เปลี่ยนบรรยากาศ หาที่สื่อสารกับเพื่อน ที่คุ้นเคย ทำให้ได้รสชาด

เย็นนี้ไม่ได้กลับบ้าน  นัดเพื่อนทานข้าวเย็นดีกว่า  เพราะมหาวิทยาลัยมีกิจกรรมในวันเสาร์ทั้งวันโครงการ “Freshy day and  Freshy night” เป็น กิจกรรมลอดซุ้มของน้องใหม่   ปกติเมื่อไม่ได้กลับบ้านก็จะนั่งทำงานเรื่อยๆ   และรับประทานอาหาร ที่ ตลาดน้อย  เป็นตลาดกลางคืน ที่ขายอาหารให้กับนิสิต  ในแต่ละวันช่วงเย็น จะมีผู้คนมาจับจ่าย และซื้ออาหารเป็นจำนวนมาก    และผู้ที่ผ่านไปมาได้ลองชิมรสชาติอาหารตลาดน้อยก็โอเค  มีอาหารให้เลือกรับประทานที่หลากหลาย ราคาเริ่มแพงขึ้น แม่ค้าบอกว่า เป็นเพราะน้ำมันขึ้นราคา  แบกรับภาระไม่ไหว จึงต้องขึ้นค่าอาหารตาม เพราะจะอยู่ไม่ได้  ก็น่าเห็นใจนะ ค่าครองชีพสูงมาก การบีบรัดตัวในทุกๆเรื่อง  บางครั้งนำมาสู่ความเครียดบ้าง   ที่ตลาดน้อยมีอาหารให้เลือกซื้อไปรับประทานที่หลากหลาย   ด้วยความเคยชิน ที่จะต้องรับประทานอยู่เป็นประจำ  จะทำให้ตัวของเราเองมีความรู้สึกอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ไม่จำเจ

 จึง โทรศัพท์ชักชวนเพื่อน ที่เป็นอาจารย์   นัดกันไปรับประทานอาหารร้านข้างนอกกัน ที่สำคัญจะได้พูดคุยกันด้วย  เพราะอีกไม่นาน เพื่อนจะต้องย้ายไปทำงานที่ภาคกลาง (ใกล้บ้าน )  

จึงต้องหาบรรยากาศ ที่มีเพลงฟังเบาๆ พูดคุยกันได้ด้วย อีกทั้งออกไปสัมผัสบรรยากาศในยามค่ำคืน    เป็นร้านอาหารเล็กๆ ใกล้มหาวิทยาลัย เป็นอาหารไทย  รสชาดอร่อยเข้ม ข้นอร่อย   ราคาก็ไม่แพงมาก ที่สำคัญ  นักร้อง  ร้องเพลง เพื่อชีวิตได้ไพเราะมาก  ร้านเล็กดูอบอุ่น  สังเกตพบว่า มีลูกค้าเข้ามาตลอด และก็ได้บรรยากาศไปอีกอย่าง นั่งรับประทานอาหารไม่นาน ก็มีคุณหลาน พึ่งเลิกจาการประชุมกับรุ่นพี่ และมาร่วมแจมพร้อมกับเพื่อน 

                          เมื่อหลานมาจึงต้องเปลี่ยนเรื่องคุยกลับมาถามเรื่องของเขา  เพราะถ้าคุยกันเอง เด็กจะรู้สึกเบื่อ   นานๆทีได้ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านบ้างและได้พูดคุยกับเพื่อนที่ถูกใจ ยิ่งเพิ่มความอร่อยของอาหารได้อีก และเป็นการผ่อนคลาย สบายๆ เป็นการเติมความสุขเล็กน้อยให้กับตนเอง  ได้มีเวลาได้พบปะกับเพื่อนบ้างอย่างน้อย เดือนละครั้ง จะทำเราสดใส และสดชื่น เพราะเราไม่สามารถที่จะอยู่คนเดียวได้ ต้องมีเพื่อนและสังคม  ในบางครั้งลูกวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมอย่างนี้  ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่เขาจะต้องมีชีวิตอิสระและส่วนตัวบ้างในบางครั้ง ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส