แนะนำหนังสือ ...การแบ่งปันความรู้ในองค์กร

ชื่อเรื่องชวนสยองขวัญ แบบผี-ผี  แต่ความจริงแล้วเป็นเรื่องราวของการแบ่งปันความรู้ในองค์กร  จากหนังสือแปลแต่งโดย Carol Kinsey   ผู้แปล วรรณธนา วงษ์ฉัตร

เนื้อเรื่องกล่าวถึงตัวเอกของเรื่อง คือ โดโรที พนักงานสาวผู้ไม่เคยค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเธอแต่ต้องมาเป็นหัวหน้าทีมในโครงการใหม่ของบริษัท ซึ่งทีมงานต้องมาจากตัวแทนของคนทุกระดับในองค์กรแม้กระทั่งระดับล่างสุดอย่างโดโรที

 

ตลอดระยะเวลา 3 สัปดาห์ที่แต่ละคนต้องผลัดกันเป็นหัวหน้าทีม  โดโรทีไม่เคยได้พูดอะไรเลยในที่ประชุม เพราะเธอกลัวจะพูดอะไรออกมาโง่ๆ เพราะในที่ประชุมล้วนแต่มีคนใหญ่คนโตในบริษัท แต่แย่สุดที่โดโรทีรู้คือ งานไม่สำเร็จ เพราะทุกคนมั่ววุ่นวายกับการใช้คำพูดหวาน หลอกใช้คนอื่น ชี้นิ้วสั่ง และปกป้องตนเองจากการถูกตำหนิจนไม่มีเวลาเหลือจะทำงาน

 

แต่สิ่งที่ทำให้โดโรทีหวาดหวั่นมาก คือ สัปดาห์ต่อไปเธอต้องเป็นหัวหน้าทีม  แล้วเธอจะทำอย่างไรดี?

 

จู่ๆ เธอก็ได้พบว่าต้นบอนไซในสำนักงานพูดได้(เริ่มออกแนวนิยายแล้ว) แล้วยังอาสาเป็นพี่เลี้ยงให้เธอด้วย  และงานแรกที่เธอต้องทำคือไปช่วยบริษัทคู่ขนานต่างมิติที่ต้องการเธอไปช่วยแก้ไขปริศนาคือ ผีร้าย ที่มีสมุนคนสำคัญ คือ ลิตเติ้ลแมนชายร่างเล็กที่มาพร้อมรถเข็นที่เต็มแน่นไปด้วยแฟ้ม เอกสารและแผ่นดิสก์  ซึ่งคนในบริษัทบางคนเชื่อว่าผีตัวนี้ร้ายกาจมาก เพราะมันจะกระจายความบาดหมาง ความไม่ไว้วางใจ ความหวาดระแวง และทำให้คนโกหกกัน การหักหลัง และเรื่องเลวร้ายอื่น ๆ อีกมากมายแต่เมื่อ โดโรทีถามทุกคนบอกว่า ไม่เคยเห็นผีตัวนี้ เลย แต่บางคนก็ว่ามันดูคล้าย ๆ ประธานคนเดิม ?!? ทุกคนในบริษัทมักจะได้เห็นปริศนาแปลก ๆ แต่ก็ไม่มีใครเจอหรือพูดคุยกับผีร้ายและลิตเติ้ลแมนเลย

 

ในความคิดโดโรที สิ่งที่จะทำคือ ตั้งทีมคณะค้นหาลิตเติ้ลแมน แล้วถามว่า เขาต้องการอะไร แต่บอนไซพี่เลี้ยงบอกว่าขืนทำแบบนั้นเหมือนการฆ่าตัวตายชัดๆ และได้เสนอวิธีคือ ...ให้ถามสมาชิกแต่ละคนในทีม เขาคิดว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แล้วจึงปะติดปะต่อเป็นภาพใหญ่ เรียกทุกคนมาในห้องประชุมแล้วเปลี่ยนภาพรวมให้เป็นแผนที่สามารถปฏิบัติการได้

 

โดโรทีจึงเริ่มปฏิบัติการนำรายชื่อทีมงานในบริษัทและเริ่มไปพูดคุยกับแต่ละคน  ซึ่งแต่ละคนที่โดโรทีพบแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีอะไรที่น่าสนใจทั้งนั้น เช่น 

สโตนวอล์ล นักปราชญ์อาวุโสประจำบริษัท ผู้ไม่เคยแบ่งปันความรู้ที่ตนสะสมมาทั้งชีวิต เพราะยึดหลักปรัชญาว่า ความรู้เปรียบเสทอนทองคำ ถ้าใช้คุณค่าจะหมดลง แต่หากเก็บสะสมก็มีแต่จะเพิ่มขึ้น

ฮองก์ ชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับแนวความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ ในการพัฒนาองค์กร แต่ต้องปรับตนเพื่อเป็นที่ยอมรับคนอื่น ผมอยู่ที่นี่มาห้าปีแล้ว แต่ไม่มีใครยอมรับความคิดของผมเลย ผมรู้สึกท้องแท้ และเลือกที่จะไม่พูดอะไรอีกต่อไป เพื่อคนอื่นจะได้ยอมรับ

ครอส ผู้หวงแหนระบบการทำงานเก่า ๆ โดยไม่เปิดใจรับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น  เธอเชื่อว่า การไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้บัญชาการเป็นอันตรายต่อความมั่นคงขององค์กรอย่างมาก เราต้องเคารพและทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจอย่างเคร่งครัด

โบล์วฮาร์ดีผู้บริหารอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจ

แดเนียล แฮมเตอร์ พนักงานอัจฉริยะผู้สื่อสารคนละภาษากับเพื่อนร่วมงาน

แจ็ก สไมลส์ หัวหน้าผนักบุคคลผู้มองการณ์ไกล

 

********

ในที่สุด...สิ่งที่โดโรทีได้ทำและได้เห็น จึงทำให้เธอหาคำตอบให้กับบริษัทคู่ขนานได้ว่า  ลิตเติ้ลแมนไม่ได้ทำงานให้ผี หรือเป็นผี แต่เขามามาแสดงให้ทุกคนในทีมได้เห็นว่า ความคิดแบบเก่า ๆ เกี่ยวกับการแบ่งปันและการให้ความร่วมมือกันกำลังจำกัดขอบเขตความสำเร็จยังไง และเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับผีๆ ก็เป็นแค่ภาพสะท้อนความหวาดกลัวของผู้คน และปริศนาต่าง ๆ ที่ถูกทิ้งไว้พวกเขาก็ไขปัญหาร่วมกัน และได้กฎใหม่ว่า...

  • ความรู้ไม่ใช่ทองคำ...เปรียบเสมือนนมมากกว่า

  • คุณไม่สามารถเอาชนะได้  ถ้าคุณไม่รู้ว่ากฏได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

  • ความรู้ไม่ใช่อำนาจ  ... การแบ่งปันความรู้ต่างหากคืออำนาจ

  • ไม่มีใครรู้ทุกอย่าง ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถเอาชนะได้ด้วยตัวคนเดียว

  • คำตอบที่ถูกต้องต่อความท้าทายทุกอย่างมีมากกว่าหนึ่งคำตอบเสมอ

  • ถ้าคุณล้มเหลวและไม่เรียนรู้จากมัน  ทุกคนจะยังคงพ่ายแพ้

  • ถ้าคุณชนะ และไม่ยอมบอกผู้อื่นว่าคุณชนะอย่างไร ทุกคนก็จะยังพ่ายแพ้

  • คุณไม่สามารถแบ่งปันความรู้ที่คุณไม่เคยรู้ว่าคุณมี

  • ทุกคนมีความรู้ความสามารถที่จะช่วยเหลือกันได้ ต่อให้พวกเขาไม่รู้ตัวว่ามีก็ตาม

  • บางครั้งการเชื่อเรื่องผีมันง่ายกว่าการมองความหวาดกลัวของคุณตรง ๆ

  • อย่ากลัวที่จะไว้ใจกันและกัน

  • อย่ากลัวที่จะไว้ใจตนเอง