วันนี้ผมจะพาคุณเลาะเลียบลำน้ำฮูง ที่เอื่อยไหลทอดผ่านเมืองไชยะบุรีอย่างสงบ

  

คนของหัวใจ  

คุณคงไม่รู้สึกเป็นภาระ ที่ต้องติดตามผมไปเที่ยวชมบ้านเมืองแสนห่างไกลในแขวงไชยะบูลีหรอกนะ จากการตระหนักในครั้งที่ล่องแก่งใหญ่วันก่อน ผมสัญญากับตัวเองว่าจะพูดคุยกับคุณให้มากขึ้น มากกว่าทุกครั้งที่เรามักถามกันเพียงถ้อยคำที่ว่า วันนี้ถอนหายใจกี่ครั้ง  

วันนี้ผมจะพาคุณเลาะเลียบลำน้ำฮูง ที่เอื่อยไหลทอดผ่านเมืองไชยะบุรีอย่างสงบ ไปลงแม่น้ำโขงที่บ้านปากฮูง วันนี้ไม่ต้องล่องเรือผ่านแก่งอีก แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะคิดถึงคุณน้อยลงนะครับ 

ลำน้ำฮูงช่วงที่ไหลผ่านเมืองไชยะบุรี มีร้านอาหารของคนจีนยูนานอยู่ร้านหนึ่ง (เห็นไหม ว่านอกเหนือจากผมมาคราวนี้จะได้พบคนยวนแล้ว ผมยังได้ไปชิมอาหารจากคนชาวเดียวกับคุณอีกนะ) เย็นวันนั้นผมสั่งผัดมะเขือยาวแบบเสฉวน ผัดเต้าหู้เสฉวน และสุ่ยทัง(น้ำซุปผัก) แน่ละผมต้องคิดถึงคุณทุกคำข้าวที่ตักเข้าปาก และก็เป็นอาหารมื้ออร่อยอีกมื้อหนึ่ง  

 วันนี้เรานั่งรถไปตามเส้นทางดินเล็กๆ คดเคี้ยวเลี้ยวเลาะไปตามไหล่เขา ในขณะที่ลำน้ำฮูงสีครามใส ไหลขนาบอยู่ในร่องลึกอีกด้านหนึ่งของเส้นทาง ในช่วงที่ลำน้ำตื้นท้องน้ำเป็นหาดหิน ผมเห็นผู้หญิงต่างเพศหลายวัย ยืนก้มสาวเอาไคอยู่ในลำน้ำที่หนาวเย็นช่างอดทนกันเสียจริง (คงเหมือนกันกับคุณมั้ง) ทอดสายตาไปทางใดก็มีแต่เทือกเขา ลูกแล้วลูกเล่าและลูกถัดๆต่อไปอีกเป็นทิวแถว

ผมเห็นความยิ่งใหญ่ของขุนเขา ที่บีบตัวเราเองเป็นเพียงมนุษย์ตัวจ้อย ที่ไม่อาจยืนหยัดค้ำฟ้า เช่นขุนเขา แต่ผมก็เห็นความเพียรพยายามของมนุษย์ในการหาเลี้ยงปากท้อง จากร่องรอยการแผ้วถางหักร้างถางพงปลูกข้าวไร่ข้าวโพดหมากเดือยหมากงา ในพื้นที่สูงชันไกลโพ้น  ส่วนที่เป็นป่า ยังคงระบายด้วยสีแสดแดงของใบไม้รัง สลับกับสีเหลืองของใบไผ่ และแซมด้วยสีม่วงแดงของดอกเครือออน (คุณคงนึกค้อนผมเหมือนเคยละสิ ว่าผมติดใจอะไรนักหนากับป่าเปลี่ยนสี และดอกเครือออน...โธ่ก็ผมชอบเพลงศิลปินป่า ของอ้าย จรัล นี่นา) 

 

อ้ายคำพัน ชี้ให้มองเทือกเขาลูกโน้นลูกนี้พร้อมกับบอกชื่อของยอดเขาแต่ละลูก ชวนให้จินตนาการเห็นเป็นรูปร่างต่างๆ ตามการสังเกตของคนท้องถิ่นโบราณ อาทิ เช่น ผาช้างรูปช้างตัวโต ผาซุยรูปร่างเหมือนมีดซุย ผาขะมิ้นที่คงตั้งชื่อตามสีของใบไม้ในฤดูแล้ง ผาเสือรูปร่างเหมือนเสือตัวใหญ่  

ส่วนพ่อคนขับรถคู่ชีพก็ละสายตาจากทางเบื้องหน้าหันมาเล่า ตำนานของท้าวเซี้ยงเมี่ยง เขาเล่าว่า เซี้ยงเมี่ยงมาไถนาในเมืองลาว ในแถบเวียงจันทน์นั้นไถคราดจนเสร็จจึงเป็นที่ราบเพียงอยู่ทุกวันนี้ ส่วนทางภาคเหนือนั้นไถนาแล้วยังไม่ทันคราด เซี้ยงเมี่ยงป่วยตายเสียก่อน จึงเหลือเป็นยอดเขาหุบเขา เหมือนรอยไถอยู่ทุกวันนี้ 

เรายังขับรถผ่าน สวนอานุลักไม้เป็นยาหรือสวนอนุรักษณ์พืชสมุนไพรของสาธารณสุข แขวงไชยะฯด้วย เรามาถึงบ้านปากฮูงในตอนสาย เดินผ่านโรงเรียนไปชมพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ แล้วต้องรีบทำตัวเงียบๆแอบถอนตัวกลับ เพราะได้ยินนายครูกำลังสอนวิชาประวัติศาสตร์ลาวตอนที่ว่าด้วยการรุกรานจากศักดินาประเทศหนึ่ง..... 

 

เดินเที่ยวในหมู่บ้านเห็นแม่บ้านกำลังทำไคแผ่น ตากแห้งเป็นแถวๆ คุณป้าอวดสรรพคุณว่าไคบ้านนี้เป็นไคจากน้ำฮูง เรียกว่าไคไหมคุณภาพดีกว่าไคหยาบในแม่น้ำโขง เหลือบไปเห็นเครื่องปรุงไคแผ่น เมื่อถามถึงสูตรเครื่องปรุง ป้าบอกว่าไม่ใส่อะไรมากมีแต่เกลือกับผงนัวผงนัว ผงชูรส ผงนัว ผงชูรส ระบาดเข้ามาสู่สินค้าพื้นเมืองแล้วหนอ คนของหัวใจครับ อ่านแล้วเหมือนผมมาเที่ยวเนาะ แต่เปล่าหรอก ผมมาทำงาน งานที่ต้องคิดต้องห่วงดินห่วงน้ำห่วงฟ้าห่วงประชาชี แต่เพียงว่าผมเลือกที่จะถ่ายทอดเรื่องราวที่ดีงามให้คุณรับฟัง กลัวคุณเป็นห่วงผมมั้ง

คิดถึงนะครับ 

ริมน้ำโขง บ้านปากฮูง เมืองไชยะบูลี  ๑๔ มังกอน ๕๑