หากมีแนวคิดว่า R2R = ½ ของ ( HA+ Research)....ท่าจะดี

ฉันโชคดีได้มีโอกาสเข้าร่วมงานการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากงานประจำสู่งานวิจัย “R2R : เสริมพลัง  สร้างสรรค์ และพัฒนา ที่จัดโดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขและภาคี R2R

 

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช และ ดร.นิภาพร ลครวงค์ ผู้ค้นพบ R2Rในงานบริการวิสัญญี รพ.ศรีนครินทร์ มข.

ผลงานวิจัยของทีมงานวิสัญญี รพ.ศรีนครินทร์ มข.ของเราได้รับรางวัลดีเด่นระดับตติยภูมิ 2 เรื่องคือ

1.     การบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วย (Pain Service) เพื่อสนับสนุนการบริการวิชาการและการวิจัย โดยคุณสุธันนี  สิมะจารึกและคณะ

2.     การประดิษฐ์วงจรวางยาสลบเพื่อใช้ในงานบริการวิสัญญีประจำวัน โดย รศ.สรรชัย  ธีรพงค์ภักดีและคณะ

งานนี้ทีมแรก คุณสุธันนี  สิมะจารึก กับ คุณศศิวิมล พงษ์จรรยากุล เป็นตัวแทน ทีม Acute Pain Service”  นำเสนอบนเวที  และทีมที่สอง รศ.นพ.สรรชัย ธีรพงค์ภักดี มอบหมายให้ รศ.พญ.วราภรณ์ เชื้ออินทร์และผู้เขียน(ที่ได้ต่อยอดงานวิจัยด้วยวิจัย)  ให้เป็นผู้เล่าเรื่องให้เพื่อนๆฟังในกลุ่มแยกย่อยค่ะ

รศ.นพ.สรรชัย  ธีรพงศ์ภ้กดี ผู้ประดิษฐ์วงจร CCX และคุณวัฒนา  ตันทนะเทวินทร์ทีมงานผู้มีความสามารถสูงค่ะ

 

ฉันเองเสียดายแทนผู้ฟังที่ไม่มีโอกาสได้ยินเรื่องราว แรงบันดาลใจจากปากของ อ.สรรชัย  ผู้ริเริ่มการคิดดัดแปลงอุปกรณ์นี้เอง

 

นับเป็นวาสนาของผู้บันทึกโดยแท้... ที่มีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดท่านมานาน  นับตั้งแต่เห็นท่านนั่งควั่นกระบอกฉีดยาให้กลมดิ๊ก  ในช่วงคิดประดิษฐ์ช่วงแรกๆในปี 2530....จนปัจจุบัน  จึงซึมซับแนวคิดท่านมาบ้าง

ส่วนประกอบที่หาได้ในงานและใกล้ตัว  โดยต้องไม่เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย

 

 

ศ.นพ.สมบูรณ์ เทียนทอง หัวหน้าภาควิชาวิสัญญีวิทยา  มข. และ อ.นพ.อนุวัฒน์  ศุภชุติกุล ได้ร่วมสนทนาในหัวข้อ R2R: เครื่องมือการทำงานให้มีความสุข ร่วมกับทีมค่ะ

งานประชุมครั้งนี้  มีการแลกเปลี่ยนแนวคิด และประสบการณ์กันอย่างสนุกสนาน  ไม่ยึดติดรูปแบบการทำกลุ่ม... อย่างที่ฉันเคยเห็น  เพียงแต่ผู้คุมกลุ่มต้องเก่งหน่อยในการดึงกลุ่มเข้าประเด็น   ไม่งั้นหันไปสนใจ outcome มากกว่า process…

แต่ก็ไม่แปลก  มันเป็นการต่อยอดความรู้ (ที่ดีเสียอีกหากมีเวลาพอ)..มันคล้ายเป็นเวทีโหมพลังไฟที่มีอยู่แล้วในตัวผู้ปฏิบัติงาน  ให้ลุกโชนขึ้นพร้อมๆกัน... ส่งผลให้เกิดความสว่างกลางแวดวงสาธารณสุข ...นั่นเอง   ....เสียแต่ว่าน่าจะฉวยโอกาสนี้สร้างเครือข่ายของงานระหว่างกันไว้ซะเลย... ไฟจะได้ไม่มอดเมื่อห่างกันไป

 

 

การแก้ปัญหางานประจำด้วยการถามคำถามที่ชัดเจน   แล้วเราพยายามหาคำตอบที่ดีที่สุดด้วยวิธีการที่เป็นระบบ  คงเป็นแนวทางร่วมของ R2R และ CQI ในงาน HAนั่นแหละ....

วงจรวางยาสลบ CCX ถูกนำมาใช้ในงานตั้งแต่ปี2531จนปัจจุบันค่ะ

 

ไม่ต้องห่วงเรื่องที่คำตอบจะไม่ถูกนำมาใช้ในงาน... เพราะคำถาม ข้อสงสัยได้มาจากปัญหาการทำงาน....เป็นความอยากรู้คำตอบเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาจากผู้ปฏิบัติงานเอง

 

ที่สำคัญปัญหาการทำงานที่เราเผชิญมีมากด้วยข้อจำกัดของทรัพยากร  หากทุกปัญหาแก้ไขด้วยงานวิจัยเต็มรูปแบบทั้งหมด  เห็นทีผู้ทำอาจจะหมดแรงม่อยกระรอกไปซะก่อน

 

ภาพคุณสุธันนี  สิมะจารึก, รศ.วราภรณ์ เชื้ออินทร์ และคุณอุบล  จ๋วงพานิช ทีม รพ.ศรีนครินทร์ รับรางวัลจาก ศ.นพ.เกษม  วัฒนชัย องคมนตรีค่ะ

โดยความเห็นส่วนตัว  เราควรจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่เราต้องการแก้ไข(ด้วยงานวิจัย)เอง  และควรมีพี่เลี้ยง(จะหาจากที่ไหนน้อ?) เข้าช่วยเหลือแนะนำให้สำเร็จโดยไว  ไม่ช้า(อืดอาด)เพราะติดความสมบูรณ์ ติดรูปแบบดังเช่นงานวิจัยที่เคยเห็นมา...  ไม่งั้น  ไม่ทันกิน  ฉันหมายความว่า  คำตอบที่ได้จากผลการวิจัยอาจจะช้าเกินไปที่จะนำมาแก้ปัญหาในงานบริการ....

 

ทีมงานถ่ายภาพร่วมกับ ผศ.นพ.เชิดชัย  นพมณีจำรัสเลิศ  และ อ.นพ.อัครินทร์  นิมมานนิตย์ ค่ะ

ถ้าโชคดี  มีผู้เมตตาค้นหาเครื่องมือที่เหมาะสมในการนี้  ก็จะทำให้คำตอบของปัญหานั้นๆมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น  มั่นใจในการนำไปต่อยอดต่อไป

หากมีแนวคิดว่า       

                       R2R =   ½ ของ ( HA+ Research)     .....ท่าจะดี

 

มิได้มีเจตนาให้ลดมาตรฐานของงานวิจัย  แต่....ฝันที่จะเห็น....บันไดสอง(สาม)ขั้นสู่ R2R....คล้ายบันไดสามขั้นสู่ HA บ้าง  ผู้ปฏิบัติงานคงมีความสุขไม่น้อยค่ะ