ขอความร่วมมือและแจ้งแนวทาง สำหรับเขียนบันทึกและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองอย่างสันติและสมานฉันท์
กรุณาเข้าระบบก่อน
อ่าน: 503
ความเห็น: 4

แนวคิดเรื่องความขัดแย้งในสังคมไทย

(สรุปสาระสำคัญซึ่งนำเสนอในการประชุมระดมสมอง  เรื่อง  แนวคิดเรื่องความขัดแย้งในสังคมไทย : ปัจจัยแห่งความขัดแย้ง  โดยศึกษากรณีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง  และความรุนแรงในภาคใต้  จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  เมื่อวันที่  18  มิถุนายน  2552   ห้องประชุมสิปปนนท์  เกตุทัต  ชั้น  1  อาคาร  4)

 

·       ปัญหาทางสังคมเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเพราะเป็นปัญหาที่เกิดจากการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก ไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายแบบปัญหาทางวิทยาศาสตร์ทั่วๆ ไป

 

·       จุดบอดที่สำคัญของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งคือ ไม่ได้ให้เจ้าของปัญหาที่แท้จริงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาของตัวเอง เจ้าของปัญหาในที่นี้คือ ประชาชน ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาแทน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมแค่เพียงรับฟังเท่านั้น

 

·       รัฐบาลมีเจตนาดี  แต่การไปถือเป็นเจ้าของเรื่อง  เมื่อถือเป็นเจ้าของเรื่องก็จะดำเนินการต่างๆ  ตามที่เห็นว่าดี  ซึ่ง 1) อาจจะไม่ถูก  2) ไม่เป็นที่เข้าใจ  3) ไม่ได้รับความร่วมมือ  และ  4) ไม่ยั่งยืน  เพราะคนที่จะทำให้ยั่งยืนคือประชาชน การจับประเด็นความขัดแย้งเพื่อนำไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนฯ  11  จำเป็นต้องทบทวนกันใหม่โดย  ให้ประชาชนมีบทบาทในการคลี่คลาย  แก้ปัญหา  และป้องกันปัญหา  ตลอดจนพัฒนาความเข้มแข็งเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

 

·       การแก้ไขความขัดแย้งมีกุญแจสำคัญ 3 ดอก ที่จะต้องไปด้วยกัน คือ

o   ทัศนคติ ความรู้สึก อารมณ์ บรรยากาศ

o   กระบวนการ  วิธีการ  ขั้นตอน

o   เนื้อหาสาระ  การตั้งโจทย์  การตอบคำถาม

กุญแจทั้งสามดอกนี้ต้องไปด้วยกัน หมุนวนไป เริ่มต้นจากเวทีเล็กๆ และขยายใหญ่ขึ้นไป แต่ก็ต้องพยายามเป็นขั้นตอน จุดสำคัญคือสร้างทัศนคติและกระบวนการ การสร้างทัศนคติที่ดีหรือจัดกระบวนการที่เหมาะสมก็จะไปเสริมทัศนคติ แล้วเรื่องสาระจะตามมาเอง การตั้งโจทย์ ต้องเปลี่ยนจุดยืนมาเป็นจุดประสงค์ หาจุดประสงค์ที่ตรงกันจากนั้นมาช่วยกันหาวิธีการ ในส่วนกระบวนการก็ต้องตกลงร่วมกันเสมอ จึงจะเกิดความยั่งยืน

 

·       ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปรับกระบวนทรรศน์ (Paradigm) ใหม่โดยเปลี่ยนจุดศูนย์กลางของการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลไปเป็นประชาชน และรัฐบาลมีหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนให้งานภาคประชาชนสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนนักวิชาการนั้นก็มีหน้าที่เป็น Facilitator คอยสนับสนุนข้อมูลเพื่อการคิดและตัดสินใจของประชาชน

 

·       แม้ว่าการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่มีประชาชนเป็นตัวขับเคลื่อนหลักจะใช้เวลานานในแต่ละกระบวนการ แต่ท้ายที่สุดแล้ว นี่อาจเป็นวิธีเดียวที่ประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน ในขณะที่วิธีการแบบเก่าที่รัฐบาลเป็นผู้นำและแก้ปัญหาเพื่อแค่ให้ผ่านพ้นไป อาจจะไปก่อให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นมาอีกและกลายเป็นปัญหาเรื้อรังจนไม่คุ้มค่ากัน

 

·       การให้ประชาชนมีส่วนร่วมอาจต้องเริ่มต้นในระดับแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มีความเฉพาะเจาะจงกับปัญหาของท้องถิ่น ถ้ามองปัญหาเหล่านี้ในระดับประเทศ อาจทำให้เข้าใจภาพผิดไป ความเข้าใจอย่างถูกต้องจากเวทีระดับพื้นที่เหล่านี้จะมีอิทธิพลส่งผลต่อเวทีระดับชาติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง การสร้างความสมานฉันท์

หมวดหมู่: สังคม ครอบครัว ชุมชน เศรษฐกิจ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: จ. 13 ก.ค. 2552 @ 11:39 แก้ไข: จ. 13 ก.ค. 2552 @ 11:39

ความเห็น

1.
P
สีตะวัน
เมื่อ จ. 13 ก.ค. 2552 @ 12:24
#1407136 [ ลบ ]

เรียนท่าน ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม

  • ขออนุญาตเก็บไว้ในแพลนเน็ตนะคะ
  • จะนำไปปรับใช้กับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
  • ขอบคุณค่ะ
2.
30
ไอลดา ด๊ะ เจ๊ะหะ
เมื่อ จ. 13 ก.ค. 2552 @ 14:24
#1407397 [ ลบ ]

อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรกับคำกล่าวที่

"ก่อนที่จะเปลียนแปลงต้องทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นก่อน"

และถ้าเป็นอย่างนั้น "เราจะใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดี อย่างที่เราต้องการนี้ได้อย่างไร "

ด้วยความเคารพค่ะ

3.
P
พ.ญ. อัจฉรา เชาวะวณิช
เมื่อ จ. 13 ก.ค. 2552 @ 19:22
#1407957 [ ลบ ]

เข้ามาเรียนรู้ค่ะ

4.

ขอบพระคุณสำหรับแนวคิดดีๆที่ท่านไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม นำเสนอให้ได้เรียนรู้ครับ

และกระผมขอสนับสนุนแนวคิดการแก้ปัญหาจากรากของความขัดแย้ง เมื่อรากสมบูรณ์ต้นก็จะสมบูรณ์ตาม หากรากเน่ารักษาต้นอย่างไรต้นไม้ต้นดังกล่าวก็คงไม่สามารถดำรงอยู่ได้นานนัก หากเจอกระแสลมเพียงเล็กน้อยก็อาจโค่นล้มลงมาอย่างง่ายดายใช่หรือเปล่าครับ

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.110
ข้อความ:  
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
 
รหัสสุ่ม: ( ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน )
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ

บันทึกอื่นๆ