ไปไหว้กับนะครับ คนของหัวใจบันทึกนี้สำหรับคุณ คนของหัวใจโดยเฉพาะ
ก็คุณชอบไปวัดไปวา และเรื่องวัดเรื่องพระนี่ก็เป็นอีกเรื่องในจำนวนน้อยเรื่องที่เราคุยกันได้ค่อนข้างมากคำหน่อย
หลังจากที่ผมประสานงานติดต่องานกับเจ้าหน้าที่ในเมืองหลวงพระบาง ซึ่งใช้เวลามากโข ต้องแปลเอกสารที่แฟกซ์มาจากกรุงเทพฯเป็นภาษาลาวอีกหลายหน้า
ผมก็บ่ายหน้าไปแขวงไชยะบูลีในตอนสายๆใช้เส้นทางเดียวกับทางไปเวียงจันทน์ได้ประมาณยี่สิบกิโล ก็แยกเข้าถนนดินเป็นเส้นทางไปไชยะบูลี และสามารถต่อมาที่เมืองหงสา เมืองเงิน ออกที่ด่านห้วยโกร๋นจังหวัดน่านได้ เรา(มีเพียงผมกับคนขับรถ)พักกินเฝอตอนเที่ยงที่ตลาดเมืองนาน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปที่ท่าเรือบัก หรือเรือเฟอรี่ข้ามแม่น้ำโขง เสียค่าข้ามไปทั้งหมดสามสิบสามพันกีบ ก็ได้เข้าสู่เขตแดนของแขวงไชยะบูลีเสียที
ถนนจากท่าเดื่อไปไชยะบูลี เป็นทางลูกรังสภาพไม่ต่างจากทางในเขตหลวงพระบางที่ผ่านมา ผมต้องจ่ายค่าข้ามขัวอีกห้าพันกีบ รถเราวิ่งช้าๆราวสี่สิบนาทีผ่านฝุ่นที่หนาแน่นยามมีรถสวนมาหรือแซงไป จนมาถึงเมืองไชยะบูลีจนได้ เราตรงเข้าที่พัก “เรือนพักนกอินทรีย์” สภาพที่พักดีมากมีแอร์ ทีวีดาวเทียม กาต้มน้ำร้อน ชาจีนกลิ่นหอมๆพร้อมป้านชาสวยๆ ราคาที่พักคืนละสี่ร้อยบาท
หลังจากที่ปรึกษาหารือวางแผนการทำงานกับเจ้าหน้าที่ประจำแขวงแล้ว เห็นพอมีเวลาว่าง ผมเลยจะพาคุณไปไหว้พระละทีนี้
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">วัดแรกที่ผมจะพาคุณแวะ ชื่อวัดบ้านผาปูน อยู่นอกตัวเมืองไชยะไปทางสนามบิน (เมืองไชยะฯก็มีสนามบินเล็กๆนะ มีเครื่องมาลงอาทิตย์ละสองเที่ยว) วัดบ้านผาปูนเป็นวัดเล็กๆ สงบเงียบ ลานวัดสะอาดสะอ้าน ปลูกต้นหมากผู้หมากเมียสีแดงเต็มไปหมด ผมพบพระหนุ่มๆ และสามเณรเด็กๆ เกือบสิบรูป นั่งดูรายการโทรทัศน์กันอยู่ (เฮ้อ เทคโนโลยี) แต่สิ่งที่สะดุดตาผมจนต้องจอดรถพาคุณมาชมในวัดแห่งนี้คือ เจดีย์รูปทรงแปลกตา(สำหรับผม) เป็นเจดีย์ขนาดไม่ใหญ่โตนัก รูปทรงฝีมือช่างล้านช้าง มีเจดีย์บริวารขนาดย่อมลงมาเรียงรอบทั้งสี่ทิศทแยง และที่น่าสนใจคือมีการก่อสร้างที่สำหรับจุดประทีป เทียนและวางดอกไม้อยู่ทั้งสี่ด้านขององค์เจดีย์ ผมไหว้เจดีย์เผื่อคุณแล้วนะครับ </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ย้อนกลับเข้าเมืองไชยะฯตามเส้นทางเดิม ผมขอให้คนรถพาผมแวะที่วัดในชุมชนบ้านบุ่ง (แต่จำชื่อวัดไม่ได้แล้ว…) ด้วยเห็นสภาพวัดดูร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นมะพร้าวที่ดูเหมือนจะมีอายุมากโข ยืนยันความเก่าแก่ของวัดด้วย ต้นโพธิ์ขนาดหลายคนโอบ ผมเห็นบ่อน้ำโบราณที่ผนังบ่อก่อด้วยอิฐมีตะไคร่เกาะจนเป็นสีเขียว อยู่กลางดงมะพร้าว แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุด เห็นจะเป็นเจดีย์ทรงประหลาด(ตาผม) ที่มีรูปทรงคล้ายพานพุ่มมีส่วนหนาค่อนข้างจะสมมาตรกับส่วนสูง ประดับรูปเทพพนมทั้งสี่ด้าน ผมขอพรคุณพระคุ้มครองคุณคนของหัวใจด้วยครับ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p> กลับเข้าในตัวเมืองไชยะฯ คราวนี้คนขับรถเริ่มรู้ใจผู้โดยสาร ขับตรงไปจอดที่วัดกลางตัวเมือง ชื่อวัดสีเมือง หรือวัดศรีสว่างวงษ์ (ตามพระนามเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงษ์ผู้ทรงสร้างวัดนี้) ในวัดมีโรงเรียนสำหรับพระสงฆ์ เห็นพระเณรจำนวนมากนั่งท่องหนังสือตามใต้ร่มไม้ บางชั้นเรียนบางห้องยังมีการเรียนการสอนแม้ว่าจะล่วงเลยเวลาห้าโมงครึ่งไปแล้ว สองข้างทางจากหน้าประตูไปยังโบสถ์ปลูกไว้ด้วยต้นตาล ตัวอุโบสถเองดูวิจิตรกว่าสองวัดแรก หน้ามุข และบานประตูเขียนลวดลายงดงาม ผนังด้านหน้าเขียนรูปภาพนิทานชาดกฝีมือและสีสันสวยงามมีเสน่ห์ในความเป็นเอกลักษณ์ ด้านข้างอุโบสถมีเจดีย์รูปทรงเหลี่ยมเรียวสูง เข้าใจว่าเรียกกันว่าทรงพุทธคยา ผมไหว้พระเผื่อคุณอีกครั้งครับเขียนถึงเรื่องวัดเรื่องเจดีย์แบบคนที่ไม่มีความรู้ด้านนี้ครับ แต่ก็ยังอยากเขียนให้คุณได้อ่าน ยิ่งเขียนเรื่องที่คุณชอบยิ่งคิดถึงคุณครับ
หวัดดี พ่ออาว
ถ้าแม่ป้า อยากไปไหว้เอง จะเฮดจักได่ ไปทางไหนเนี่ย ไชยะบูลี
สวัสดีครับ
น้องออต อ้ายถ่ายรูปวัด รูปแต้ม จากวัดในชนบทมามากมายครับ ไว้จะเอาไปแลกเปลี่ยนครับ
เอื้อยแดงครับ มีรถชั้นหนึ่งวิ่งจากเวียงจันทน์ครับ แต่ก็คงลำบากน่าดู ขึ้นเครื่องไปลงหลวงพระบางดีกว่าครับ ผมมีรถตู้ที่รู้จักกันบริการรับเช่าราคากันเอง วันละ ๑๐๐ ยุเอสครับ สนามบินไชยะกำลังปิดปรับปรุงครับ
หลวงพระบางกำลังเปลี่ยนไปด้วยธุรกิจท่องเที่ยวครับคุณหมอครับ หากมีโอกาสพาน้องเอื้อยไปเยือน เลยไปเยี่ยมเมืองเล็กๆเช่นไชยะบุรีก็ดีครับ