วันนี้หยิบเรื่องใกล้ตัวมาเขียนนะค่ะ เป็นเรื่องที่เราต้องเจอทุกวัน เพราะเรารับประทานอาหารทุกวัน
แต่ใช่ว่าการรับประทานอาหารจะต้องเป็นทางการทุกครั้งไปค่ะ วันไหนห่อข้าวไปทานตอนเที่ยงก็ไม่ต้องเป็นทางการจัดโต๊ะ จัดแก้วน้ำก็ได้ค่ะ
บางครั้งหน้าที่การงานที่ออกงานสังคมบ่อยๆ พบลูกค้าแบบเป็นทางการก็อาจจะมีโอกาสได้เรียนรู้วิธีการใช้ภาชนะบนโต๊ะอาหารอย่างถูกต้อง แต่บางอาชีพก็ไม่ค่อยได้ออกงานสังคมก็อาจจะขัดเขิน เก้ๆกังๆบ้างเล็กน้อย อาจจะงงกับจำนวนช้อนซ้อมบนโต๊ะ แก้วน้ำหลายขนาด ทำให้หยิบใช้ไม่สะดวก
บางคนก็อาจจะคิดว่าก็ช้อนมีไว้ตักก็ตัก ซ้อมมีไว้จิ้ม ใช้อันไหนก็เหมือนกัน ทานได้เหมือนกัน จะคิดแบบนั้นก็ไม่ผิดค่ะ เพียงแต่ว่าการใช้ให้ตรงตามจุดประสงค์หรือลำดับที่จัดเอาไว้เป็นศิลปะอย่างหนึ่งค่ะ ซึ่งศิลปะการรับประทานอาหารนี้ก็แตกต่างกันแล้วแต่ชาติแล้วแต่ภาษา ถ้าเราไปรับประทานสปาเก็ตตี้แต่ใช้ตะเกียบที่ร้านอาหารอิตาเลียนก็คงไม่งาม แต่ไม่ผิดค่ะ ย้ำอีกครั้งนะค่ะ ว่าไม่ผิด แต่ไม่เป็นตามแบบแผนที่คนอิตาเลียนทานกัน
ที่พูดแบบนี้ เพราะไม่อยากให้เป็นประเด็นเรื่องของความถูกต้อง แต่ให้เป็นเรื่องของความพอใจ และรสนิยมของแต่ละคนเท่านั้นค่ะ
ข้อมูลที่นำมาเขียนได้ทั้งจากประสบการณ์ตรงและอ่านหนังสือมา ถ้าจะให้ถูกต้องเปะๆ ต้องเรียนการโรงแรมด้าน restaurant ค่ะ มีสอนเป็นเทอมนะค่ะเรื่องพวกนี้
ที่ฉันเอาวัฒนธรรมฝรั่งมาเล่าก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นดีเห็นงามทั้งหมดนะค่ะ เราแค่เรียนรู้ไว้บ้างก็ไม่เสียหายค่ะ เผื่อมีโอกาสได้ใช้จริง ฝรั่งประทับใจแน่ค่ะ เพราะเขาก็คงไม่คิดว่าเราจะรู้มารยาทแบบของเขา
อีกเหตุผลที่ฉันหยิบเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารมาเขียนก็เพราะว่าฝรั่งให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารแบบเป็นทางการ เพราะการสนทนาเรื่องธุรกิจ หรือสัมภาษณ์งานจะแฝงมากับการทานอาหารแบบเป็นทางการเหล่านี้ (รับประทานอาหารตามร้านทั่วไป ทานที่บ้าน ทานกันเอง ทานกับแฟน ไม่นับนะค่ะ)
เอาละค่ะ เข้าเรื่องรับประทานอาหารกันดีกว่า มารยาทที่จะเอามาเล่าให้ฟังนี้เน้นของทางอเมริกานะค่ะ ทางฝรั่งยุโรปอาจจะแตกต่างกันไปบ้างค่ะ ถ้าจะเขียนทั้งหมดในทีเดียวคงจะยาวมาก ขอแบบมาเล่าเป็นตอนๆนะค่ะ
มารยาทขั้นแรกที่จะเริ่มก็ “การมาถึง” และ “การเข้าไปนั่ง” ในร้านอาหาร
เวลาเราเดินเข้าร้านอาหาร จะเห็นพนักงานต้นรับยืนอยู่ที่เค้าเตอร์ซักประมาณ 1 หรือ 2 คน พนักงานเหล่านี้เราเรียกว่า host, hostess, หรือ Maitre D'
ฉันจะเรียกสั้นๆว่าโฮสนะค่ะ โฮสเหล่านี้จะมีหน้าที่ตรวจดูรายชื่อ ถ้าเราจองเอาไว้แล้ว หรือดูว่าโต๊ะไหนว่าง โต๊ะไหนเหมาะสมกับจำนวนคน หลังจากนั้นโฮสก็จะเดินนำเราไปที่โต๊ะอาหารค่ะ
ถ้าไม่ได้จองไว้ก็มักจะมีบทสนทนาว่า กี่ท่านค่ะ, รอซักครู่นะคะ กำลังจัดโต๊ะให้ค่ะ
การเดินเข้าไป ถ้าเราไปแค่สองคน ผู้หญิง และผู้ชาย ผู้ชายควรให้ฝ่ายหญิงเดินนำไปก่อนแล้วผู้ชายเดินตามหลังผู้หญิงไป (อย่าเอาเรื่องช้างเท้าหน้าเท้าหลังมาเกี่ยวนะค่ะ) แต่ถ้าไปกันหลายคนให้ใครเดินไปก่อนก็ได้ค่ะ เดินตามกันไป
การเลือกที่นั่ง ถ้าไปกับผู้ใหญ่ (กำนันก็ได้ค่ะ) หรือคนที่เราให้ความสำคัญ หรือที่คนไทยเรียกว่าแขก ก็ควรจะเลือกที่นั่งที่ดีที่สุดให้แขกของเราค่ะ
แล้วที่นั่งตรงไหนจัดเป็นที่นั่งที่ดีที่สุด? ในที่นี่หมายถึง ที่ที่ไม่ต้องไม่คนเดินผ่านไปผ่านมาให้เป็นที่วุ่นวาย ไม่เป็นที่ที่ต้องขยับหรือลุกให้คนอื่นเมื่อคนอื่นต้องการเดินออกไปจากโต๊ะอาหาร เท่านี้ก็ถือว่าเป็นที่นั่งที่ดีแล้วค่ะ แล้วก็ควรให้แขกของเรานั่งเสร็จก่อน ดูความเรียบร้อยว่าเขานั่งแล้ว เราจึงค่อยนั่งค่ะ
ถ้าไปเป็นคู่หญิง-ชาย ก็ให้ผู้หญิงนั่งก่อนนะค่ะ แล้วต้องไปเลื่อนเก้าอี้ให้ผู้หญิงด้วยรึเปล่า?
ต้องดูนิดนึงค่ะ เพราะพนักงานหรือบริกรจะเดินไปเลื่อนให้นั่งค่ะ แต่ถ้าอยากจะทำเองโชว์แมน ก็ส่งสัญญาณบอกพนักนิดหน่อย ส่งสายตาบอกก่อนเข้าไปเลื่อนเก้าอี้ให้ผู้หญิงค่ะ ถ้าไม่มีคนมาเลื่อนเก้าอี้ให้ ก็แล้วแต่ฝ่ายชายค่ะ
อีกแบบคือการถูกเชิญไปรับประทานอาหาร ถ้าเราไปเป็นแขก ก็ให้คนของเจ้าภาพพาเราเดินไปนั่ง ลองสังเกตจากในหนังนะค่ะ ที่เป็นโต๊ะยาวๆ คนเยอะๆ
จะมีคนเดินพาเราไปนั่ง แต่ถ้าไม่มีคนเดินพาเราไป แล้วเราจะไปนั่งตรงไหน? ตรงไหนก็ได้? ถ้าเป็นงานแบบนี้ เจ้าภาพมักจะเขียนชื่อเป็นป้ายชื่อเล็กๆวางไว้ข้างๆจานอาหารที่จัดเตรียมไว้ค่ะ ก็นั่งตรงที่มีชื่อของเรานะ อย่าไปนั่งที่ชื่อคนอื่นนะค่ะ

ถ้าไม่มีป้ายชื่อบอก ก็ต้องดูความเหมาะสม
ที่นั่งหัวโต๊ะมักไว้ให้เจ้าภาพหรือแขกคนสำคัญ ด้านซ้าย-ขวาต่อจากหัวโต๊ะเป็นคนในครอบครัว ถ้าเป็นเพื่อนๆกันก็คงไม่มีพิธีการนั่งมากค่ะ เอาตามความพอใจ
เริ่มยาวแล้วค่ะ เอาไว้จะแบ่งเนื้อหามาเล่าต่อนะค่ะ
*ภาพประกอบจาก internet ค่ะ
แก้ไขวันที่ 13 เมษายน 2554