อยากรู้ อยากเข้าใจ อยากได้ความคิด อย่างเข้าใจชีวิตที่จุดสุดท้าย ความเศร้า-ความรัก-การตาย เหลือสิ่งสุดท้ายเพียงความทรงจำ

พุทธศาสนาในการดูแล

   * ผู้ป่วยใกล้ตาย*

ความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว  หลักธรรมสำคัญที่ควรนำมาใช้สำหรับพิจารณาเรื่องความตาย คือ มรรค มีองค์ ๘ ซึ่งจะช่วยให้คนเรามีสติระลึกได้ เกิดสัมปชัญญะที่รู้ความจริง และอุเบกขา คือการเห็นสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริงอย่างรอบด้านและรู้เท่าทัน สามารถวางท่าทีที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และสามารถปล่อยวางได้  หลักการดังกล่าวนี้ทุกคนควรฝึกใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันทุกกิจกรรมตลอดเวลา ซึ่งเป็นการเตรียมตัวที่ดีสำหรับการตายอย่างสงบ

 

สิ่งควรปฏิบัติต่อผู้ป่วยใกล้ตาย

๑. สำหรับแพทย์ พยาบาล และทุกคนที่ดูแลผู้ป่วย พึงระลึกไว้เสมอว่าผู้ป่วยที่สื่อสารไม่ได้ ยังมีความรับรู้ตลอดเวลา ฉะนั้นจึงควรปฏิบัติต่อเขาด้วยความนุ่มนวลทั้งคำพูดและการกระทำ

๒. ต้องรู้เขา รู้เรา รู้ข้อมูลของคนไข้ทั้งอาการป่วย สภาพครอบครัว อารมณ์ ความรู้สึกที่มีต่อการเจ็บป่วยนั้น การให้คุณค่าต่อสิ่งต่างๆ ทัศนคติเกี่ยวกับชีวิต ฯลฯ เมื่อเขาพร้อมจึงค่อยพูดให้ข้อมูลเพื่อให้เขามีสติ ปล่อยวาง และมีจิตสงบได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นควรให้ข้อมูลอย่างพอดี เหมาะสมกับเขา ไม่เป็นการยัดเยียดจนเกินไปด้วย

๓. การพูดถึงความดีที่ผู้ป่วยได้กระทำมา  เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีจิตสงบขึ้นได้

 

หลักการ เทคนิค ในการสื่อสารกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย (และญาติ)

 ๑. คำนึงไว้ในใจตลอดเวลาว่า การสื่อสารกับผู้ป่วยไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว มีเพียงหลักการที่เป็นแนวทาง และสามารถปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา ทั้งในเรื่องแผนการรักษาและการพูดคุย สิ่งควรทำคือการเรียนรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร และหาวิธีสื่อในรูปแบบที่เหมาะสมกับเขา โดยใช้จิตใจของการเป็นเพื่อนมนุษย์ที่มีความเอื้ออาทรและอยากช่วยเหลือ เป็นพื้นฐานในการสื่อสัมพันธ์กับคนไข้ เพื่อให้สื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติ

๒. ควรให้ความสำคัญกับอวจนะภาษาให้มาก หากเป็นผู้สื่อควรใช้ภาษากาย ภาษาใจ สีหน้า แววตา ท่าทาง การสัมผัส ควบคู่ไปกับการใช้คำพูด รวมทั้งต้องสังเกตอวจนะภาษาของคนไข้ระหว่างกายพูดคุยด้วย เพื่อประเมินว่าคำพูดกับความรู้สึกที่แท้จริงของเขาเหมือนกันหรือไม่

๓. ระหว่างสื่อสารกับคนไข้พยายามจับจุดที่เป็นคุณค่าในใจ เป็นความภาคภูมิใจของเขาให้ได้ เพราะความเป็นความงดงามของการมีชีวิต ที่สามารถดำรงอยู่แม้คนไข้จะตายไป แล้วนำมาใช้สื่อนำให้เขาเกิดกำลังใจ เกิดการปล่อยวาง และสามารถตายอย่างสงบได้

๔. สืบค้นความคาดหวังในชีวิตของคนไข้ และช่วยให้เขาได้ทำตามใจปรารถนา

๕. บทบาทของแต่ละคนต่างกัน เพราะฉะนั้นทุกคนควรรู้บทบาทของตนเอง และเชื่อมประสานกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

๖. ควรตระหนักว่าการทำดีที่สุดของเรา บางครั้งอาจไม่ได้ผลตามที่คาดเสมอไป ดังนั้น ต้องรู้จักปล่อยวางเพื่อไม่ให้เกิดความทุกข์ท้อใจ และคิดต่อไปว่าจะปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างไร เพื่อให้เกิดพลังในการทำงาน


- จากใจถึงใจ หัวใจสีขาว -