เปิดเทอมแล้วค่ะ เปิดปุ๊บก็สอนปั๊บแบบร้อนวิชา...
2 มิถุนายน เป็นวันแรกของการเปิดเทอม และต้องเข้าไปแนะนำวิชาที่ดิฉันและทีมอีก 2 ท่าน ต้องสอนนักศึกษาสัตวแพทย์ชั้นปีที่ 2 ส่วนวันนี้ (3 มิถุนายน) ช่วงเช้าดิฉันจะต้องเข้าชั่วโมงแรก เพื่อแนะนำอีกวิชากับนักศึกษาสัตวศาสตร์ปี 3 และช่วงเย็นต้องแนะนำวิชาที่แนะนำเมื่อวานนี้กับนักศึกษาสัตวแพทย์ปี 2 แต่คนละกลุ่มกะเมื่อวาน และสุดท้ายวันศุกร์ดิฉันต้องเข้าแนะนำ และสอนอีกวิชาหนึ่งสำหรับนักศึกษาสัตวศาสตร์ระดับปริญญาโทและเอก
โดยปกติในชั่วโมงแรกนี้เราจะยังไม่เข้าสู่วิชาการค่ะ เป็นการชี้แจงหัวข้อที่จะสอน ใครเป็นคนสอน แจกตารางกำหนดการสอน ตารางสอบกลางภาค (ต้องจัดสอบเอง) ปลายภาค (คณะจัดตารางสอบให้) งานและกิจกรรมที่จะต้องทำในระหว่างการเรียนมีอะไรบ้าง และที่สำคัญที่จะต้องบอกคือเกณฑ์การประเมินค่ะ แต่ละส่วนแบ่งเป็นกี่คะแนน และคะแนนเท่าไหร่นักศึกษาจะได้เกรด A
และหลังจากชี้แจงแนะนำเกี่ยวกับกติกามารยาท (เช่น การแต่งกาย การตรงต่อเวลาในการเข้าห้องเรียน การปิดโทรศัพท์มือถือ) ในการเรียนการสอนแล้ว ดิฉันซึ่งวางแผนไว้นานแล้วว่า ก่อนเรียนจะให้นักศึกษานั่งนิ่งๆเงียบก่อนนำเข้าสู่บทเรียน เพื่อสร้างสมาธิ เนื่องจากเมื่อปีที่แล้วดิฉันพบว่านักศึกษาชอบคุยกัน แม้อาจารย์เข้าห้องมาแล้วก็ยังคุย เมื่อเริ่มสอนไปแล้วก็ยังแอบคุย ...
หลังจากได้มีโอกาสได้เรียนรู้กิจกรรมสุนทรียสนทนา และกระบวนกรที่สวนป่าพ่อครูบาสุทธินันท์ โดยทีมวิทยากรขวัญเมืองจากเชียงราย ที่มีคุณหมอชอบวิ่ง (ป่วน) เป็น ผอ.ค่ายในครั้งนั้น ... ดิฉันจึงปรับเปลี่ยนกระบวนการ ทดลองวิทยายุทธ กระบวนกรแบบง่ายๆ กับนักศึกษากลุ่มเหล่านี้
หลังจากแนะนำวิชา ชี้แจงกติกา และเกณฑ์ต่างๆแล้ว...ดิฉันเริ่มนำนักศึกษาเข้าสู่การฝึกฟัง โดยเล่าว่า ในการเรียนในห้องเรียน นักศึกษาต้องใช้ทักษะในการฟัง ฟังให้เข้าใจ ซึ่งสิ่งที่ฟังจะเข้าไปในใจได้ นักศึกษาต้องเปิดใจ...โดยการฟังอย่างลุ่มลึก...ฟังอย่างมีสมาธิ ฟังอย่างตั้งใจ ฟังโดยไม่ตัดสินว่าถูกหรือผิด ...
“นักศึกษานั่งหลับตา คิดถึงความสุข ความสนุก ความประทับใจในวัยเด็ก... นึกถึงของเล่นที่เราชอบ นึกถึงการเล่นที่สนุกสนาน นึกถึงสถานที่ที่เราไปเที่ยว........................................”
“นักศึกษาจับคู่นะค่ะ แล้วเลือกว่าใครจะเป็นเบอร์ 1 หรือเบอร์ 2 จากนั้นให้เบอร์ 1 เล่าเรื่องราวที่เรานึกถึงเมื่อกี้ ให้เบอร์ 2 ฟัง…ส่วนเบอร์ 2 นั่งฟัง ฟังและจับใจความให้เข้าใจ โดยไม่ต้องถาม ไม่ต้องแย้ง”
แล้วเสียงจ๊อกๆๆ แจ๊กๆๆ คิกๆๆ คักๆๆ ก็ดังขึ้นทั้งห้อง
“หมดเวลาแล้ว...นักศึกษาคนที่เป็นเบอร์ 2 เล่าสิ่งที่ได้ฟังเมื่อกี้ให้เบอร์ 1 ฟังนะค่ะ เล่าให้ครบถ้วนด้วย…”
คราวนี้เปลี่ยนเป็นเสียงฮืออออ โหยยยยย แล้ว จ๊อกๆๆ แจ๊กๆๆ คิกๆๆ คักๆๆ ก็ดังขึ้นทั้งห้องอีกครั้ง
“เอาละค่ะ ที่นี้นักศึกษาเบอร์ 1 ที่ฟังแล้วเห็นว่าเบอร์ 2 คู่ตัวเอง เล่าเรื่องที่เราเล่าให้ฟังครบถ้วนที่สุด ยกมือขึ้นค่ะ”
ปรากฎว่ายกไม่ถึงครึ่งห้อง
“แสดงว่า หลายคนยังมีทักษะการฟังไม่ดีนัก แต่ไม่เป็นไรค่ะ เราจะฝึกกันต่อในชั่วโมงหน้านะค่ะ.... วันนี้แค่นี้ค่ะ หมดเวลาแล้ว สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะ/ครับ”
นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา 3 กลุ่มของดิฉัน … ยังเหลืออีกกลุ่มวันศุกร์นี้
แต่ปัญหา คือ นักศึกษาจำนวนมาก 40-60 คนค่ะ ทำให้เสียงเกิดเสียงรบกวนกัน บางคนเมื่อได้ยินเรื่องที่คู่ข้างๆเล่าสนุก ก็หันมาฟังคนที่ไม่ใช่คู่ก็มี บางคนก็พูดแค่สั้นๆ ก็มี... ซึ่งคิดว่าการนำเข้าสู่กิจกรรมอาจจะเร็วไป ไม่ได้มีการเตรียมการ หรือสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีก่อน ... ผลวันนี้จึงไม่ค่อยดี...แต่ก็คิดว่าเป็นการทดลองครั้งแรกกับนักศึกษาค่ะ ... แต่เมื่อให้นักศึกษา 2-3 คนมาพูดว่าเขารู้สึกยังไง เขาก็บอกว่า รู้สึกดีที่เพื่อนตั้งใจฟัง และเล่ากลับได้หมด รวมทั้งได้รู้จักเพื่อนมากขึ้นด้วย…จึงคิดว่าจะลองฝึกเขาต่อไปค่ะ
คิดไว้ค่ะว่า จะพยายามทำไปเรื่อยๆ โดยเปลี่ยนประเด็นเรื่องที่เล่า ซึ่งกำลังคิดว่า จะให้เล่าเรื่องที่เรียนในชั่วโมงที่ผ่านมาแลกเปลี่ยนกันด้วยค่ะ...
อาทิตย์หน้า วันที่ 15 มิย. จะลองนำมาใช้กับบุคลากรของสำนักฯ ค่ะ … ผลจะเป็นอย่างไรโปรดติดตามนะค่ะ...ขอบคุณค่ะ


เมนูของ parpak





เมื่อ จ. 09 มิ.ย. 2551 @ 22:06
694511 [ลบ]
หวัดดีจ้ะน้องลอย
ตามไปดูที่บันทึก ไม่เห็นน้องลอยเขียนบันทึกนานแล้วนะคะ คงยุ่ง รึไม่ก็เดินสายต่างประเทศรึปล่าวค่ะ...อยากไปอัมพวาบ้านน้องแก้มเน๊าะ...คิดถึงเช่นกันจ้ะ
เมื่อ จ. 09 มิ.ย. 2551 @ 22:21
694541 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณครูโย่ง
ขอบคุณมากนะคะ ที่แวะมาเข้าชั้นเรียน ถ้าห้องเรียนมีนักเรียนชอบแซวเหมือนคุณครูโย่ง คงจะสนุกดีค่ะ...รักษาสุขภาพเช่นกันนะค่ะ