เมื่อพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว...หากผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ก็ไม่ใช่ความล้มเหลวของชีวิต. เพราะมันคงไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมด จะมีก็แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากความพยายามอันสูงสุดของคนเราเท่านั้นเอง ...

ผมยังนอนไม่หลับ  ทั้ง ๆ ที่นี่ก็ดึกมากพอที่จะพักผ่อนได้แล้ว   เพราะวันนี้ผมต้องเดินสายประชุมมาเกือบทั้งวัน  โดยล่าสุด  กว่าการประชุมอันหน่วงหนักจะยุติลง   เวลาก็โบยบินมาจนเกือบ ๆ  จะห้าทุ่มเลยทีเดียว

ท่ามกลางความเคร่งขรึมของชีวิตในวันนี้   ผมก็ยังคงมีเรื่องดี ๆ ให้หัวใจได้ฉีกยิ้มขึ้นมาบ้าง 
เริ่มจากการได้พบเจอกับกล่องกระดาษขนาดกลางจำนวน ๓
  กล่องซ้อนทับกันอยู่หลังโต๊ะทำงานของผมเอง  พร้อม ๆ กับบุคลากร ฯ  ท่านหนึ่ง  ผู้ซึ่งเป็นยิ่งกว่าน้องชายและลูกน้องอีกคนของผมได้บอกกล่าวว่า นี่คือสิ่งของที่ศูนย์หนังสือของมหาวิทยาลัย  นำมาสมทบกับกิจกรรมสายธารความรู้สู่เด็กและเยาวชน ฯ

-  ภายในกล่องอัดแน่นไปด้วยหนังสือเรียนที่ยังไม่ได้ใช้จำนวนหนึ่ง   ดินสอจำนวน 120  แท่ง  สมุดบันทึกและสมุดรายงานอีกไม่น้อยกว่า 100  เล่ม  รวมถึงหนังสือภาพนิทานที่ผ่านการใช้งานมาในระดับหนึ่งอีกประมาณ 3 - 4  เล่ม  และเสื้อยืดสภาพใหม่แกะถุงอีกร่วม 100  ตัว

-  ดูด้วยตาเปล่าก็ประหนึ่งจะไม่มากมายนัก  แต่สำหรับผมแล้ว  มันมีค่าอย่างมหาศาล  อย่างน้อยก็ยืนยันได้ว่า  ท่ามวิถีที่กำลังร่วมใจกันทำขึ้นนั้น  ผมและทีมงาน  ตลอดจนน้องนิสิต  หรือแม้แต่เพื่อนชีวิต และลูกชายแสนซนอีก ๒  คน    ไม่ได้ถูกปล่อยเคว้งอยู่อย่างเดียวดาย ..

ถัดจากนั้น  ก็ได้รับการยืนยันจากสำนักวิทยบริการอย่างแข็งขันว่า  พรุ่งนี้เช้าให้เข้าไปเลือกหนังสือมาสมทบเป็นกองผ้าป่าหนังสือได้เลย  โดยไม่ต้องลังเลใด ๆ  อีกแล้ว

ผมไม่รู้หรอกว่าหนังสือที่ว่านั้น   จะมีสภาพใหม่ หรือเก่า 
แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสือ  ผมก็ยังเชื่อและศรัทธาว่ามันมีประโยชน์ต่อการพัฒนาคนอย่างแน่นอน
   เพราะในโลกความเป็นจริง คนใหญ่คนโตในสังคม  หรือแม้แต่นักเขียนชื่อดังหลายคน  ก็ล้วนอาศัยเศษกระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ขาด   นั่นแหละที่หล่อเลี้ยงเป็นอาหารสมองสืบมาจนทำให้ชีวิตได้มีโอกาสเติบกล้าอยู่ในสังคมอย่างน่ายกย่อง

 

นั่นคือเรื่องราวดีๆ ที่สัญจรมาเยือนในห้วงบ่ายที่แดดยังทอแสงเริงร้อนจนไม่อยากพาตัวเองออกไปสู่ท้องถนนใด ๆ  ..จึงได้แต่นั่งทำงานและขบคิดถึงจำนวนของหนังสือที่มีอยู่ว่าได้มากี่มากน้อยแล้วกันแน่

และเมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกับน้องนิสิตแล้วเราก็ตระหนักว่า จำนวนหนังสือที่ได้รับบริจาคมานั้นยังมีไม่มากนัก   ซึ่งผมเองก็พยายามอย่างมากกับการหยั่งคิดถึงสาเหตุอันเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการบริจาคหนังสือในครั้งนี้  ทั้ง ๆ ที่โดยปกติเมื่อมีกิจกรรมในทำนองนี้  ก็สบายใจได้เลยว่าจะมีหนังสือหลากชนิดไหลหลากมารวมกันเป็นจำนวนมากโดยไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลเหมือนที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

-          เราประชาสัมพันธ์กันช้ามาก

-          ระยะเวลาการขอรับบริจาคไม่มากพอ

-          เพิ่งเปิดเรียนไม่ถึงสามสัปดาห์  นิสิตจึงยังไม่มีหนังสือมาบริจาค ฯลฯ

ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปนัก  ผมก็ค่อนข้างเชื่อว่าการพยากรณ์ข้างต้นของตัวเองก็น่าจะมีมูลให้ชวนคิดอยู่มากโข  และยิ่งเพียงไม่ถึงสองเดือนที่ผ่านมา  หนังสือส่วนใหญ่ก็ถูกองค์กร หรือชมรมต่าง ๆ  ขนถ่ายไปค่ายของตัวเองอย่างเข้มข้นและหลากหลายมาแล้วอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น.  ผมจึงได้แต่บอกกับตัวเองอย่างสุภาพว่า  ทุกอย่างล้วนเดินทางมาอย่างมีเหตุผลของมันเอง  และทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี   ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่พอที่จะกั้นขวางศรัทธาของคนเราได้  เว้นเสียแต่เราจะไม่มีศรัทธาต่อสิ่งที่เรากำลังลงมือทำเท่านั้นเอง



ในห้วงค่ำ. 
นิสิตจำนวนไม่ถึงสิบคนพร้อมแคนหนึ่งเต้า   และกล่องกระดาษขนาดเล็กอีกหนึ่งกล่องก็ถูกนำมาพบเจอกันที่โรงอาหารตามที่นัดหมายไว้.  กระทั่งดวงตะวันจากลาไปจากแผ่นฟ้า  ผู้คนสัญจรมาสู่ตลาดน้อยอย่างหนาตา  -
ปฏิบัติการหมอลำ บอกบุญ  ก็เริ่มเคลื่อนตัวไปสู่พ่อค้าแม่ขาย  และแทรกชิดไปสู่เพื่อนพ้องน้องพี่นิสิตอย่างเป็นกันเอง  โดยมีจุดมุ่งหมายอันสำคัญคือ บอกบุญ  หรือขอรับบริจาค เปิดกล่อง  สมทบผ้าป่าหนังสือในโครงการสายธารความรู้สู่เด็กและเยาวชน ฯ

ขณะที่เขากำลังทอดเท้าย่างเดินไปพร้อม ๆ กับเสียงแคนและเสียงลำ  หรือแม้แต่ถ้อยคำอันบริสุทธิ์ในการเชิญชวนให้ใครต่อใครได้ร่วมบริจาคเงินทองอยู่นั้น  ผมเองก็แอบเฝ้าสังเกตการณ์เบิ่งมองพวกเขาผ่านกระจกในมุมสูงจากห้องสำนักงานอย่างเงียบ ๆ .

ผมเห็นความตั้งใจของน้องนิสิต  บางคราวก็เห็นรอยยิ้มอันเริงร่า  หากแต่บางคราวก็ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่างที่ผมเองก็ไม่กล้าพอที่จะหยั่งคิดได้

น้องนิสิตของผมยังคงเดินเท้าเป็นหมอลำบอกบุญไปอย่างต่อเนื่อง  พ่อค้าแม้ขายก็ไม่แล้งน้ำใจที่จะช่วยเหลือด้วยเงินทองตามแรงศรัทธา  รวมถึงนิสิตจำนวนหนึ่งทั้งที่ย่างกรายมาทานข้าวและที่เปิดร้านขายของอยู่ในบริเวณ ตลาดน้อย  ก็ไม่วายเป็นส่วนหนึ่งกับการ สมทบบุญ  อย่างน่ารัก

 

 

 

และเช่นเดียวกัน.
ในบริเวณเดียวกันนั้น  ก็มีนิสิตกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งปักหลักเล่นดนตรีเปิดหมวกขอรับบริจาคเงินออกค่ายอย่างสนุก   มีกลอง  มีฉิ่งฉาบครบชุด  ขณะที่กีตาร์ก็ถูกเชื่อมต่อกับเครื่องไฟ   บรรเลงเพลงต่าง ๆ นานาอย่างคึกคัก

 

 

ผมเฝ้ามองสองกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด  อีกกลุ่มเดินเท้าเป็นหมอลำ  “บอกบุญ  อีกกลุ่มเป็นออกแนวสากล ๆ  แต่ก็ไม่มีสิ่งใดกระแทกกระทบกันเลยแม้แต่น้อยนิด   เพราะไม่ว่าใครก็ล้วนแล้วแต่สัมผัสกับคุณค่าและความหมายของการเป็น ผู้ให้  มาแล้วอย่างสุดซึ้ง !
 

ผมถือโอกาสเดินมาทักทายและหยอกล้อพวกเขาอีกครั้ง   พร้อม ๆ กับการได้พบเห็นริ้วรอยของเม็ดเหงื่อแห่งชีวิตประดับแต้มอยู่ตามใบหน้าและเส้นผมของพวกเขาอย่างถ้วนทั่ว .  ซึ่งทุกคนก็พร้อมใจกันลงมือนับจำนวนเงินทั้งหมดนั้นอย่างต่อเนื่อง  

ขณะที่พวกเขายังตั้งหน้าตั้งตานับจำนวนเงินอยู่นั้น  ผมก็ไม่ลืมที่จะบอกความในใจของผมต่อเขาในทำนองว่า

-          ผมไม่ปรารถนาให้พวกเขาลงแรงมากถึงเพียงนี้

-          จำนวนเงินไม่สำคัญเลย. 

-          เรายังพอมีวิธีอื่น ๆ ให้ได้มาซึ่งหนังสือโดยไม่จำเป็นต้องเปิดกล่องเป็นหมอลำบอกบุญ

ถึงกระนั้น  นิสิตก็ยังยืนยันว่า  ไม่เป็นไร..  สนุกและไม่ถึงกับเหนื่อยนัก  
รวมถึงการบอกเล่าให้ผมฟังอย่างภูมิใจว่า  ก่อนหน้านี้ก็เคยขอรับบริจาคด้วยวิธีนี้มาบ้าง  หากแต่สัญจรไปทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย  ซึ่งก็มีผู้บริจาคให้รวมแล้วไม่น้อยกว่า ๔ - ๕  เลยทีเดียว 
หากแต่วันนี้. ภาวะเช่นนี้  และเวลาอันน้อยนิดเช่นนี้ได้มาตั้ง  ๒,๘๐๐  บาทก็ถือว่า เยี่ยม  แล้ว!

 

ครับ.  ผมไม่กังขาต่อจำนวนเงิน  หรือแม้แต่น้ำใจที่น้องนิสิตที่มีต่อความฝันของเด็ก ๆ  แต่ก็อดที่จะสงสาร หรือแม้แต่เกรงใจพวกเขาไม่ได้  เพราะแท้ที่จริงแล้ว  ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้น  ก็คงมีความเหนื่อยล้าสงบนิ่งอยู่อย่างเงียบ ๆ  ด้วยเหมือนกัน

ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะสัญจรไปเป็นหมอลำบอกบุญกันอีกหรือไม่
แต่ผมก็ยืนยันแล้วอย่างฉะฉานแล้วว่า...

     -          เงินไม่สำคัญ..
-          เรายังมีวิธีที่จะได้หนังสือเพิ่มมากขึ้น
และขอยกเงินจำนวนทั้งหมดนี้ให้พวกเขาได้ดำเนินการตามที่ใจปรารถนา 
จะไปซื้อหนังสือมาสมทบ  ผมก็ไม่ว่า  โดยยินดีที่จะเป็นพนักงานขับรถพาพวกเขาไปซื้อหนังสือด้วยตัวเองเลยทีเดียว

นั่นคือความจริงที่ผมปรารถนาให้เขาได้รับรู้.
มันเป็นความจริงที่ไม่มีสิ่งใดแปลกปน  เว้นเสียแต่ความนัยอันสำคัญที่ผมอยากให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตนเองว่า  
เมื่อพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว...
หากผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ก็ไม่ใช่ความล้มเหลวของชีวิต. 
เพราะมันคงไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมด 
จะมีก็แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากความพยายามอันสูงสุดของคนเราเท่านั้นเอง ...


สำหรับผมแล้ว.
ท่านเชื่อหรือไม่
ผมเดินกลับเข้าห้องประชุม  พร้อม ๆ กับการรู้สึกได้ด้วยตนเองว่า
บัดนี้    เบื้องลึกของหัวใจของผม
ดูเหมือนจะมีน้ำตาแห่งความปลื้มปีติตั้งท่าจะหยาดรินอยู่อย่างเงียบ ๆ


ผมรักและบูชาน้ำใจของน้องนิสิตกลุ่มนี้เหลือเกิน
ในยามที่ผมไม่มีอำนาจ. วาสนา
เขาก็ยังอยู่เคียงข้างกับผม

และพร้อมที่จะขึ้นเขาลงห้วยไปกับผมอย่างไม่สิ้นหวัง

จากนี้เป็นต้นไป
ผมจะมีโอกาสได้ตอบแทนพวกเขาบ้างหรือไม่ ..

ผมอยากมีโอกาสเช่นนั้นจริง ๆ