ว้นหยุดที่ผ่านมาได้กลับบ้านของตนเองที่ต่างอำเภอ...ระยะทางก็ห่างจากตัวจังหวัดมหาสารคามไปประมาณ 55 กิโลเมตร ไกลพอสมควร แต่ละเดือนจะกลับบ้านประมาณ 2 ครั้ง ถ้าไม่มีงานติดพลันในช่วงของวันหยุด
เมื่อไปถึงบ้านก็จะพบพี่สาว ที่อยู่บ้านในบริเวณรั้วเดียวกัน(คนละหลัง) คนเดียวดูแล 2 บ้าน แต่เธอก็จะใช้วิทยุ และทีวี เป็นเพื่อนเสมอ สิ่งที่พี่สาวห่วงคือ เรื่อง ของไร่ -นา เรื่องการดูแลบ้าน เพราะ "เธอเป็นหญิงหม้าย" เป็นคนที่มีจิตใจดีงาม คอยช่วยเหลือผู้ที่ลำบากกว่า ค่อนข้างเป็นคนซื่อๆ ไม่เคยด่าว่าใคร จะยิ้มและมีเรื่องเล่าตลกๆ ให้คนรอบข้างหัวเราะอยู่เสมอ จากพฤติกรรมที่แสดงออก ท่าทางอ่อนน้อม ถ่มตน จึงเป็นที่รักใคร่ของบ้านใกล้เรื่อนเคียง
เมื่อเธอมีเรื่องกังวลใจ และเราจะเป็นคนที่ช่วยให้แนวทางและช่วยคิด เรื่องที่เธอกังวลใจมักจะได้รับการสนองตอบทันที่ และสิ่งที่เกิดขึ้นในวันหยุด ที่ทำให้เธอมีความสุข และได้ทำในสิ่งที่ตนเองอยากจะให้ทำคือ ต้องการบรรทุกปุ๋ยคอก เพื่อนำเอาไปใส่ไร่ -นา เพื่อเตรียมดินในการลงนา
เธอจึงได้ไปขอแรง ของสามีภรรยาคู่หนึ่ง อาชีพรับจ้างทั่วไป บ้านใกล้กัน ในแต่ละวันทั้งคู่ก็จะไม่ค่อยได้ทำอะไร นอกจากอาชีพรับจ้างทั่วไป ตามเทศกาล และสามีของเธอเป็นคนขี้โม้อีกต่างหาก คนอื่นไม่ค่อยจ้าง เพราะเบื่อขี้โม้ อาทิมีคนมาจ้าง ก็ไม่อยากไป(เลือกคน เลือกงาน) ถ้าคนไม่ถูกใจจะให้ค่าแรงมากกี่เท่าแกก็ไม่ไป เพราะ ไม่ถูกใจ นิสัย จะต้องเป็นคน"บ้ายอ" พูดดีด้วย แกจะทำให้ทุกอย่างถ้าถูกใจ
และในวันนี้พี่สาวไปเรียก ว่าขอไปช่วย บรรทุกปุ๋ยคอก เพื่อนำเอาไปใส่ไร่ -นาด้วย จะรับค่าจ้างเป็นรายวันก็ได้ แกก็ไม่ได้รีรออะไร สามี-ภรรยาคู๋นี้จึงมาช่วยกันขนปุ๋ยหมัก ใช้เวลาทั้ง 2 วัน ถึงแม้จะเหนื่อย แดดร้อน แต่ก็สมัครใจที่จะทำ เพราะเห็นว่าที่บ้านมีแต่พี่สาวคนเดียว และเป็นคนที่มีน้ำใจ เมื่อครอบครัวนี้ ขาดข้าวปลาอาหาร จะแวะมาหาพี่สาวอยู่เป็นประจำ เราในฐานะผู้ให้ก็มีความสุข ผู้รับก็รับด้วยความสุข เพียงเพราะว่า การสื่อสารที่เป็นภาษาดอกไม้ และเข้าใจธรรมชาติของคน หลีกเลี่ยงการตอกย้ำ ปมด้อย เหล่านั้น
ด้วยการชื่นชม เยินยอ ยกย่อง เพิ่มคุณค่าและให้ความเท่าเทียมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ในกรอบที่เขายอมรับได้ เขาไม่ต้องการอะไรจากเรา นอกจากคำพูดดีๆ ที่ทำให้เธอมีความสุข และสรุปในวันทำงานของเธอคู่นี้ เธอไม่ต้องการค่าตอบแทนเป็นเงิน แต่ขอเป็นข้าสารแทน
แต่พี่สาวไม่ยอม เลยให้ทั้งสองอย่าง และเธอบอกว่า มีอะไรเรียกใช้ได้นะ ด้วยความเต็มใจครับ
ผู้บันทึกที่ได้พบเห็น ทั้งคู่มีน้ำใจงาม เขาต้องการทุกอย่าง เหมือนอย่างที่เราต้องการ แค่คำพูดที่มีอยู่ในตัวเรา ที่จะสื่อสารในทางสร้างสรรค์ และให้การดูแลและยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น เธอทำให้ด้วยหัวใจจริงๆ
สวัสดีค่ะ.
อ.ขจิต ฝอยทอง
ตามมายืนยันค่ะ
- วันวานยังหวานอยู่ที่สารคาม
- ต้นปี ๕๐ ไปหาลูกชาย....เกิดจำไม่ได้ว่าหอพักอยู่ตรงไหน
-คนขับรถสองแถวขับช้า ๆ พากันดู..จนถึงหมู่บ้าน....สุดทางรถ
- เขาก็ถามอีกว่า..มาอยู่หลายวันแล้วจำจุดใหญ่ได้ไหม..เช่นอาคารสีอะไร..หอพักใหญ่..ชื่ออะไร
-สุดท้ายเขาส่งถึงที่พัก...ด้วยราคาค่ารถจากเมืองถึง มหาวิทยาลัย...เท่ากับราคาที่ติดไว้ข้างรถ
- ค่าเสียเวลา..ค่าน้ำมัน...ค่าช่วยดู...พร้อมหอบของไปส่ง.ไม่คิดค่ะ
- เล่าให้ลูกชายฟัง...ลูกชายบอกหนูชอบอยู่อีสานเพราะมีอะไรที่เป็นน้ำใจเยอะดี.....ยิ่งพี่ยามที่อยู่ฝั่งตรงข้ามคณะมีน้ำใจต่อกัน...ลูกก็ขอให้แม่ช่วยค้นคว้าเรื่องชนิดของคำ.เอาไปฝากพี่ยาม...เพราะพี่ยามสมัครเข้าเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ปี ๑ ..เขาถาม...นึกได้ว่าเคยช่วยแม่พิมพ์งานนี้
สวัสดีค่ะครู
นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
ขอบคุณแทน พี่ยาม ได้ยินคงจะยิ้มไม่หุบเลย ความมีน้ำใจจะหาอะไรก็เปรียบยาก นอกจากจะกล่าว คำว่าด้วยความขอบคุณ และซึ้งน้ำใจจริง แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ