ฉันรอวันที่จะเข้าฟังบรรยายเรื่องนี้โดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืดอย่างใจจดใจจ่อ ในงาน 8th. HA National Forum เหตุเพราะฉันเคยฟังท่านบรรยายเรื่อง KM ด้วยความสนุกสนาน....มันสะใจ...ชวนให้ติดตามมาแล้ว ตอนนั้นท่านบรรยายเรื่องของ TUNA Model….เมื่อเอามาทำ KM….
ฉันฟังสองครั้งและซื้อหนังสือมาอ่านหลายเล่ม.......แค่พอเข้าใจเรื่อง KM.... การเข้ามาใน GotoKnow / blog…เพื่อใช้เครื่องมือนี้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น…และเรียนรู้ร่วมกันทำให้ฉันได้เห็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในอีกมิติหนึ่ง
สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่า TUNA Model เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการจัดการความรู้เท่านั้น... TUNA Model มิใช่ตัวแทนของ KM…..อย่างที่ใครๆคิด....และก็ยังมีเครื่องมืออื่นๆที่อาจจะนำมาใช้อีกมากมายเพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย....สุดแท้แต่ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรนั้นๆ…..

ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด กล่าวถึงแนวคิดการบริหารงานองค์กร เช่น MBO, QCC, SWOT, RBM, Strategic Management หรือ BSC ต่างๆเหล่านี้มีข้อดีตรงที่ทำให้ผู้บริหารตื่นตัวและสนใจพัฒนาองค์กร
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการนำแนวคิดสู่การปฏิบัติยังเป็นไปภายใต้กระบวนทัศน์แบบเดิมๆ ซึ่งเน้นเรื่องของการวางแผน(Planing) ติดตามและประเมินผล(Monitoring & Evaluation) มีการสร้างตัวชี้วัด(KPI) ขึ้นมามากมายจนกลายเป็นภาระหนักแก่ผู้ปฏิบัติ ….

คุณภาพที่ทำอยู่จึงเป็นคุณภาพแบบ...แห้งๆ....เพราะสิ่งที่ขาดหายไปคือ...ความใส่ใจในความเป็นมนุษย์...
ท่านให้ความสนใจกับส่วนที่อยู่ลึกเข้าไปภายในใจของแต่ละคน...
เป็นเรื่องของการสร้าง... “แรงบันดาลใจ(Passion)”... เป็นเรื่องของการ“จุดไฟในใจ”ผู้ปฏิบัติงาน…เพื่อทำให้เขามีใจในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ...
ท่านเน้นให้ Plan & Passion …..ควรไปด้วยกัน....และเป็นการใช้สมองทั้งฝั่งซ้ายและขวาซึ่งเป็นเรื่องของคิดพัฒนาด้วยหัวใจ.....คำนึงถึงจิตใจ... ....
ดังนั้นการพัฒนาคนจะต้องไม่พัฒนาแค่เรื่องของทักษะ ความรู้ ความสามารถ แต่ต้องพัฒนาให้ลงลึกถึงระดับจิตใจด้วย.....
...การจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Model ใหม่จึงเป็นเรื่องของ “Mental Model” และบันได 3 ขั้นสู่การเป็น Learning Organization (LO) คือ
ขั้นที่ 1. สร้างใจ : passion, people
ขั้นที่ 2. สร้างปัจจัย : process, infrastructure, management
ขั้นที่ 3. สร้าง vision
อาจารย์จบการบรรยายลงอย่างสวยงาม....พร้อมกับเสียงปรบมือลั่นห้อง

ฉันฟังบรรยายจบแล้วให้หวนนึกถึงแนวคิดการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล ของ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล(พรพ.) ซึ่งท่าน อ.หมอ อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบริการสุขภาพด้วยหัวใจ มิได้ใช้แต่เพียงตัวชี้วัดที่เป็นตัวเลขเท่านั้น ….
ช่างสอดคล้องกันดีเหลือเกิน….
...และสิ่งเหล่านี้เป็นน้ำทิพย์....คล้ายยาชูกำลัง...
ที่จะทำให้บุคลากรทางสาธารณสุขที่กำลังเหนื่อยหน่าย ท้อแท้กับภาวะกดดันทั้งจากสังคมที่รุมเร้า เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง สารพัด...
ได้กลับมามีพลังใจ.... มีความภูมิใจ.... และเต็มใจที่จะให้การบริการสาธารณสุขต่อไปด้วยหัวใจของผู้ให้อย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย….อย่างแท้จริง

เก็บภาพบรรยากาศบางส่วน มาฝากค่ะ.....
........ดูเอาเถอะค่ะ....ผู้พูดเลิกพูดแล้ว.....แต่ผู้ฟังไม่ยอมเลิกค่ะ......นี่ค่อยๆทยอยมานะคะเนี่ย ..........
ขอบคุณพี่ติ๋วมากๆค่ะ ที่สรุปการบรรยายดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง…เห็นด้วยกับพี่ติ๋วค่ะว่า KPI สมัยนี้เยอะมากมายเหลือเกิน แต่ KPI ในเรื่องของจิตใจ น่าจะมีมั่งนะค่ะ … หากบุคลากรทำงานด้วยใจแล้ว .. การพัฒนาบุคลากร พัฒนางาน พัฒนาองค์กร…ก็จะไม่ใช่เรื่องยากเลย….แต่ใจมนุษย์..ก็ไม่ง่ายเลยนะค่ะ …
สวัสดีค่ะ อ.Paew….ขอบคุณที่เห็นความสำคัญด้านจิตใจด้วยเช่นกันค่ะ การพยาบาลที่ให้ ความอ่อนน้อม นุ่มนวลจนผู้ป่วยเกิดความประทับใจนั้นโดยสายเลือดพยาบาลส่วนใหญ่จะมีให้กันมานานแล้วค่ะ แต่เดิมตัวชี้วัดที่พูดกันนั้นไม่ค่อยกล่าวถึง…ตอนนี้เลยเห็นความสำคัญกันมากขึ้นค่ะแต่ก็วัดกันยาก ต้องใช้เวลานาน….ขอบคุรค่ะ
ตามมาอ่านครับ …รู้สึกว่าคุณติ๋วจะสรุปได้ดีกว่าผู้บรรยายซะอีก …แต่ไม่ได้เห็นรูป (เข้าใจว่าขัดข้องทางเทคนิค) ถ้าจะส่งมาให้ผมดูทางอีเมล์ก็ดีครับ
เรียนท่านอ.ดร.ประพนธ์ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณน้อง...
สวัสดีค่ะ คุณอ้อ...