจัย : กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้เพื่อตอบคำถาม หรือปัญหาที่มีอยู่อย่างเป็นระบบ และมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
ทำไมครูวิทยาศาสตร์ต้องทำวิจัย
การวิจัย : เป็นเครื่องมือเป็นกระบวนการที่ทุกงานในทุกสาขาอาชีพ ใช้ในการหาความรู้ หรือข้อค้นพบในการแก้ปัญหา หรือพัฒนางานได้อย่างเป็น ระบบ น่าเชื่อถือ
งานของครูนับเป็นวิชาชีพชั้นสูง ที่ต้องการความเชื่อถือได้ใน ผลงาน ซึ่งถ้าครูใช้ การวิจัย ในการพัฒนา หรือแก้ไขปัญหาการจัด การเรียนรู้ของผู้เรียน จะแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นได้ในการปฏิบัติงานของครู และเป็นการประกันคุณภาพระดับห้องเรียน/ชั้นเรียนของ ครูวิทยาศาสตร์
การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Research)
- กระบวนการศึกษาค้นคว้า รวบรวมข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อตอบคำถาม (ปัญหา) ที่เกี่ยวข้องกับภาระงานที่ปฏิบัติอยู่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพของงานที่กำลังปฏิบัติอยู่และ ผู้วิจัย คือ ผู้ปฏิบัติงาน (ครูผู้สอน)
- กระบวนการแสวงหาความรู้เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนอย่างมีระบบ และมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน โดยมีกระบวนการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง คือ มีการวางแผนหลังจากที่มีการกำหนดประเด็นปัญหาผู้เรียนที่ต้องการปรับปรุงแก้ไข (Plan) ลงมือปฏิบัติตามแผนที่กำหนดไว้ (Do) สังเกตและสะท้อนผลหลังจากลงมือปฏิบัติ (Check) ถ้ายังมีประเด็นที่ต้องการแก้ไขปรับปรุงอยู่ก็ดำเนินการวางแผนลงมือปฏิบัติ สังเกตและสะท้อนผล (Act) โดยทำเป็นวงจรคุณภาพต่อไปเรื่อย ๆ จนบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
- ผู้วิจัย คือ ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์
แนวทางการวิจัยในชั้นเรียนสำหรับครูวิทยาศาสตร์
- เป้าหมายของการวิจัย : ได้องค์ความรู้ที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไขการจัดการเรียนรู้ที่ปฏิบัติอยู่
- วิธีการกำหนดประเด็นปัญหาหรือคำถามในการวิจัย : ประเด็นปัญหาของผู้เรียนจากบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ของครู
- วิธีการตรวจสอบเอกสาร : ไม่เน้นการตรวจสอบเอกสารมากนักอนุโลมให้ใช้ข้อมูลจากแหล่งทุติยภูมิ
- การสุ่มกลุ่มตัวอย่าง : ไม่เน้นการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มที่ศึกษาคือ ผู้เรียนที่มีปัญหาในห้องเรียนที่สอน อาจเป็นกลุ่มเล็ก 3 - 5 คน
- การสร้างสื่อ/นวัตกรรม : เน้นสื่อ/นวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาเฉพาะเรื่องที่เป็นปัญหา
- การเก็บรวบรวมข้อมูล : ครูผู้สอนเป็นผู้เก็บรวบรวม บันทึกคะแนนก่อน/หลังเรียน หรือเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด และกำหนดระยะเวลาสั้น ๆ อาจประมาณ 1-2 สัปดาห์
- การวิเคราะห์ข้อมูล : ใช้การหาค่าเฉลี่ย หรือร้อยละ ไม่เน้นการทดสอบความมีนัยสำคัญทางสถิติ และการนำเสนอข้อมูลดิบ
- การนำผลไปใช้ : เน้นความสำคัญที่เป็นผลจากการปฏิบัติ
การบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ที่นำไปสู่การทำวิจัย ในชั้นเรียน
การบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย
- ผลการจัดการเรียนรู้ ..............ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ทั้งด้าน K ,P, A โดยระบุเป็นระดับคุณภาพ/ร้อยละที่ชัดเจน
- ปัญหา/อุปสรรค...............ระบุชื่อผู้เรียนที่มีปัญหาในการเรียนรู้ด้าน K, P, A ให้ชัดเจน
- แนวทางแก้ไข...............ให้เสนอแนะแนวทางแก้ไขให้ชัดเจน และระบุสื่อ/นวัตกรรมที่ครูจะนำมาใช้แก้ปัญหาให้กับผู้เรียน
เห็นไหมคะ .........วิจัยในชั้นเรียนสำหรับครูวิทยาศาสตร์..........ง่ายนิดเดียว............... (ไม่ใช่ยากเยอะนะคะ) พบกันตอนที่ 2ค่ะ
เห็นด้วยกับอาจารย์นราวัลย์ค่ะ …วิจัยไม่ยากเลย เป็นการทำงานที่เราทุกคนทำกันอยู่แล้ว เพียงแต่จัดระบบ ทำเป็นขั้นเป็นตอน จัดเก็บสารสนเทศหลักฐานร่องรอยการปฏิบัติงานไว้เป็นหมวดหมู่ เท่านี้ก็ OK เน๊อะ วิจัยชีวิตยังได้เลย
ข้อเขียนนี้เป็นประโยชน์มากต่อการศึกษาในวงกว้าง ทั้งต่อผู้ที่กำลังคิดจะทำวิจัยในชั้นเรียน นักวิขาการศึกษา ศึกษานิเทศก์ และผู้สนใจทั่วไป.....ขอเป็นกำลังใจเขียนเป็นวิทยาทานและ นำความรู้ประสบการณ์ที่ฝังลึก(Tacit Knowledge) มาเล่าขานผ่านเวที "โลกไร้พรมแดน" แห่งนี้ เพื่อพัฒนาการศึกษาชาติต่อไป....
ขอบคุณน้องอ้วนที่มาแวะเยี่ยมทักทานกัน เพื่อเป็นการขยายความรู้กรุณาบอกต่อนะคะ
นราวัลย์
ขอขอบคุณอย่างสูงสำหรับ ศน.วิชัย ศรีสมบัติ ที่ได้ให้ความรู้ เรื่อง การทำ Blog online ให้พี่อย่างกัลยาณมิตรนิเทศที่แท้จริง
ป้านราวัลย์
น้องวิชัยเจ้า
กรุณาทำหัวของ "Weblog ให้ป้านรา สวย ๆ ดังนี้ นะคะ "วิทยาศาสตร์น่ารู้...........สู่มืออาชีพ"
ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ป้านรา
ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำวิจัยได้ดีมากค่ะ