ขอบคุณผู้ปกครองของกรณีศึกษาท่านหนึ่งที่คอยสังเกตและพยายามหาวิธีบำบัดอาการต่างๆ ของลูกน้อยที่มีสภาวะเผือก มีสายตาเลือนราง และมีภาวะการรับความรู้สึกที่จำเป็นต้องฝึกกิจกรรมบำบัด

ผู้ปกครองโทรมาหาผมในวันหนึ่งที่น้องมีอาการกลัวเสียงดังบริเวณสระว่ายน้ำ ณ รีสอร์ทแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ร้องไห้ นอนไม่หลับ ตื่นหลายครั้ง และนอนต่อเนื่องกันน้อยกว่า 5 ชม. 

ดร.ป๊อป: น้องมีภาวะการรับความรู้สึกของการได้ยินเสียงไวและมีการกระตุ้นความตื่นตัวที่สูงเกินไปจนเกิดอาการกลัวตกใจ ซึ่งอาจมีผลต่อศูนย์หลับตื่น (การตั้งเวลาต่อรูปแบบการนอนหลับตามธรรมชาติ) ได้ แนะนำให้ฝึกน้องในการเรียนรู้สิ่งเร้าตามลำดับจากเสียงดังมากๆ แล้วค่อยๆ ถอยห่างจนเสียงดังลดลง เมื่อน้องตกใจกลัวจนตัวสั่น ให้ผู้ปกครองอุ้มพาดบ่า กอด และลูบสัมผัสตัวน้องให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ทั้งนี้ต้องๆ ค่อยๆ อุ้มให้ได้ยินเสียงดังลดลงตามลำดับ อย่าอุ้มวิ่งนี้ทันทีจะทำให้น้องเข้าใจเงื่อนไขของเสียงดังที่ต้องหลีกหนีทันทีโดยไม่ได้เรียนรู้ว่า เสียงดังนั้นไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้และจดจำว่า "น่ากลัว" เมื่อน้องหยุดร้องและนิ่งขึ้น ก็ค่อยๆ อุ้มแกว่งน้องเบาๆ เพื่อผ่อนคลายระบบทรงท่าของร่างกาย โดยอุ้มหันหน้าน้องออกให้มองสำรวจสิ่งแวดล้อมและกระซิบข้างหูน้องเบาๆ คล้ายร้องเพลง อาจแทรกบอกว่า "ไม่ต้องกลัว เสียงเบาลงแล้ว" จากนั้นค่อยๆ เล่นกับน้องด้วยของเล่นที่มีเสียง ตามด้วยสัมผัส และการมองเห็น คลิกอ่านเพิ่มเติมที่  http://en.wikipedia.org/wiki/Eye_movement_desensitization_and_reprocessing

จากนั้น 1 สัปดาห์ ผู้ปกครองโทรมารายงานว่า "น้องไม่ตกใจกลัวแล้ว และเรียนรู้สิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่วันหนึ่งไปขึ้นบันไดเลื่อนในห้างแห่งหนึ่ง มีเสียงดังมากๆ จึงตกใจกลัว และส่งผลให้นอนไม่หลับอีกครั้ง จะบำบัดอย่างไรดี

ดร.ป๊อป: ผมวิเคราะห์ว่าน้องยังคงมีข้อมูลเสียงดังๆ อยู่ในระบบความจำระยะยาว อาจมาจากระบบความจำจากหลายๆ ความรู้สึก (ได้ยิน สัมผัส และการมองเห็น) จึงแนะนำให้ปรับพฤติกรรมของน้องต่อโดยการนิ่งเฉยและไม่อุ้มทันที เมื่อน้องตกใจกลัวจนตัวสั่นหรือไม่ยอมนอน ให้ค่อยๆ อุ้มพาน้องออกจากเสียงดังนั้นแบบไม่ตกใจหนี แต่ไม่ต้องแกว่งขณะอุ้ม ให้จัดท่าทางน้องในท่านอนหงายสบายๆ ไม่ใช้เสียงพูดใดๆ แต่ขยับร่างกายของน้องกลิ้งไปมาช้าๆ เพื่อผ่อนคลายระบบทรงท่าของร่างกายโดยไม่กระตุ้นระบบการได้ยิน มีการเปิดแสงไฟอ่อนๆ ให้น้องรู้สึกว่าไม่มืดและมีผู้ปกครองนอนอยู่ด้วยอย่างปลอดภัย เปิดเสียงดนตรีคลาสสิกเบาๆ จากนั้นโดยลูบตัวอย่างช้าๆ สัมผัสแบบมีแรงกดเพื่อให้ผ่อนคลายมากขึ้น 

จากนั้น 1 สัปดาห์ ผู้ปกครองโทรมารายงานว่า "น้องหลับดีขึ้นมาก ต่อเนื่องกัน 3 ชม. แต่อยากให้น้องนอนให้ครบ 5 ชม. จะต้องทำอะไรเพิ่มหรือไม่"

ดร.ป๊อป: ผมวิเคราะห์ว่า น้องรับรู้และจดจำการเปลี่ยนท่าทางของร่างกาย การสัมผัสที่อบอุ่นปลอดภัย (เพิ่มการห่มผ้าหรือปรับอุณหภูมิให้อุ่นขึ้น) และลดความไวของการได้ยินได้ดีขึ้น แต่สภาวะการหลับลึกยังไม่ยาวนัก จึงแนะนำให้ลดสิ่งเร้าทุกอย่างๆ หลังจากเด็กเริ่มหลับ ได้แก่ ไม่จำเป็นต้องกลิ้งตัวหรือขยับเคลื่อนไหวร่างกายของน้องมากนักในช่วง 1 ชม.ก่อนนอน ใช้สัมผัสผ่อนคลายมากขึ้น ค่อยๆ สลัวไฟให้มืดลง ค่อยๆ หรี่เสียงเพลงลง และอาจปรึกษานักโภชนาการบำบัด กุมารแพทย์ และจิตแพทย์ด้านเด็ก เพิ่มเติมว่า มีวิธีการบำบัดเพิ่มเติมจากนี้อย่างไร น่าจะช่วยให้น้องสามารถหลับลึกยาวนานขึ้น แต่ถ้าลองวิธีข้างต้นแล้ว ก็ให้ปรับเพิ่มสิ่งเร้าในระดับที่น้องสามารถหลับลึกได้เท่าที่ทำได้ แกว่งเคลื่อนไหวในกรณีน้องหวาดกลัว และสัมผัสปรับท่าทางอย่างผ่อนคลายในกรณีน้องตื่นขึ้นมาแล้วไม่หวาดกลัว เพราะบางครั้งการลดสิ่งเร้าทั้งหมดอาจเป็นการกระตุ้นศูนย์หลับตื่นให้ทำงานแปรปรวนคือ ไม่หลับเลย เป็นต้น

ผมจึงอยากแนะนำให้ผู้สนใจลองอ่านเพิ่มเติมที่ http://community.albinism.org/forums/p/8784/40084.aspx และ http://www.albinism.org/publications/what_is_albinism.html จะได้เข้าใจกรณีศึกษานี้มากขึ้นครับ