ทุกคนคงทราบกันดีว่าเด็กสมัยนี้เติบโตมากับเทคโนโลยี จากเด็กที่เคยวิ่งเล่นตามสนามหญ้าจริง เล่นฟุตบอลในสนามหญ้าจริงๆก็หันมาเล่นเกมส์ที่มีสนามหญ้าอยู่เพียงหน้าจอ และมาถึงปัจจุบันกระแสหนึ่งจากเทคโนโลยีที่เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือ เกมส์ออนไลน์ เยาวชนตอนนี้กำลังถูกมอมเมาด้วยเกมศืออนไลน์เป็นจำนวนมาก เกมส์ออนไลน์เปรียบเสมือนยาพิษของพ่อแม่ผู้ปกครองเลยทีเดียว หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใดคิดว่ามันก็เป็นแค่เกมส์เดี๋ยวโตขึ้นก็เลิกติดเองแหละตอนนี้ก็ปล่อยให้ลูกเล่นไปก่อน เล่นซะให้พอ ขอบอกว่านั่นเป็นความคิดที่ประมาทมากเพราะภัยร้ายจากเกมส์ออนไลน์อาจมีผลไปถึงการใช้ชีวิตทั้งชีวิตของเด็กหากมองในระยะยาว
เมื่อเด็กเริ่มเล่นเกมส์ออนไลน์หากคุนสังเกตุเด็กจะไม่อยากออกไปเล่นนอกบ้าน ทำให้จากเดิมที่เด็กๆควรจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เด็กจะได้เรียนรู้วิธีการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เมื่อเล่นอะไรร่วมกันก็ต้อมมีความสามัคคี แบ่งปัน ให้อภัย ฯลฯ เหล่านี้คือสิ่งที่เด็กจะได้เรียนรู้จากการออกไปเล่นนอกบ้านกับผู้อื่นแต่เมื่อมีเกมส์ออนไลน์ที่เด็กสามารถนั่งเล่นคนเดียวได้เป็นวันๆ เด็กก็จะไม่ได้เรียนรู้วิธีที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น ก็จะเรียนรู้ไปทำไมในเมื่อวันๆก็เป็นเพื่อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ไร้ชีวิตนี่
เด็กติดเกมส์ มีหลายอย่าง เช่น เล่นเพื่อสนุก เล่นเพื่อคลายเครียด เล่นเพื่อเท่ห์ เป็นที่ยอมรับของเพื่อน แต่ถ้าเล่นเป็นชีวิตเสมือนมันคือสิ่งที่ทำให้มีความสุข เหมือนสร้างโลกส่วนตัว เสมือนสิ่งทดแทนโลกแห่งความเป็นจริง อันนี้อันตรายกว่า เพราะถ้าพวกเขาหลุดจากโลกของเกมส์ เขามักปฏิเสธโลกความเป็นจริง ไม่ค่อยแคร์ใคร และอาจเป็นโรคซึมเศร้าได้ ถึงตอนนี้แต่ละฝ่ายต่างมองถึงปัญหาและทางแก้
ปัญหาภัยบนอินเตอร์เน็ต เช่น เกมออนไลน์และแชทรูมที่มักเกิดขึ้นกับเด็กนั้น เป็นเพราะเด็กไทยส่วนใหญ่ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ เพราะจากผลสำรวจและประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหลาย ๆ ประเทศพบว่า ปัญหาลักษณะนี้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะเด็กในประเทศอื่น ๆ แบ่งเวลาและแยกแยะได้ว่าจะเล่นเกม หรือ แชทรูม เพื่อพักผ่อนและคลายเครียด ปัญหาดังกล่าว ไม่ใช่ปัญหาด้านเทคนิคคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังถือเป็นปัญหาทางสังคม เพราะทำให้ผู้ที่ถูกภัยบนอินเตอร์เน็ตคุกคาม โดยเฉพาะเด็กไม่สนใจการเรียน ขาดความรับผิดชอบและขาดความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเกมส์ที่เล่นสนุกๆจะทำลายอนาคตคนได้จริงๆ
p


เมนูของ painet





เมื่อ อา. 05 ส.ค. 2550 @ 16:52
340635 [ลบ]
"เกมส์ออนไลน์ที่เด็กสามารถนั่งเล่นคนเดียวได้เป็นวันๆ เด็กก็จะไม่ได้เรียนรู้วิธีที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น"
ข้ออ้างนี้น่าจะใช้ได้กับเกมส์ธรรมดาๆ และไม่ออนไลน์. เด็กนั่งอยู่หน้าคอมฯก็จริง แต่ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว เหมือน game console เก่าๆอีกต่อไปแล้ว. เด็กเรียนรู้ทักษะทางสังคมบางอย่างที่เป็นสังคมเสมือน.
อาจจะไม่ใช่ "เกมส์" ล้วนๆ แต่ติดสังคมเสมือนนี้ก็ได้ที่ให้เด็กติดเกมส์ออนไลน์.
ทุกคนคงจะทราบอยู่ดีแล้วว่าการที่เด็กเล่นเกมส์หรือทำอะไรซ้ำๆกันเป็นเวลาต่อติดกันนานเกินไปจะเกิดผลเสียมากมาย. แต่ที่ยังคิดไม่ออกอาจจะเป็นวิธีแก้ปัญหา.
สิ่งหนึ่งที่ผมคิดตอนนี้คือถ้าเด็กไม่เล่นเกมส์แล้วเด็กจะไปทำอะไรได้บ้าง. ถ้ามีที่ทางสำหรับกิจกรรมอื่นๆ ก็น่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กเล่นเกมส์ออนไลน์น้อยลง. ไม่รู้เด็กๆเดี๋ยวนี้จะมีที่เล่นทอยกอง หรือว่าโยนจากร่อน อะไรแบบนี้บ้างหรือเปล่า.
เมื่อ จ. 06 ส.ค. 2550 @ 19:38
341557 [ลบ]
แค่แวะมาทักทาย และต้องการแสดงความชื่นชมจากใจจริงเลยค่ะ ...ที่มีกลุ่มคนอย่างคุณอยู่ในสังคมของพวกเรา สังคมไทยยังมีสิ่งดีๆอีกเยอะเลยนะคะ.....
เป็นกำลังใจให้นะคะ...
เมื่อ พฤ. 09 ส.ค. 2550 @ 16:02
344407 [ลบ]
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับกำลังใจ
พวกเราถึงจะทำอะไรได้ไม่มาก แต่ขอเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสังคมของเราละกันนะคะ ^^ .....C.
เมื่อ จ. 20 ส.ค. 2550 @ 01:48
355327 [ลบ]
เมื่อ อ. 11 ธ.ค. 2550 @ 23:31
487862 [ลบ]
ผมก็เป็นเด็กติดเกมส์ คน 1 ครับ จริง ๆ แล้วเกมส์ออนไลท์ มันไม่ได้เล่นคนเดียวครับ มีเกมส์ออนไลท์หลาย ๆ เกมส์ที่ใช่ความสามัคคี ต่อสู้กันเป็นกลุ่ม ๆ ช่วยเหลือซิ่งกันและกันในเกมส์
*ไม่มีเวลาออกไปไหนอยู่กับบ้านก็เล่นเกมส์อ่ะครับ
มันเลยไม่มีไรทำ ก็ติดเกมส์ปายตามมารยาท
ผมว่าถ้าจะมาแก้ปัญหาตอนนี้อ่ะครับยากแล้วล่ะ
จริง ๆ แล้วถ้าเด็กคิดจะเลิกอ่ะเลิกได้ แต่อยู่บ้านไม่มีไรทำจริง ๆ หันไปไหนก็มีแต่ TV Com นี่และครับเลยต้องหันไปหันมาระหว่าง Com กับ TV
เมื่อ จ. 07 ม.ค. 2551 @ 11:44
512488 [ลบ]
การที่พ่อแม่ปล่อยให้ลูกเล่นแต่เกมทำให้ครอบครัวแตกไปคนละทาง ไม่มีความอบอุ่น เกิดปัญหาในครอบครัว อยากให้ร้านเกมปิดเร็วๆ หลังจาก 5 โมงเย็นก็ไม่ต้องให้เด็กเข้าไปเล่นก็ได้จะได้ช่วยเยาวชนไทยได้มีอนาคต ขอร้องนะ