ปล. ตอนนี้ผมเขียนบล็อกมาได้กว่า 270 เรื่องแล้ว ล้วนเป็นสาระน่ารู้ต่างๆ ท่านที่เข้ามาชมบล็อกใหม่ ผมได้จัดทำเป็นสารบัญ แบบหนังสือให้ดูหัวเรื่องได้ง่ายที่ Blog of All You Needs to Know
เปิดทีเดียวเลือกดูเนื้อเรื่องได้ครบครับ จะได้ไม่เสียเวลาคลิกที่ group blog เข้าๆ-ออกๆ ทีละ group
ปริศนาอัศจรรย์ครอปเซอร์เคิล (Crop circles)
ปริศนาอัศจรรย์ครอปเซอร์เคิล (Crop circles)
สัญลักษณ์จากห้วงจักรวาล ?
ปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นจริงในหลายๆประเทศทางแถบยุโรป และที่ต่างๆทั่วโลก ปัจจุบันนี้มีการรายงานการเกิด Crop circles ใน 29 ประเทศ เป็นปรากฏการณ์ที่ถือว่าไม่ธรรมดามากๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านรูปแบบ วิธีการ ขนาด ระยะเวลาการเกิด และผู้สร้าง ล้วนเป็นความลับ ให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ และนักคาดเดาต่างต้องทำงานกันอย่างหนัก แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่ใกล้ความเป็นจริง ที่จะเฉลยปริศนานี้ได้
Crop circles (ครอปเซอร์เคิล) เกิดเป็นรูปร่างโดยธัญพืชที่มีแปลงเพาะปลูกขนาดใหญ่นั้น ได้ล้มลงเป็นจำนวนมาก เกิดลวดลายขึ้น ตัดกับส่วนที่ยังตั้งอยู่ จึงเห็นเป็นลวดลายชัดเจน โดยมีรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน สวยงาม เป็นระเบียบ ส่วนใหญ่มีวงกลมเป็นหลัก และประกอบด้วยรูปทรงเรขาคณิตอีกหลากหลาย และมีขนาดใหญ่มาก ไม่สามารถมองดูได้จากพื้นดินธรรมดา แต่เมื่อมองจากมุมสูงจึงจะเห็นเป็นลวดลายชัดเจน เป็นลักษณะของสัญลักษณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โดยเฉพาะมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น การสร้างจึงต้องใช้เทคนิคและเทคโนโลยี่ขั้นสูงมากๆ จึงจะสามารถทำได้ ดังนั้นจึงมีคำถามว่า คือ ใครเป็นคนทำ ทำได้อย่างไร ใช้อะไรในการทำ และทำเพื่ออะไร
เคยมีการปล่อยข่าว จากหลายๆรัฐบาล ของประเทศที่มี Crop Circles เกิดขึ้น เพื่อเบี่ยงเบนและควบคุมความสนใจของคน หรือกลบเกลื่อนปริศนาที่ไร้คำตอบนี้ ว่า ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจากการกระทำของคนอายุระหว่าง 60-70 ปี 2 คน แต่ก็กลบเกลื่อนเรื่องนี้ไปได้ไม่นาน สุดท้ายความจริงก็ถูกเปิดเผย เพราะเหตุผลอ้างอิงไม่หนักแน่นพอ เอาง่ายๆว่าคนแก่ 2 คน จะใช้เครื่องมืออะไร มาทำลวดลายขนาดใหญ่ กลางทุ่งนา ได้ในชั่วเวลาเพียงพริบตา ต่อให้ทำทั้งคืนผมว่าก็ยังไม่เสร็จอยู่ดี ชายชาวอังกฤษสองคนได้ออกมาเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ว่า Crop circles เป็นเรื่องหลอกลวงมันเกิดจากฝีมือของมนุษย์คือ เดฟ คอร์ลีและโดฟ โบเวอร์ (Dave Chorley and Doug Bower) อ้างว่าพวกเขาเป็นผู้สร้างมันขึ้นมารวมแล้วกว่า 1,000 แห่ง ตั้งแต่ปี 1978 โดยใช้ไม้กระดานขนาด 4 ฟุต และเชือกเป็นเครื่องมือ ในขณะเดียวกันก็มีนักหลอกลวงกลุ่มอื่นๆออกปฏิบัติการในยามค่ำคืนอย่างเดียวกับพวกเขาด้วย นิตยสารไทม์ฉบับวันที่ 23 กันยายน 1991 พูดถึงเรื่องนี้ว่า นี่คือการนำไปสู่จุดจบของเรื่องซึ่งเป็นหนึ่งในความลึกลับที่สุดของอังกฤษและของโลกแล้ว
ลักษณะของ Crop Circles ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดในไร่นาที่ปลูกธัญพืชต่างๆ ประเภทข้าว เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาเล่ห์ ข้าวโพด ซึ่งจะเป็นการล้มของต้นธัญพืชมากมาย ออกมาเป็นรูปทรงต่างๆ ซึ่งถ้าสังเกตจากต้นพืชที่ล้มลง ก้านนั้นจะไม่หักเลยทีเดียวแต่จะงอไปทางขวา ซึ่งจะเกิดขึ้นบริเวณหนึ่งนิ้วจากพื้นดินก่อนที่จะถึงข้อแรกของลำต้น ในบางโอกาสนั้นการงอจะเกิดขึ้น หกนิ้วนับจากหัวเมล็ด ซึ่งตรงนี้นี่เองที่ใช้เป็นข้อโต้แย้งเกี่ยวกับข่าวลือของการเกิด Crop Circles เพราะถ้ามีการใช้เครื่องมือทับต้นไม้ มันจะต้องแบนราบไปกับพื้น และจะต้องมีความเสียหายเกิดขึ้นกับต้นพืช ในช่วงปี1980 จำนวน 90% ของการเกิด Crop Circles ในทางตอนใต้ของอังกฤษนั้น จะเป็นรูปทรงวงกลม วงกลมกับวงแหวน และอื่นๆ แต่ในช่วงปลายปี1980 นั้น Crop Circles ส่วนใหญ่จะมีรูปแบบออกมาในลักษณะเส้นตรง ซึ่งจะออกมาคล้ายๆกับสัญลักษณ์ และภายหลังจากปี1990 รูปแบบของ Crop Circles จะซับซ้อนขึ้นมาก นอกจากความซับซ้อนจะเพิ่มขึ้น ขนาดก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในบางแห่งนั้นกินวงกว้างถึง 200,000 ตารางฟุต จนถึงปัจจุบันนี้ได้มีรายงานการเกิด Crop Circles กว่า 10,000 ครั้ง มนุษย์ว่างงานคนไหน จะมีเวลาไปทำอะไรเล่นๆ ได้มากมายขนาดนั้น (ว่างแล้วต้องรวยด้วยนะครับ จึงจะมีเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทั่วโลก)
มีอีกทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เป็นของด๊อกเตอร์ คอลลิน แอนดริวส์ นักวิทยาศาสตร์อังกฤษซึ่งศึกษาครอปเซอร์เคิลมาเป็นเวลา 17 ปี ในปี 2000 แอนดริวเปิดเผยผลวิจัยซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ว่า ราวๆ ร้อยละ 80 ของครอปเซอร์เคิลเป็นฝีมือของมนุษย์ ครอปเซอร์เคิลเหล่านี้ จะมีรูปทรงซับซ้อนและวิจิตรพิสดารส่วนที่เหลือซึ่งมีรูปทรงง่ายๆนั้น เขาเชื่อว่ามันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กในบริเวณนั้น ซึ่งทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าและกระแสไฟนี้เองเป็นตัวการทำให้พืชล้มลง งานวิจัยที่พบว่าครอปเซอร์เคิลบางแห่งทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเช่นไมโครโฟน หรือเครื่องบันทึกเสียงถูกรบกวนจนใช้การไม่ได้ รวมทั้งผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นจะรู้สึกปวดศีรษะหรือมีอาการคลื่นไส้ สนับสนุนทฤษฎีนี้ นักวิจัยบางคนเชื่อว่ามันเกิดจากพลังงานที่ตกค้าง
ทฤษฎีนี้ได้รับการสนับสนุนจากผลการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นคือ ศาสตราจารย์โอซึกิ (Ohtsuki) เขาใส่พลาสมา (plasma Fireballs) ลงในถาดแป้ง ผลปรากฏว่ามันทำให้เกิดวงแหวนสองชั้นรอบศูนย์กลาง ปี 1991 ได้มีการค้นพบครอปเซอร์เคิลหลายร้อยแห่งในอังกฤษ มันยังแพร่ระบาดไปในเยอรมัน สหรัฐอเมริกา บราซิล โรมาเนีย ฮังการีและญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้นมันได้เปลี่ยนแปลงรูปทรงใหม่ที่สลับซับซ้อนมากขึ้น เรียกว่า Pictrogram เสมือนการสื่อความหมายบางอย่างด้วยภาพ รูปแบบใหม่ของมันทำให้ทฤษฎีผู้มาจากต่างมิติที่พยายามสื่อสารกับมนุษย์เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ความซับซ้อนของรูปทรงครอปเซอร์เคิล ทำให้ทฤษฎีพลาสมาไม่สามารถอธิบายรูปทรงนี้ได้ ในขณะที่คำกล่าวอ้างเรื่องแสงไฟประหลาดเหนือท้องทุ่งยามดึก แล้วทำให้เกิดครอปเซอร์เคิลในรุ่งอรุณของทฤษฎียูเอฟโอ ก็ยังใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ แต่มันก็ยังเป็นทฤษฎีที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ในปี 1992 การเกิดครอปเซอร์เคิล มีความสลับซับซ้อนของรูปทรงเรขาคณิต และขนาดอันมหึมาหลายร้อยฟุตในทุ่งบาร์เลย์ และ ทุ่งข้าวโพด พร้อมๆกับการแพร่ระบาดไปกว่า 10 ประเทศ และยังทำให้ตัวเลขนักวิจัยเพิ่มสูงขึ้น อีกด้านหนึ่งมันคือศิลปอันวิจิตรพิสดารบนท้องทุ่ง ซึ่งผลิตช่างภาพมืออาชีพมากมาย และเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับครอปเซอร์เคิลที่เฟื่องฟูอยู่ทุกวันนี้


จนถึงปัจจุบัน มี Crop circles เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนที่อังกฤษรวมแล้วประมาณ 10,000 แห่ง ส่วนใหญ่เกิดทางภาคใต้ และ 90 เปอร์เซนต์ อยู่ในรัศมี 50 ไมล์จากสโตนเฮน(Stonehenge) Crop circles บางแห่ง สื่อความหมายเกี่ยวกับจักรวาลและแกแล็คซี่ บางแห่งสื่อความหมายเกี่ยวกับหายนะของโลกจากอาวุธนิวเคลียร์ และบางแห่งสื่อความหมายเกี่ยวกับผลร้ายของการทำลายสภาพแวดล้อม ในวันที่ 17 สิงหาคม 2001 นักวิจัยครอปเซอร์เคิลต้องตะลึงกับ Crop circles รูปแบบใหม่สองแห่งในทุ่งข้าวโพดใกล้กล้องโทรทรรศน์วิทยุ Chilbolton ที่ Hampshire อังกฤษ มันเป็นภาพกราฟิกของสัญญาณวิทยุที่ส่งจากโลกไปยังกลุ่มดาว M13 อีกแห่งหนึ่งเป็นภาพหน้าคนที่คล้ายภูเขาหน้าคนบนดาวอังคาร ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครบรอบปี ได้เกิด Crop circles แบบนี้ขึ้นอีก มันคือ Crop circles ที่แสดงภาพของ E.T. ห่างจากที่ตั้งกล้องโทรทรรศน์ Chilbolton ราว 9 ไมล์ในวันที่ 15 สิงหาคม 2002 สำหรับนักวิจัยแล้ว ความพยายามของพวกเขาไม่ไร้ผล นักวิจัยได้พบเบาะแสบางอย่างที่อาจคลี่คลายปริศนานี้ได้ นั่นคือการพบความผิดปกติในลำต้นของพืชใน Crop circles ที่พวกเขาอ้างว่าสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างของจริงกับที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ Crop circles ของจริงนั้นลำต้นของพืชที่ล้มซึ่งอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 1 นิ้ว มีลักษณะโค้งงอไม่แตกหัก นอกจากนั้นโครงสร้างของเซลล์ (cell Pit) ยังเปลี่ยนแปลง คือเซลล์ขยายตัวเหมือนได้รับความร้อน ด๊อกเตอร์ วิลเลียม เลเวนกูด เชื่อว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เกิด Crop circles มันต้องใช้พลังงานที่เร็วและหนาแน่นจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเซลล์ นักวิจัยเชื่อว่าพลังงานที่ว่านั้นน่าจะเป็นไมโครเวฟ ทฤษฎีนี้เรียกว่า Microwave Transient Heating นักวิจัยยังอ้างการศึกษาผลกระทบของพืชใน Crop circles เปรียบเทียบกับพืชที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งพบว่า เมล็ดพืชในครอปเซอร์เคิลมีอัตราการเจริญเติบโตเร็วกว่าเมล็ดพืชบริเวณใกล้เคียงถึง 45 เปอร์เซ็นต์
แต่ในปี 2000 ชายชาวอังกฤษกลุ่มหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยตนเองว่าเป็นผู้สร้าง Crop circles ที่วิจิตรพิสดารหลายสิบแห่งในภาคใต้ของอังกฤษมากว่า 11 ปี พวกเขาเรียกตนเองว่า Circlemakers โดยใช้คอมพิวเตอร์ร่างรูปแบบก่อน พวกเขาได้รับเชิญจากสื่อมวลชนให้สาธิตการสร้าง Crop circles ที่มีความซับซ้อนหลายครั้ง ซึ่งพวกเขาทำได้จริงๆ และก็ไม่ได้ใช้ไมโครเวฟ ปัจจุบันพวกเขามีเว็บไซต์ที่แสดงผลงานและเสนอข่าวสารเกี่ยวกับครอปเซอร์เคิล ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่ามีทฤษฎีเดียวเท่านั้นที่จะอธิบาย Crop circles ได้ นั่นคือ ทฤษฎีมนุษย์เป็นผู้สร้างแต่อย่างไรก็ตาม นักวิจัย Crop circles ก็ยังเชื่อเหมือนกับแอนดริวว่า มันไม่ทั้งหมดที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของนักวิจัยหลายกลุ่มจึงยังดำเนินอยู่ต่อไป Circlemaker คนหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้ว่า ไม่มีใครอยากเชื่อคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์หรอก เพราะผู้คนต้องการเชื่อสิ่งที่เป็นความลึกลับมากกว่า “สาธารณชนไม่ต้องการคำอธิบาย” เขากล่าว
คุณละครับ ดูรูปแล้ว เชื่อตามทฤษฎีไหนมากกว่ากัน ?
ปล. ตอนนี้ผมเขียนบล็อกมาได้กว่า 270 เรื่องแล้ว ล้วนเป็นสาระน่ารู้ต่างๆ ท่านที่เข้ามาชมบล็อกใหม่ ผมได้จัดทำเป็นสารบัญ แบบหนังสือให้ดูหัวเรื่องได้ง่ายที่
Blog of All You Needs to Know
เปิดทีเดียวเลือกดูเนื้อเรื่องได้ครบครับ จะได้ไม่เสียเวลาคลิกที่ group blog เข้าๆ-ออกๆ ทีละ group
เรียบเรียงจาก
ศรีธนนชัย - sudipan.net
http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?p=32467
???nuihome
http://tocropcircle.blogspot.com/
ภาพจาก
http://www.cropcircles.net/photographsofcropcircles2002.htm
http://www.lucypringle.co.uk/photos/2007/uk2007bw.shtml
สวัสดีครับอาจารย์
ขอบคุณครับ
เป็นอะไรที่น่าสนใจมากครับขนาดผมแค่ม.3 ยังมีความเชื่อเรื่องพัคนี้แต่ที่ผมอยากรู้ว่าพวกเค้ามาทำอะไรและมาเพื่อจะบอกอะไร แต่ก็ยังไม่มีข้อพิสูตร แล้วทำไมผู้คนไม่สนใจเรื่องแบบนี้เลยละจะมีก็ส่วนน้อยที่จะเข้ามาค้นหา อยากจะได้ข้อพิสูตรจริงครับ
เป็นอ่ะไรที่ลึกลับมาก ขอบคุณที่นำมาไห้ดูครับ
ดร้อปเซอร์เติ้ล
ดร.เดล วันล้อฟ ผู้ปกครองเมืองอังกฤษ เป็นผู้ที่รู้ในเรื่องนี้ ดร้อปเซอร์เคิ้ล เป็นสถานที่สัญลักษณ์การลงจอดของจานบินมนุษย์ต่างดาว มีพื้นที่กว้าง 1 ตารางกิโลเมตร เหมือนกันทุกแห่ง มีหลายพื้นที่ ที่เหิทฟอร์เชียร์ ประเทศอังกฤษ ก็เช่นเดียวกัน
พื้นที่ดร๊อปเซอร์เคิ้ล เป็นที่ราบ โล่งเตียน ลุ่มๆดอนๆ มีทุ่งหญ้าเกิดขึ้นทีหลังได้บ้าง เนื่องจากความเร็ว และแรงของจานบิน ที่ขึ้นและลงจอด ทำให้เกิดสภาพไร้น้ำหนัก วัตถุสิ่งของพืชต้นไม้และอื่นๆในบริเวณนั้น ปลิวว่อนออกไปหมดทันทีในชั่วพริบตา
จานบินของมนุษย์ต่างดาวเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตอนบินจะดูเป็นรูปทรงกลม ซึ่งจานบินของมนุษย์ต่างดาวใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จุดพลังงานปรมณูเป็นแรงดันขับเคลื่อนจานบิน เป็นแรงขับดันมหาศาล เกิดสภาพไร้น้ำหนัก จานบินลอยไปในพริบตา
มนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลกมนุษย์ ชื่อว่า “มนุษย์หิน” มาจากเมืองสามหาว น่าจะมาจากดาวพฤหัส แต่ยังไม่ยืนยันแน่นนอน มนุษย์ต่างดาวจะมาเยือนโลกมนุษย์บ่อย พบอะไรที่โลกมนุษย์จะเก็บไปหมด ตอนนี้ที่เก็บไป มีหิน ดิน ทราย น้ำ ข้าวสาร และอื่นๆที่เก็บได้ ส่วนคนและสัตว์บนโลกมนุษย์ มนุษย์ต่างดาวยังจับเอาไปไม่ได้ สิ่งที่มนุษย์ต่างดาวนิยมมากที่สุด คือ หินแสงที่ขั้วโลกเหนือโลกมนุษย์ มนุษย์ต่างดาวจะเก็บไปใช้เป็นเครื่องประดับบ้าน หินแสงนี้มีคุณสมบัติคือให้แสงสว่างเหมือนกลางวัน
มนุษย์ต่างดาวมาเสียชีวิตที่โลกมนุษย์หลายหมื่นคน เนื่องจากจานบินชำรุดเกิดระเบิด หรือบางครั้งจานบินลงจอดใกล้ภูเขา เมื่อจานบินหยุดนิ่ง สภาพไร้น้ำหนักก็หมดไป ก้อนกินใหญ่ จากภูเขาที่ปลิวว่อนอยู่ก็ตกลงมาทับจานบินระเบิดเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
25 ตุลาคม 2551
ไม่รู้ว่าเป็นCrop circles ร่องรอยจากUFOจิงหรือป่าว แต่ผมว่ามันสวยมากคับ หรือพระเจ้าเป็นผู้วาดลงทุ่งนา แต่ผมเชื่อว่าUFOมีจริงแน่นอน ไม่รุ้ผมจะอุปะโหลกไปเองรึป่าวแต่ก็เคยเห็นมาแต่เป็นเวลาที่เร็วมาก
บางรูปเหมือนจะบอก วิธีผ่านมิติ หรือสอนเราทำไรสักอย่าง
บางรูปเหมือนสอน วิธี ผ่าน มิติ ไป หรือ จะบอกอะไรสักอย่าง หรือผม คิดไปเองก็ได้